breadcrumb symbol ข่าว

[ #ตัวอย่างของการได้เวลา ]

อัพเดตเมื่อ : January 24, 2023 5:33am โดย : admin

ยังจำได้ว่าเมื่อต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว อาร์เซน่อลโดนแมนฯยูไนเต็ดเฆี่ยน 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก มีเสียงวิจารณ์ในทำนองว่า ยังไม่น่าถึงเวลาสำหรับการลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว
ก่อนจะบุกโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในเกมดังกล่าว ปืนโตกำลังเร่าร้อนคว้าชัยรวดมา 5 นัด ด้วยสไตล์การเล่นอันดุดันเหี้ยมเกรียมผิดหูผิดตา แต่ว่าไม่มีใครเชื่อหรอกจะเขย่าบัลลังก์แมนฯซิตี้ได้
ยิ่งมาแพ้ให้แมนฯยูไนเต็ดอีก พวกเขาจึงถูกมองว่า คงต้องสั่งสมประสบการณ์ไปก่อน นักเตะของ มิเกล อาร์เตต้า อายุน้อยๆกันทั้งสิ้น รอเวลาสุกงอมกว่านี้ค่อยว่ากัน
แต่ปรากฏว่านั่นคือความปราชัยในลีกนัดสุดท้าย จนถึงเวลานี้ปฏิทินเปลี่ยนปีเรียบร้อย ผ่านมาครึ่งทางของฤดูกาล อาร์เซน่อลยังไม่แพ้เลย
ไม่แพ้ไม่ว่า เล่นกันแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพรสซิ่งหนักหน่วง จังหวะโจมตีรวดเร็วว่องไว เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ยากนักที่จะหาทางป้องกันได้
ยิ่งนานวันเรายิ่งเห็นชัด อาร์เตต้า มีทีมของตัวเองแล้ว หากนักเตะอยู่กันครบสมบูรณ์ หลับตาจัด 11 คนแรกได้เลย
นอกจากนี้ต่อให้ขาด กาเบรียล เชซุส หนึ่งในตัวรุกคนสำคัญ ซึ่งบาดเจ็บหนักพักยาวหลายเดือน ตัวที่มาแทนอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ก็โชว์ให้เห็นเลยว่าเติมเต็มได้ แบบไม่ขาดตกบกพร่อง
ในวัยเพียงแค่ 40 ปี แต่สามารถนำอาร์เซน่อลมาไกลขนาดนี้ บอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามกว่าจะผ่านมายืนบนจุดที่เห็น เส้นทางหาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จวนเจียนจะโดนเด้งมาแล้ว ก่อนการทำงานอย่างบ้าคลั่งและหนักแน่นตามวิถีของตน จะช่วยผลักดันสู่เป้าหมาย
ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2021/22 หรือซีซั่นก่อนนั่นแหล่ะ อาร์เซน่อลออกสตาร์ตด้วยผลงานแทบจะอยู่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์
เริ่มจากโดนน้องใหม่อย่างเบร้นท์ฟอร์ดสอนเชิง 2-0 เล่นเอากูนเนอร์สทั้งหลายอับอายเหลือเกิน แถมแพ้ทีมจากลอนดอนด้วยกันอีก โดนล้อหนักมาก
พอนัดสองกลับมาเล่นในบ้าน ปรากฏว่าเชลซีบุกมาขย่มนิ่มๆ 2-0 แพ้ทีมร่วมเมืองหลวงติดต่อกันไม่พอ ยังถูกบันทึกไว้อย่างไม่น่าจดจำว่า เริ่มต้นในลีกได้แย่สุดในรอบ 118 ปี
นัดที่ 3 คราวนี้หนักกว่าเก่า ยกพลขึ้นเหนือไปยังเอติฮัต สเตเดี้ยม แล้วโดนแมนฯซิตี้ถล่มราบคาบ 5-0 หนักสุดในประวัติศาสตร์เลยคราวนี้
3 นัด แพ้รวดเละเทะ ยิงไม่ได้ไม่พอ ยังพรุนถึง 9 ประตู เสียงโห่ดังลั่น แฟนบอลขับไล่ อาร์เตต้า ยืนยันว่าต้องรีบปลดก่อนจะสายเกิน
เอดู ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกีฬา ยังโดนแฟนบอลต่อว่าอย่างหยาบคายระหว่างเข้ามาชมเกม จนลูกสาวของเขาต้องตอบโต้เอาคืนด้วยการชูนิ้วกลางใส่ กลายเป็นดราม่าช่วงหนึ่ง
บรรดาสื่อเฝ้าเกาะติดสถานการณ์ของอาร์เซน่อลอย่างใกล้ชิด เพราะลงทุนในซัมเมอร์ดังกล่าวมากกว่าทีมไหน หมดไปทะลุ 150 ล้านปอนด์ แต่ผลงานกลับตรงกันข้าม
อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า ซึ่งมานั่งเก้าอี้ตัวนี้เมื่อซัมเมอร์ 2019 ได้รับโอกาสให้อยู่ต่อ บอร์ดบริหารยังไว้เนื้อเชื่อใจ มีความอดทนมากพอที่จะต่อสู้กับสถานการณ์อันยากลำบาก
ต้องชื่นชม จอช โครนเก้  ลูกชายของ สแตน โครนเก้ แห่งกลุ่ม Kroenke Sports & Entertainment ซึ่งเข้ามารับผิดชอบดูแลบริหารโดยตรง ทำงานร่วมกับ เอดู และ อาร์เตต้า
จอช ในวัย 42 ปีถือเป็นคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน มองว่าความสำเร็จมันต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไป ไม่ได้หมายความจะออกดอกผลผลิบานในเร็ววัน
ในขณะเดียวกันจำต้องกล้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แบบกระปริดกระปรอย พอมีปัญหาค่อยๆควักทุนออกมา การทำแบบไม่ปะติดปะต่อเช่นนี้ โอกาสที่จะไปถึงเส้นชัยก็จะยากลำบากขึ้น
พอฝ่ายบริหารยังเชื่อมั่นในโปรเจ็คต์ของ อาร์เตต้า จึงยอมให้ลุยกันต่อ ซึ่งสุดท้ายอาร์เซน่อลจบอันดับ 5 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขับเคี่ยวกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์คู่แข่งร่วมย่าน กระทั่งนัดสุดท้ายเพื่อแย่งท็อปโฟร์
ในขณะเดียวกันพวกเขาทิ้งห่างแมนฯยูไนเต็ดอันดับ 6 มากถึง 11 คะแนนด้วยกัน แถมลีกคัพก็ทะลุถึงตัดเชือก อาร์เตต้า จึงได้รับความชอบธรรมให้สานงานต่อนั่นเอง
ความพยายามของทีมงานและความอดทนของฝ่ายบริหาร รวมทั้งแรงสนับสนุนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ท่อน้ำเลี้ยงไม่เคยอุดตัน กระสุนดินดำไหลบ่ามาเต็ม เหล่านี้คือส่วนสำคัญช่วยให้กันเนอร์สประกาศศักดาอย่างภาคภูมิ
แม้จะเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ ไม่เคยเป็นเบอร์ 1 หรือผู้จัดการทีมมาก่อน แต่คุณสมบัติสำคัญของ อาร์เตต้า คือกล้าหาญ หากถึงเวลาต้องเด็ดขาดจะฟันฉับทันที อย่างเช่นเขี่ย เมซุต โอซิล หรือ ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมย็อง ซึ่งเป็นเหมือนตัวปัญหาพ้นออกจากทีม
จากนั้นค่อยๆใช้พวกดาวรุ่ง ซึ่งพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง บวกด้วยการเฟ้นหาผู้เล่นที่มีคุณภาพของ เอดู คัดสรรประเภทไม่ใช่ซูเปอรสตาร์ ค่าตัวแพงค่าแรงโอเวอร์แบบสมัยก่อน เน้นไปที่การใช้งานตามแท็คติก เลยเติบโตตามลำดับ
จนถึงเวลานี้ อาร์เตต้า เข้ามาทำงานกำลังจะครบ 4 ปีแล้ว ฝ่ามรสุมรุมเร้ามาสารพัด กว่าจะยืนหยัดได้อย่างสง่างาม เห็นกันอยู่ว่าต้องใช้ทั้งเวลาและทุนรอนเพื่อต่อสู้กันขนาดไหน
นี่คือตัวอย่างที่ดีสำหรับพวกเจ้าของสโมสรหรือบอร์ดบริหาร ที่มักใจร้อนด่วนได้ เต้นไปตามกระแสสื่อและเสียงรบเร้าของแฟนบอล คิดอะไรไม่ออกปลดผู้จัดการทีมสังเวยไว้ก่อน
การเชือดกุนซือมันง่ายมาก แต่ไม่ได้แก้ปัญหาได้ถูกจุดเสมอไปหรอก อย่างเคสอาร์เซน่อล ซึ่งแฟนบอลเคยต่อต้านบอร์ด สแตน โครนเก้ เจอถล่มหนัก แต่เมื่อปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ มันก็ดีขึ้นทันตาเห็น
เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกคนที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างดี เขาจำเป็นต้องใช้เวลาคลำทางพอสมควร ไม่ใช่มาถึงจะลงล็อกโป๊ะเชะเลยซะเมื่อไร ก่อนจะได้เห็นดอกผลผลิบานอย่างคุ้มค่า
ตอนนี้บอกเลยว่าอาร์เซน่อลมีความเพียบพร้อมทุกอย่าง อาจยกเว้นแค่เรื่องของประสบการณ์ ซึ่งมันอาจไม่ใช่ตัวตัดสินชี้วัดก็ได้
ต้องชื่นชมบอร์ดด้วย ที่ยืนหยัดหนักแน่นไว้ใจ อาร์เตต้า รวมทั้งพลังเงินตราที่ทุ่มมาอย่างไม่ขาดสาย จนมาถึงตรงนี้ได้
เหลืออีกครึ่งทางเท่านั้นเอง มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆและไม่ใช่เรื่องเกินเลยความจริงอีกแล้ว
----------------
เว็บกีฬาที่ดีกว่า ชัวร์กว่า ครบเครื่องเรื่องเดิมพันกว่าทุกเว็บ โปรโมชั่นดีๆ ต้องที่ MYSBOBET เพิ่มเพื่อนกันไปได้เลยที่  https://line.me/R/ti/p/@my-sb99 หรือ 08-0003-1188 / 08-0003-117
Facebook Comment