breadcrumb symbol ข่าว

[ #อย่าให้เมสซี่รีไทร์เดียวดาย ]

อัพเดตเมื่อ : November 23, 2022 4:52am โดย : admin

เกมพลิกล็อกช็อกโลกในเวิลด์ คัพครั้งนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มเลยทีเดียว เมื่ออาร์เจนตินาเต็งหามนอนมาในระนาบเดียวกับบราซิล โดนซาอุดิอาระเบียลบเหลี่ยมหมดสภาพ
ใครที่ได้ชมเกมทั้งในสนามและหน้าจอทีวี ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ทัพฟ้าขาวเล่นต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ไม่ใช่อย่างที่เคยเป็นเลย
อีกทั้งภาพของผู้เล่นอาร์เจนตินาขบวนนี้ ถูกสร้างขึ้นมาทำให้คนรู้สึกว่าเต็มไปด้วยความกลมเกลียวเหนียวแน่นสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว โดยมีลูกพี่ใหญ่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เป็นศูนย์กลางเป็นที่เกาะเกี่ยวยึดเหนี่ยวเอาไว้
เราได้เห็นผู้เล่นหลายคนทั้ง โรดรีโก้ เดอ ปอล หรือ เอมิ มาร์ตีเนซ ประกาศเสียงดังฟังชัด พร้อมจะปกป้องและยินดีทำทุกอย่างเพื่อกัปตันทีมของพวกเขา โดยเฉพาะการคว้าแชมป์รายการใหญ่ ก่อนจะรีไทร์จากทีมชาติ
ในศึกโกปา อเมริกาเมื่อกลางปีก่อน อาร์เจนตินารวมพลังกันด้วยภาพลักษณ์ดังกล่าว ก่อนจะเหยียบจมูกบราซิลเจ้าภาพในนัดชิง 1-0 ผงาดครองเจ้าอเมริกาใต้อย่างสง่างาม หลังร้างราความสำเร็จมานานถึง 28 ปีเต็ม
ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเชื่อว่า เวลาเพิ่งผ่านมาแค่ปีครึ่ง ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ในขณะเดียวกันฟ้าขาวชุดปัจจุบัน ก็แกร่งดั่งหินผาเลยทีเดียว ไม่แพ้ใครเลยมา 36 เกม แสดงถึงระดับมาตรฐานอันยอดเยี่ยม แต่งตัวรอทำลายสถิติของอิตาลี
อย่างไรก็ตาม ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือของทีมเจอปัญหาหนักอกพอสมควร ก่อนจะคัดกรองผู้เล่นทั้ง 26 ขุนพล เพราะมีบางรายสภาพไม่สมบูรณ์เท่าไร แต่ไม่ยอมแจ้งไว้ก่อน อยากมาสัมผัสเวิลด์คัพสักครั้ง
นั่นทำให้ สกาโลนี่ ไม่พอใจเท่าไรนัก ต้องมาปรับแผนและกลยุทธกันใหม่อีก แม้กลุ่มผู้เล่นดังกล่าวจะเป็นแค่อะไหล่หรือสำรองเป็นส่วนมากก็ตาม
นอกจากนี้ เปาโล ดีบาล่า ซึ่งถูกเรียกมาเข้าแคมป์ด้วย ก็ฝืนอาการบาดเจ็บไม่ไหว จำต้องถอนตัวออกไป ขาดกำลังพลคนสำคัญในแนวรุกไปอีกราย
พูดง่ายๆคือ สกาโลนี่ ต้องมาจัดระเบียบขบวนกันใหม่ แม้แกนหลักยังอยู่มากมาย แต่การเปลี่ยนผู้เล่นได้ในแต่ละเกมถึง 5 คน จุดนี้มีความสำคัญมาก
ในขณะเดียวกันยังมีความเป็นห่วงเรื่องความฟิตก่อนเกมแรก ของผู้เล่นอยู่ 3-4 คนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อังเคล ดิ มาเรีย , ปาปู โกเมซ หรือ คริสเตียน โรเมโร
แถมด้วย เมสซี่ ซึ่งถูกจับตาว่าไม่น่าสมบูรณ์เท่าไรนัก เพราะต้องแยกซ้อมจากเพื่อนร่วมทีมไม่กี่วันก่อนหน้า โดยไปอยู่ตามลำพังในยิม
อย่างไรก็ตาม สกาโลนี่ ตัดสินใจจัดเต็มสูบ เข็นขุนพลตัวกลั่นลงสังเวียนแข้งทั้งสิ้น เหมือนอย่างที่คาดกันไว้ พวกที่สุ่มเสี่ยงล้วนแต่อยู่ในไลน์อัพ
แต่แทบไม่มีใครเอะใจหรอก เพราะอย่างว่าคาดหมายกันทั้งจักรวาลใบนี้ อาร์เจนตินาคงเป็นฝ่ายปูพรมถล่มแหลก ซาอุดิอาระเบียจะงัดอะไรมาต้าน แทบไม่เห็นเหลี่ยมมุมเป็นไปได้เลย
พอเกมเริ่มจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ซาอุฯกลับเล่นด้วยกลยุทธ์เช็กล้ำหน้า รวมทั้งเพรสซิ่งตั้งแต่แดนบน บีบพื้นที่ไม่ให้แข้งฟ้าขาวขึ้นเกมกันง่ายอย่างที่ถนัด ไม่รับคอยเตะคอยตอด เล่นหนักแต่ไม่ค่อยนอกเกมนัก คล้ายหนามยอกเอาหนามบ่ง
มันทำให้นักเตะอาร์เจนตินาหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน แม้จะพยายามควบคุมสมาธิตัวเองก็ตาม
จริงๆอาร์เจนตินาส่งบอลไปกองก้นตาข่ายได้ถึง 3 ครั้ง กลับถูกเทคโนโลยีใหม่จับล้ำหน้าทั้งสิ้น โดยเฉพาะจังหวะหลุดเข้าไปชิพอย่างเหนือชั้นของ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ เหนือชั้นเนียนกริบ แต่ยังโดนริบจาก VAR
ยังดีมาได้ประตูนำจากจุดโทษ ซึ่งมีการเหนี่ยวรั้งกันในกรอบเขตโทษ ว่ากันตามตรงจังหวะอย่างนี้ควรให้ประโยชน์ฝ่ายรุกเป็นเรื่องถูกต้อง เพื่อไม่ให้พวกแข้งฝ่ายรับเล่นในลักษณะเอาเปรียบอย่างนี้อีก
เมสซี่ สังหารไม่พลาด เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยอย่างดี หากมองในแง่ของเคล็ดทั้งหลาย รอเคี้ยวต่อในครึ่งหลังได้เลย
แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ ซาอุฯทำได้ดีมากในจังหวะดักล้ำหน้า จัดระเบียบในแนวรับได้เยี่ยมจริง นอกจากนี้ยังเพรสกันหนักหน่วง เหลือเพียงแค่การเข้าทำที่มีประสิทธิภาพเท่านั้นเอง
สิ่งที่ขาดหายไปมาเกิดขึ้นใน 45 นาทีหลัง กลายเป็นสิ่งที่ช็อกอาร์เจนตินาอย่างที่เราเห็น
ผู้เล่นฟ้าขาว ดูจะไม่แคร์สัญญาเตือนสักเท่าไร ควรจะรอบคอบรัดกุมมากยิ่งขึ้น กลับออกมาจากห้องแต่งตัวแบบประมาทกว่าเดิมซะอีก กระทั่งโดนลงโทษตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
ลูกยิงของ ซัลเล่ห์ อัล เชห์รี่ จัดว่าคมกริบทั้งทิศทางและน้ำหนัก เป็นการยิงที่ยากมาก ซัดอีก 10 ครั้งก็ไม่รู้จะได้อย่างนี้หรือเปล่า
แต่น่าเป็นห่วงตรง คริสเตียน โรเมโร ที่ปรี่ตามไป ปิดทางลูกยิงไม่ทัน มันไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ เหมือนสภาพร่างกายไม่ค่อยดีนัก
นอกจากนี้ 11 ผู้เล่นอาร์เจนตินา ยังมีอายุทะลุ 34 ปีถึง 4 คน เมสซี่ , ปาปู โกเมซ , อังเคล ดิ มาเรีย และ นิโกลัส โอตาเมนดี้ พละกำลังย่อมไม่สดปลั่งเหมือนสมัยวัยหนุ่ม
เมื่อบวกกับสายตาที่เห็น ซึ่งทำให้เชื่อว่าไม่ฟิตกันสักเท่าไร ความผิดแทบทั้งหมดจึงไปตกยัง สกาโลนี่ ซึ่งไม่ควรตัดสินใจเช่นนี้
เมสซี่ ยอมรับตามตรงเลยว่า จำต้องเรียกสิ่งที่เคยเป็นกลับมาใหม่ เล่นด้วยความสามัคคี มีรูปแบบ ไม่ใช่สะเปะสะปะจนเสียราคาตัวเต็ง
ฟังกัปตันทีมผู้ทรงอิทธิพลพูดแล้วก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นภายในแคมป์หรือเปล่า? แต่นั่นล้วนเป็นการตั้งข้อสังเกต สันนิษฐานกันไป
เหนืออื่นใดเกมนี้จะเป็นเหมือนบทเรียนสอนแข้งฟ้าขาวด้วย อย่าเลินเล่อชะล่าใจเกินไป ฟุตบอลยุคนี้ไม่ได้ขี่ข่มกันห่างเหมือนเมื่อก่อน ต้องประเมินคู่แข่งให้สูงกว่านี้อีก
การทำการบ้าน เตรียมความพร้อม ซ้อมอย่างหนัก นั่นคือสิ่งที่ต้องทำช่วงที่เหลือ สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ ความสามัคคีอันเคยเป็นจุดแข็ง จะต้องดึงกลับมาให้เร็วที่สุด
เหลืออีก 2 นัดเจอเม็กซิโกและโปแลนด์ ยังไงก็ต้องเอาชนะให้ได้ทั้งหมด หากวัดจากเกมแรก เล่นได้เท่านี้จริง บอกเลยว่าโคตรหิน
ถ้าอยากจะทำเพื่อ เมสซี่ เหมือนอย่างที่ประกาศกันลั่นทุ่งไว้ คงต้องเปลี่ยนทัศนคติและแนวทางการเล่นใหม่เกือบหมด
อย่าปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ลมปากที่ลอยหายไปไม่นาน ไม่อย่างนั้น เมสซี่ จะรีไทร์อย่างเดียวดาย งานฉลองจะไม่เกิดขึ้นเลย
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment