breadcrumb symbol ข่าว

[ #เมื่อรู้สึกตัวก็สายเกินไป ? ]

อัพเดตเมื่อ : January 23, 2023 3:11am โดย : admin

ผลงาน 10 หลังสุดทุกรายการของเอฟเวอร์ตันคือ ชนะ 0 เสมอ 2 และแพ้ 8 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่กำลังดิ่งสุดๆ
อีกทั้งจมอยู่อันดับ 19 ของตารางพรีเมียร์ลีก แต้มเท่าบ๊วยอย่างเซาธ์แฮมป์ตัน อาศัยว่าประตูได้เสียดีกว่า เลยไม่ถึงขั้นต้องไปนอนกองอันดับสุดท้าย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาล ถาโถมเข้าใส่ระลอกใหญ่ หนักกว่าเมื่อท้ายซีซั่นก่อนซะอีก
แม้จะมีตัวเลขบางอย่างมาปลอบใจว่า ครึ่งทางของซีซั่นนี้ ยังดีกว่าซีซั่นก่อน แต่ความจริงคือมันกำลังเข้าสู่ลักษณะเดิม
เอฟเวอร์ตันที่มีเป้าหมายในการยกระดับกลับคืนมาอีก เหมือนในยุคกลางทศวรรษ 80 แต่สองฤดูกาลหลังสุด กลายเป็นว่าต้องมาดิ้นรนหนีตาย มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
งบประมาณเสริมทัพในช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่น้อยๆเลย ไหนจะมีฐานแฟนบอลคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ได้
คำถามต่างๆเอย ความรู้สึกค้างคาใจ เกิดกับเอฟเวอร์โตเนี่ยนทุกคน ยิ่งเกมล่าสุดโดนเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมจากโซนแดงด้วยกันทุบ 2-0 ความเจ็บปวดยิ่งพุ่งพล่าน
แฟนบอลดูจะพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้โยนความผิดให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น แม้จริงๆแล้วจะต้องรับผิดชอบก่อน
ใครก็ตามที่ได้มานั่งเก้าอี้ตัวนี้ ล้วนแต่ต้องเจออุปสรรคขวากหนาม จากบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรเข้ามาข้องเกี่ยว
ดังนั้น ฟาร์ฮัด โมชิรี่ เจ้าของสโมสรชาวอิหร่าน จึงโดนสายตาจับจ้องมากเป็นพิเศษ
เขาเข้ามาครอบครองเอฟเวอร์ตัน มีอำนาจสูงสุดในสโมสรตั้งแต่ต้นปี 2016 โดยปัจจุบันเขาถือหุ้นมากถึง 94 เปอร์เซ็นต์ พร้อมจุดประกายความหวังของแฟนๆ
เหตุผลก็คือมีเงินมหาศาล จัดเป็นบิลเลี่ยนแนร์คนหนึ่ง น่าจะช่วยสนับสนุนเรื่องตลาดซื้อขายได้เป็นอย่างดี
โมชิรี่ ลงทุนกับตลาดซื้อขายก็จริง แต่ผลตอบรับกลับมากลายเป็นว่าแทบจะล้มเหลวทั้งนั้น
เอฟเวอร์โตเนี่ยนมองว่า นักเตะหลายคนที่เดินเข้ามายังกูดิสัน พาร์ค เป็นการเลือกเองของ โมชิรี่ หรือไม่ก็ปรึกษากันในกลุ่มบอร์ดบริหาร ไม่ใช่กุนซือเป็นคนตัดสินใจ
มันจำเป็นที่เขาจะต้องรู้บทบาทเจ้าของทีม ไม่ต้องลงมาเจ้ากี้เจ้าการเลือกตัวผู้เล่นเอง ในเมื่อคุณไม่มีความรู้มากพอ
จุดนี้เองทำให้แฟนบอลไม่พอใจเจ้าของเท่าไรนัก หากคุณต้องการทำทีมฟุตบอลให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะพอ ความรู้และวิสัยทัศน์ ก็สำคัญไม่แพ้กัน
ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนผู้อำนวยการกีฬา ก็ยังส่งผลกระทบด้วย มาร์เซล บรันด์ ออกไปอยู่กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แล้วได้ทาง เควิน เธลเวลล์ มาทำหน้าที่แทน
เธลเวลล์ มีประสบการณ์งานด้านโค้ชและจัดการบริหาร เคยนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการวูล์ฟแฮมป์ตัน , ดาร์บี้และนิวยอร์ค เร้ด บูลล์สมาแล้ว
แต่อย่าลืมว่าการทำงานมีข้อจำกัดมาก เขาเข้ามาในสถานการณ์ที่เอฟเวอร์ตันไม่อาจใช้เงินได้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะโดนกฎไฟแนนชี่ยล แฟร์เพลย์หรือ FFP ตามไล่ล่าอยู่
เท่าที่ผ่านมาคือลงทุนไปเยอะมาก นักเตะหลายรายซื้อมาแพงเกินจริง แล้วแทบขายออกไม่ได้ราคาสักเท่าไร
เอฟเวอร์ตันจึงโดนตรวจสอบ หากพบว่าผิดกฎขึ้นมาจะต้องโดนลงโทษ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้
เมื่อเป็นอย่างนี้จะต้องรัดกุมมากยิ่งขึ้น หากยังมือเติบชนิดไม่ดูสมดุลการเงินให้ดี มีสิทธิ์ลำบากได้เลยในอนาคต
ตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ยังลงทุนไปเกือบ 100 ล้านปอนด์ด้วยกันทั้ง อมาดู โอนาน่า , นีล โมเปย์ , ดไวท์ แม็คนีลล์ , เจมส์ การ์เนอร์ รวมถึงดึง อดริสซ่า กานา เกย์ กลับมาอีกรอบ
แต่ก็อย่างที่เห็นกัน บางคนมาก็บาดเจ็บยาว ต้องเสียเวลารักษาตัว รวมถึงไม่อาจแบกรับภาระอันหนักอึ้งได้ เมื่อบวกกับนักเตะเก่าที่เล่นกันสะเปะสะปะ สภาพก็เลยอย่างที่เห็น
แล้วตลาดหน้าหนาว งบประมาณที่วางไว้ก็แทบไม่เหลือหลอแล้ว อาจหาทางออกด้วยการยืมตัวผู้เล่นมาแก้ขัดก่อน
ทว่าในสถานการณ์ที่ไม่เสถียร ไร้ความแน่นอนแทบทุกอย่าง แม้กระทั่งอนาคตของ แลมพาร์ด ยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย จะขยับอะไรก็ลำบากไปหมด
บรรดาแฟนๆยังงงอยู่ว่า ตกลงแล้วฝ่ายบริหารคิดแบบไหนอย่างไร ถึงปล่อยให้มันฝังรากหยั่งลึก จนยากที่จะแก้ไขได้ในระยะเวลาสั้นๆ
คือหากจะปลดก็ควรจัดการแต่เนิ่นๆ เมื่อเห็นว่าประสบการณ์ของ แลมพาร์ด ยังมีน้อยเกินไป ในเวลาที่ตีบตันหาทางออกไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยไว้อย่างนี้
เข้าใจว่าหากุนซือมาทำหน้าที่แทนยาก แต่นี่มันบังคับแล้ว ลองดูว่าใครที่มีคุณสมบัติ ทำทีมรอดตกชั้นเก่งๆและยังว่างงานอยู่ รีบทาบทามมาเลย ไม่เหลือเวลาให้คิดแล้ว
อีกครึ่งซีซั่นที่เหลือใช่ว่าจะมัวร่ำไรได้ ไม่มีทางหรอก โอกาสตกชั้นจะเพิ่มมากขึ้น ศรัทธาจากแฟนบอลก็จะเสื่อมลง เพราะทำให้เกิดความสับสนมากมาย
พวกเขาฝันอยากได้ โธมัส ทูเคิ่ล มากอบกู้วิกฤต แต่ตรงจุดปัจจุบันคงยากมากจะสมหวัง กุนซือเกรดพรีเมี่ยมอย่างนี้ คงไม่อยากมารับเผือกร้อน
ทางแก้แบบระยะสั้นคือไปดึง ฌอน ไดช์ หรือ แซม อัลลาร์ไดซ์ มารับงานตรงนี้ เอาแค่แบบสัญญาระยะสั้น ฝ่าฟันอุปสรรคที่เห็นข้างหน้าก่อน แล้วค่อยมาวางแผนสำหรับอนาคต
บอร์ดเองที่โดนมองมาด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ หลายคนถูกมองว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม แนวคิดคร่ำครึเกินไป ก็ต้องปรับหมุนให้ทันโลกด้วย
อย่าไปมัวลุ่มหลงหรือยึดติดอดีตที่มันผ่านมานานมากแล้ว ฟุตบอลยุคนั้นกับปัจจุบันมีความแตกต่างกันจริงๆ
ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าสังเวียนแข้งแห่งใหม่อันโออ่า กำลังจะสร้างเสร็จใช้งาน เมื่อถึงวันนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ตกชั้นสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพขึ้นมาจริง บ้านหลังใหม่ริมท่าเรือแบรมลีย์-มัวร์ ซึ่งจะเปิดใช้งานทันฤดูกาล 2024/25 แทบหมดความหมายเลย
แล้ว 2 เกมจากนี้ต้องเปิดบ้านเจออาร์เซน่อล ก่อนจะออกไปเยือนลิเวอร์พูลด้วย
หากยังนิ่งเฉยต่อไป ไม่มีผู้เล่นใหม่ ไม่ปรับเปลี่ยนผู้จัดการทีมหรือมีทางออกเหมาะสมจริง
เมื่อถึงเวลาสายเกินไป จะโทษใครไม่ได้เลย
---------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment