breadcrumb symbol ข่าว

[ #บุรุษแห่งความยืดหยุ่น ]

อัพเดตเมื่อ : September 18, 2022 2:21am โดย : admin

เรอัล มาดริดเดินหน้าคว้าชัยชนะ 8 นัดรวดในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่นทุกรายการ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อเนื่องมาจากซีซั่นก่อน ไม่ออกอาการแผ่วให้เห็นเลย
แถมแต่ละเกมดูเหมือนว่ามาดริดจะกำหนดได้อีกต่างหาก บางนัดเล่นเรื่อยๆ ไม่ได้โหมบุกกดดันคู่ต่อสู้อะไรเลย แต่มาได้ประตูในช่วงท้ายสบายๆ
หลังจากเฆี่ยนแอร์เบ ไลป์ซิก 2-0 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกล่าสุด พวกเขาตุนไปแล้ว 6 แต้มเต็มด้วยกัน โอกาสหักด่านผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์สูงลิบ
ในขณะเดียวกัน คาร์โล อันเชล็อตติ บันทึกอีกสถิติสำคัญ นั่นคือเป็นกุนซือที่คว้าชัยได้ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกครบ 100 นัด ถัดจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยทำไว้ 102 นัด ดูแล้วน่าจะแซงขึ้นบัลลังก์ไม่ช้านี้แน่
การออกสตาร์ตอย่างสุดยอด ทำให้กุนซืออิตาเลี่ยนได้รับเสียงชื่นชมยกย่องมากมาย ยังคงรักษามาตรฐานได้ไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งตอกย้ำแนวทางที่ชัดเจนขึ้นอีก
อันเช่ ถูกยกย่องจากคุณสมบัติยืดหยุ่น ยินดีเปิดรับปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ไม่ใช่ดื้อด้านหัวชนฝา ตรงนี้แหล่ะที่กลายเป็นจุดแข็ง จนประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ
เราเคยเห็น อันเช่ ปรึกษาพวกแข้งอาวุโสที่ข้างสนาม กล้าที่จะถามลูกทีมตัวเอง เพราะเชื่อว่ามุมมองของแต่ละคนแตกต่างกันไป ซึ่งนั่นทำให้ช่วยให้มองเห็นภาพกว้างขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกันเขาถูกเรียกว่า The diva wallpaper อันหมายความว่า พูดอะไรออกไปคนส่วนใหญ่พร้อมจะรับฟังทำตาม ไม่ใช่แค่นักเตะเท่านั้น แต่ยังโน้มน้าวพวกผู้บริหารได้ด้วย
ถ้าบอกว่าเหมือนพวกมือประสานสิบทิศ คงไม่เกินสักเท่าไร คุยได้หมดให้ผลลัพธ์ออกมาดี ไม่ว่าจะเป็นเบื้องบนหรือลูกทีม
จริงๆตอน อันเช่ มาคุมมาดริดเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว เขาต้องเจอปัญหาพอสมควรเลย การสูญเสียทั้ง เซร์คิโอ รามอส และ ราฟาแอล วาราน สองเซ็นเตอร์แบ็กที่เหมือนเป็นดูโอคู่บุญของสโมสรมายาวนาน ต้องยอมรับว่ากระทบรุนแรงเลยทีเดียว
ลำพังการได้ ดาวิด อลาบา มาอุดเพียงคนเดียวไม่น่าเพียงพอ แต่ท้ายที่สุด อันเช่ ก็ปลุกปั้น เอแดร์ มิลิเตา ให้ก้าวมาเป็นสุดยอดปราการหลังคนหนึ่งในช่วงขวบปีที่ผ่านมา
ก่อนเขาจะนำมาดริดฟาด 3 แชมป์ ไล่ตั้งแต่ซูเปร์โกปา เดอ เอสปันญ่า , ลาลีกาและตบท้ายด้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในขณะเดียวกันมีเสียงวิจารณ์ว่า แผงหลังที่เสียสองตัวหลักไปไม่น่าจะเท่าไร มันถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง อีกทั้งผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง อลาบา ก็ปรับตัวได้รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลานานเลย
แต่หากว่าตรงกลางไม่มีไตรเทพซึ่งประกอบไปด้วย ลูก้า โมดริช , โทนี่ โครส และ กาเซมีโร่ น่าจะหนักหนาไม่น้อยเลย
เพราะ 3 คนนี้เล่นด้วยกันมานาน แค่มองตาก็เข้าใจกันลึกซึ้ง ต่างคนต่างรู้บทบาทหน้าที่กันอย่างดี เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญช่วยให้มาดริดประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อซีซั่นก่อน
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยน อันเช่ ก็พร้อมทันที เมื่อทางสโมสรตอบรับข้อเสนอถึง 70 ล้านปอนด์ เพื่อขอซื้อ กาเซมีโร่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
มองในแง่ธุรกิจนี่คือตัวเลขที่ดีงามมากๆ รวมทั้งตอบแทนนักเตะที่อยู่โยงรับใช้ทีมมานานเกือบทศวรรษ เพราะทาง กาเซมีโร่ เองก็ปรารถนาจะย้ายด้วย
ในวัย 30 ปี คุณสามารถปล่อยผู้เล่นได้ราคาขนาดนี้ มันยากที่จะปฏิเสธ ซึ่งทาง อันเช่ ก็รู้ดีอย่างที่บอกไว้
อาจเพราะตอนนี้ในทีมเมื่อกองกลางดาวรุ่งทั้ง เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า และ ออโลเรียง ชูอาเมนี่ ผู้มาใหม่ที่ขึ้นมาทดแทนได้ นั่นจึงทำให้ไม่ต้องตัดสินใจนาน
นอกจากนี้พวกเขายังมี เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กองกลางอีกรายที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง เป็นอีกทางเลือกด้วย
พอไม่มี กาเซมีโร่ ปรากฏว่าผลงานของมาดริดยังอยู่ในระนาบเดิม แทบไม่ส่งผลเสียหายอะไรเลย แม้จะเพิ่งแค่เริ่มต้น ยังอาจเร็วเกินไปจะสรุปก็ตาม
แต่อย่างที่บอกไว้กิตติศัพท์ของ อันเช่ คือการเป็นคนที่รู้จักยืดหยุ่นมากๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งเดิมเลย เพราะเขามีประสบการณ์ผ่านเรื่องเหล่านี้มาแล้ว จนรู้ว่าควรทำอย่างไร
สมัยที่ขึ้นมาเป็นกุนซือใหม่ๆ อันเชล็อตติ จัดเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรเลย ในเมื่อตอนเป็นนักเตะประสบความสำเร็จล้นหลาม ทุกคนรู้ดีในความสามารถเก่งกาจของเขา
จุดเริ่มต้นของ อันเช่ ในเส้นทางสายโค้ชยังไม่ธรรมดาอีกด้วย สอบได้คะแนนสูงสุด ก่อนจะได้รับคำเชิญจาก อาร์ริโก้ ซ้าคคี่ เจ้านายเก่าให้มาช่วยงานในทีมชาติอิตาลี พาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 1994 แต่ไปพ่ายจุดโทษให้บราซิล
พอถึงเวลาเหมาะสม เขาก็ตอบรับข้อเสนอของเรจจิน่า ได้ทำงานช่วงสั้นๆ ก่อนโยกไปปาร์ม่าทีมเก่าสมัยเป็นผู้เล่น นี่แหล่ะปฐมบทสร้างชื่อในฐานะกุนซือใหญ่
อันเช่ ผลักดันปาร์ม่าจบรองแชมป์กัลโช่ เซเรียอาในฤดูกาล 1996/97 เป็นรองเพียงแค่ยูเวนตุสที่กำลังเฟื่องสุดขีดเท่านั้นเอง
ช่วงดังกล่าวเขายึดหมาก 4-4-2 และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอีกด้วย พร้อมจะใช้กลยุทธนี้ ซึ่งแตกต่างจากกุนซืออิตาเลี่ยนทั่วไป
อันเช่ ยอมปล่อย จานฟรังโก้ โซล่า ไปให้เชลซี เพราะเชื่อว่านักเตะประเภทเพลย์เมคเกอร์ ไม่เหมาะกับแนวทางการทำทีมของตน รวมถึงปกครองยาก มีอีโก้มากเกิน
อาจเข้าใจนิสัยตัวเองว่าเป็นคนเชื่อมั่นมากๆ หากทำงานกับคนที่มีความคิดคล้ายกัน น่าจะลำบากเลยเลือกที่จะใช้วิธีการดังกล่าว
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นปาร์ม่าผลงานไม่ได้ดีเหมือนเคย หนึ่งปีถัดเขาโดนปลดอย่างน่าเจ็บปวด จนต้องย้อนกลับมามองว่ามันเกิดความผิดพลาดตรงไหน
พอทางยูเวนตุสทาบทามมาเพื่อให้คุมทีมก็ตอบรับ รวมถึงค่อยๆลดอีโก้ตัวเองลงมา เปิดใจรับฟังคนรอบข้าง โดยเฉพาะไว้วางใจนักเตะมากยิ่งขึ้น ไม่ตึงเหมือนสมัยก่อน
จะบอกว่านี่คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ อันเช่ ประสบความสำเร็จเกือบตลอด ไม่ว่าไปคุมสโมสรไหนก็ตาม ไม่ใช่แค่เก่งในอิตาลีเท่านั้น แต่พอคุมเชลซี , ปารีส แซงต์ แชร์กแมงหรือบาเยิร์น มิวนิค ก็ล้วนแต่มีโทรฟี่ติดมือ
เป็นกุนซือที่ได้ร่วมงานกับสโมสรระดับท็อปยุโรปมากมายและไม่เคยร้างรางวัลแห่งความสำเร็จเลย
ทุกวันนี้ อันเช่ ยังคงสนุกกับแนวทางของตน ตื่นเต้นท้าทายเพื่อพาเรอัล มาดริดไล่ล่าโทรฟี่ใบต่อไป สะสางภารกิจเรียบร้อย ไม่มีอะไรติดค้างจากการคุมเที่ยวแรก
แม้จะยังไม่สุดทางสายนี้ แต่บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่านี่คือกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากสุดคนหนึ่งในประวัติศาตร์ลูกหนัง
และการที่รู้จักแก้ไขปัญหาด้วยวิธียืดหยุ่น อาจเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน
------------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117

 

Facebook Comment