breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

คุยกันหลังเกม : ครึ่งแรกอย่างดุครึ่งหลังเหมือนเดิม

ได้ 3 แต้มไปแบบคึกคักสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ...... งั้นเหรอ ? โอ้โห มาในช่วงครึ่งเวลาแรกว่ากันตามตรงผมค่อนข้างประหลาดใจไม่ใช่น้อยสำหรับรูปแบบการเล่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่จู่ๆก็เพิ่มสปีดมาตั้งแต่ต้นแถมยังได้ประตูนำไวอีกต่างหากจาก โรเมลู ลูกากู อเล็กซิส ซานเชซ แอสซิสต์ด้วยครับ และถ้าหากมองดูก็เหมือนกับว่าเขาเริ่มจะปะติดปะต่อกับเพื่อนได้ 'มากขึ้น' กว่าเดิมนิดๆหน่อยๆ การได้ประตูในช่วงเวลาที่ต้องการนั้นแน่นอนว่ามันทำให้ "ปีศาจแดง" เล่นง่ายและเข้าทางของ มูรินโญ่ อยู่แล้วแต่สิ่งที่มันผิดคาดของผมอีกอย่างก็คือพวกเขาไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนเกมลงเหมือนอย่างนัดก่อนๆ พลพรรค "ปีศาจแดง" กลับยังคงเล่นแบบเดิม จังหวะเดิม จนสุดท้ายก็มาทำได้อีกประตูจากการแทงทะลุช่องแบบงามหยดของ เจสซี่ ลินการ์ด ให้ อเล็กซิส ซัดไปแบบเฉียบคมมากๆ โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าจะว่าการหลุดไปจบสกอร์อะไรแบบนี้ อเล็กซิส ค่อนข้างคมกว่า ลูกากู นะครับเพราะหอกร่างยักษ์ทีมชาติเบลเยี่ยมน่าจะเป็นสไตล์หาช่องว่างและเข้าทำจ่อๆมากกว่า อีกทั้งจังหวะการลุ้นประตูที่ ยูไนเต็ด สร้างขึ้นในช่วงครึ่งเวลาแรกมันยังดูสนุกและค่อนข้างเพลินตาดีเหมือนกันครับกับการยิงของทั้ง ลูกากู หรือ ลินการ์ด ที่โผล่มาวับๆแวมๆเรื่อยๆ สุดท้ายก็จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0 และมันกลายเป็นจบเกมไปโดยปริยาย ครับ มูรินโญ่ คงไม่แคร์อะไรหรอกเพราะผมเชื่อว่าสกอร์นี้งานของเขากำลังจะจบลงแล้วและด้วยคนแบบ มูรินโญ่ คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าบุกต่อ ครึ่งหลังกลายเป็นเกมง่วงหนาวหาวและสมควรค่าแก่การนอนเป็นอย่างมากสำหรับคนที่เป็นแฟนของ "ปีศาจแดง" แล้วก็อีหรอบเดิมนั่นแหละครับ หากไม่ได้ ดาบิด เด เคอา เซฟช่วยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายเกมจะไปจบที่ตรงไหนโดยเฉพาะจังหวะเซฟมือเดียวจากการยิงของ แทมมี่ อับราฮัม ช่วงท้ายๆเราคงสังเกตุกันชัดเจนว่าแฟนๆในสนามต่างลุกออกไปค่อนข้างไวเพราะคงคิดเหมือนๆกับเราแหละครับว่าคงไม่ได้เพิ่มและก็ไม่น่าจะเสียแล้วเนื่องจากศักยภาพของ สวอนซี ซิตี้ เองก็ไม่ได้น่ากลัวหรือกระหน่ำเปิดเกมรุกแลกไม่ยั้งในช่วงท้ายเกม เอาเวลาไปฉลองเข้าผับเข้าบาร์ดื่มเบียร์เพลินๆหรือหนีออกก่อนรถจะติดดีกว่า ถามว่ามันผิดหรือไม่กับแทคติกของ มูรินโญ่ ที่ทำแบบนี้ ตอบตรงๆก็ไม่ผิดหรอกครับเพราะเป้าหมายของทีมก็คือ 3 แต้มและพวกเขาก็กุมมันเอาไว้ในมือตั้งแต่ช่วงครึ่งเวลาแรกแล้ว สไตล์การเล่นแบบเรื่อยๆเอื่อยๆ ช้าๆชัวร์ๆ มันถึงเกิดขึ้นในครึ่งเวลาหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนๆสามารถเลือกได้มั้ย ? ตอบเลยว่าไม่ หากกุนซือยังชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ่ บรรดาสาวก 'เร้ด เดวิลส์' คงต้องยอมรับสภาพในเรื่องนี้ล่ะครับ แต่แน่นอนว่าด้วยชื่อของ มูรินโญ่ เองเขาก็แทบจะการันตีการคว้าแชมป์ในเกือบทุกฤดูกาลอยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากปีนี้ไม่ได้ล่ะก็คงจะถึงเวลามาชำแหละและวิจารณ์แทกติคนี้ของ มูรินโญ่ กันอีกครั้งว่ามันเหมาะสมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือไม่ และถ้าหากเพื่อนๆกำลังหาสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองโดยเฉพาะกับการลุ้นที่เหมาะสม ไปได้เรื่อยๆแบบสบายๆ พร้อมกับความมั่นคงและไว้ใจได้แล้วล่ะก็ต้องนี่เลยครับ เว็บไซด์ mysbobet ลุ้นง่าย ฝากง่าย ถอนง่าย เพียงแค่ติดต่อที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbobet หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : Mirror, Manchester Uinited

คุยกันหลังเกม : ป็อกบา ขัดแย้งกับ มูรินโญ่ จริงงั้นเหรอ ?

สามารถเก็บชัยชนะได้แบบเรื่อยๆเรียงๆตามสไตล์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกเกมนะครับสำหรับนัดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านสอย ไบรท์ตัน&โฮล์ฟ อัลเบี้ยน 2-0 ในศึก เอฟเอ คัพ พร้อมกับผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศสำเร็จ ถามว่ารูปเกมมีอะไรมั้ย ก็อาจจะตอบได้ว่าเหมือนๆเดิมนั่นแหละครับเพียงแต่ว่าพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่มากขึ้นกว่าเดิมหน่อยๆ แต่สิ่งที่อยากจะนำมาพูด มาคุยกันหลังเกมวันนี้ก็คือกรณีของ พอล ป็อกบา ที่ตกเป็นตัวสำรองอีกครั้งแถมยังไม่ได้รับเลือกให้ลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียวทั้งๆที่ทีมนำ แน่นอนครับ มูรินโญ่ อาจจะพูดได้ว่าเป็นเรื่องของแทคติคหรืออาการบาดเจ็บ 'หรือ' อาจจะเป็นการพักตัวเอาไว้ แต่พักเพื่ออะไรล่ะ ? เพื่อทีมชาติฝรั่งเศสงั้นเหรอ ? ป็อกบา ช่วงหลังแทบจะไม่ได้ลงสนามอยู่แล้วแถมพอได้ลงมาก็ดูเอื่อยเฉื่อยแบบ 'ไร้ใจ' อย่างที่มีแฟนๆวิจารณ์กันขรมตามโลกโซเชี่ยล เอาจริงนะครับแดนกลาง 3 คนทั้ง เนมานย่า มาติช, สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ และ ฆวน มาต้า เนี่ยผลงานไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย ลงพร้อมกันออกจะทำผลงานได้ดีซะด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือปล่าวว่า มูรินโญ่ ไม่ค่อยชอบใช้งาน มาต้า เท่าที่ควรแถมเปลี่ยนตัวออกเป็นประจำอีกต่างหาก ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ในเมื่อเวลาที่ มาต้า อยู่บนสนามดูดีและสามารถสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมได้อย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมนะครับแดนกลาง 3 คนดังกล่าวคือแดนกลางที่ มูรินโญ่ ใช้งานในศึก 'แดงเดือด' กับ ลิเวอร์พูล ก่อนจะได้รับชัยชนะในที่สุด ซึ่งในตอนนี้ผมอยากที่จะให้นายใหญ่ชาวโปรตุกีซยึดติดกับ 3 คนนี้ต่อไปเรื่อยๆจนจบฤดูกาลไปเลย ส่วน ป็อกบา น่ะเหรอ ? ยังไงดีล่ะ ? ผมแทบไม่เห็นความหิวกระหายของเขายามลงสนามให้กับ "ปีศาจแดง" เลยแม้แต่น้อยในช่วงหลัง สิ่งที่เขาแสดงออกมามันเป็นแค่การดื้อดึงเท่านั้นซึ่งประเด็นหลักตามความคิดเห็นของผมก็คือเรื่องค่าเหนื่อยนั่นแหละ อเล็กซิส ซานเชซ เข้ามาสู่ทีมพร้อมค่าเหนื่อยก้อนโตทำให้ ป็อกบา ไม่พอใจงั้นเหรอ ? ความคิดนี้มันอาจจะดูแง่ลบไปหน่อยแต่สิ่งที่โชว์ออกมาบนผืนสนามหญ้าก็ไม่ได้โกหกใครว่า ป็อก ฟอร์มดร็อปลงไปจริงๆนับตั้งแต่อดีตหัวหอกของ อาร์เซน่อล ตบเท้าเข้ามาสู่รั้วโรงละครแห่งความฝัน การกระทำแบบนี้มันเหมือนกับว่าไม่ให้เกียรติแฟนๆของตัวเองเลยแม้แต่น้อยหากว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่มีใครสามารถยืนยันได้หรอกครับว่าทำไม ยังไง เพราะอะไร ป็อกบา ถึงเป็นแบบนี้ และสิ่งที่ผมกำลังรอคอยดูอยู่ก็คือช่วงสัปดาห์ทีมชาตินี่ล่ะครับ ถึงแม้ ป็อกบา จะถูก มูรินโญ่ บอกว่ามีอาการบาดเจ็บมาตลอดแต่ ดิดิเยร์ เดชองส์ ก็ไม่พลาดเรียกไปติดทีมและ เดชองส์ ก็ร่วมงานกับ ป็อกบา มานานกว่า มูรินโญ่ เพราะแบบนั้นเขาอาจจะได้ลงสนามในตำแหน่งที่ต้องการหรือถนัดมากกว่าตอนอยู่กับ "ปีศาจแดง" หากว่า ป็อกบา ลงสนามด้วยความมั่นใจและเล่นแบบที่เราไม่ได้เห็นกันในช่วงหลังกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล่ะก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันล่ะครับว่า ป็อกบา มีปากมีเสียงกับ มูรินโญ่ จริงอย่างที่เขาว่ากัน แต่ถ้าเพื่อนๆไม่อยากมีปากมีเสียงกับใคร อยากลุ้นคนเดียวเงียบๆล่ะก็ต้อง เว็บไซด์ mysbobet เลยครับ สมัครง่าย เล่นง่าย ลุ้นง่าย ฝากง่าย ถอนง่าย เพียงแค่ติดต่อที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbobet หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : zimbio

คุยกันหลังเกม : กลิ่นเดิมที่หายไป เสียงโห่ที่เพิ่มมาแทน

คุณคิดว่าเสียงโห่หลังเกมหรือระหว่างเกมเป็นเสียงที่แฟนๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โห่ใส่ผู้เล่นของ เซบีย่า กันมั้ยครับ ? ไม่อ่ะ ผมไม่คิดแบบนั้น มันคือเสียงโห่ที่บ่งบอกได้ว่าพวกเขาไม่ต้องการซื้อตั๋วมาเพื่อเผชิญหน้ากับเกมอะไรแบบนี้ เกมที่ไม่กล้าแลก ไม่กล้าได้ ไม่กล้าเสีย ไม่กล้าอะไรเลยซักอย่างจากขุนพล "ปีศาจแดง" ภายใต้การรั้งบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ นับตั้งแต่เริ่มเกมการแข่งขันมาเราแทบจะไม่ได้สังเกตุเลยว่า ยูไนเต็ด มีความหิวกระหายอยากจะเปิดเกมบุก หรือหิวกระหายในการทำประตู พวกเขาเล่นตามเกมไปเรื่อยๆและพยายามที่จะไม่เสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำความเข้าใจได้เพราะนั่นคือช่วงครึ่งเวลาแรก แต่พอเปิดเกมมาครึ่งหลัง อ้าวเห้ย ทำไมมันยังไม่มีรูปทรงที่ดีกว่าเดิมหรืออะไรเลยแม้แต่น้อย ความดุดันไล่บี้คู่แข่ง หรือความพยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่ เซบีย่า ผมเองไม่สามารถสัมผัสได้เลยแม้แต่น้อย จริงๆคือโชคดีมากนะครับที่วันนี้แนวรุกของยอดทีมจากสเปนเหมือนจะไม่ค่อยได้ซ้อมกันมา ไม่แบบนั้นเผลอๆ ยูไนเต็ด โดนทะลวงตาข่ายตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกแล้วซะด้วยซ้ำไป ซึ่งเกมมาเปลี่ยนจริงๆก็คือการที่ วินเชนโซ่ มอนเตลลาร์ ตัดสินใจปลดปล่อย วิสแซม เบ็น เย็ดเดอร์ ลงสนามตอนช่วงนาทีที่ 70 นิดๆหน่อยๆ และนั่นก็กลายเป็นหายนะของ "ปีศาจแดง" ในทันที เบ็น เย็ดเดอร์ ยิงได้คมกริบจริงๆ นั่นคือสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่สิ่งที่อาจจะทำให้แฟนๆยอมรับไม่ได้ก็คือการเสียประตูที่ 2 แบบเห้ยอะไรวะ ? ผู้เล่นในกรอบเขตโทษของ เซบีย่า มีไม่กี่คนเองนะครับ ? แถมจังหวะโขกของ เบ็น เย็ดเดอร์ แต่ล่ะคนขาตายกันหมดแล้วหากดูจากภาพช้า กลายเป็นสภาพที่เราเห็นกันบ่อยครั้งก็คือ ดาบิด เด เคอา รับเคราะห์กรรมอยู่คนเดียว เสียไปสองประตูช่วงนาทีที่ 70 กว่าๆเกือบ 80 ถามว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนสามารถทำได้มั้ย ? ผมเชื่อว่าแฟนๆยังไม่เดินออกจากสนามเหมือนในวันนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่มีเสียงโห่ออกมา เอ้อ แล้วเสียงโห่ที่ว่านั่นน่ะเกิดขึ้นก่อนจะเสียประตูแรกด้วยนะครับหากสังเกตุกันในจังหวะครองบอลของ "ปีศาจแดง" ที่จ่ายไปมาแต่ไม่สามารถเปิดเกมรุกเข้าใส่ได้ มันคือสิ่งที่แฟนๆแสดงออกมาตลอดเวลาว่าพวกเขาต้องการเกมรุก และเป็นรุกที่รุกมากๆด้วย ไม่ใช่การมานั่งรอเวลาอะไรแบบนี้ มันกลายเป็นกลิ่นอายเดิมๆได้หายออกไปหมดแล้ว หมดแบบสนิทเลยจริงๆ หากใครเป็นสาวกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะเห็นเพจแฟนในบ้านเราแชร์รูปทีมที่มีทั้ง จอห์น โอเชีย, ราฟาเอล, ฟาบิโอ, เวส บราวน์, ดาร์รอน กิ๊บสัน ลงสนามพร้อมกันในเกมพบกับ อาร์เซน่อล ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งผลที่ออกมานั้น "ปีศาจแดง" เอาชนะไป 2-0 ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หมดแล้วจริงๆล่ะครับกับสไตล์บุกตะลุย 'เดินหน้าแล้วฆ่ามัน' ในเมื่อฟุตบอลสมัยใหม่ในความคิดของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทำเพื่อเน้นไม่แพ้ไว้ก่อนแต่พลาดทีก็สามารถมีข้อแก้ตัวมาได้เสมอ นี่คือสิ่งที่ตอนนี้แฟนๆของ ยูไนเต็ด จะต้องอดทนกันต่อไปพร้อมๆกับความสำเร็จในถ้วยใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ห่างออกไปเรื่อยๆ ตอนนี้ทางบอร์ดบริหารทั้งหลายคงจะไม่รู้สึกตัวกันหรอกครับเพราะเรื่องฐานะทางการเงินพวกเขาก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร ผลงานในลีกก็น่าจะติด 1 ใน 4 คว้าตั๋วลุย แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้าได้ปกติ เงินก็ไหลมาเทมาแบบไร้ข้อกังวลอยู่แล้ว ถึงขนาดยอมจ่ายค่าเหนื่อย อเล็กซิส ซานเชซ ที่ปัจจุบันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลย 5 แสนปอนด์ (เผลอๆมากกว่านั้น) ต่อสัปดาห์ได้เนี่ยก็ถือว่าร่ำรวยมหาศาลแล้วล่ะครับ เพราะเมื่อเทียบคนอื่นๆอย่าง เนย์มาร์ ไอ้หมอนั่นก็ทั้งยิงทั้งแอสซิสต์ให้กับ เปเอสเช ได้ตลอดถึงแม้มาตรฐานลีกจะต่ำกว่า หรือแม้แต่พวกค่าเหนื่อยแพงๆของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็ยิงเรื่อยๆมาเรียงๆ ซึ่งถ้าหากแฟนๆของ Cheerball คนไหนชอบลุ้นเรื่อยๆ สบายๆ แบบมั่นคงและไว้ใจได้ในความเป็นมืออาชีพแนะนำเลยครับ Sbobet777 ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbobet หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99pic : zimbio

คุยกันหลังเกม : นานเท่าไรแล้วไม่ได้เฮแบบนี้

ตอนลูกยิงสนั่นตาข่ายของ เนมานย่า มาติช ซวบเข้าประตูไปนี่เอาจริงๆเลยครับว่าทั้งช็อคทั้งแอบดีใจเพราะการได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฆ่าไม่ตาย ถีบไม่ยอมลงหลุมแบบนี้ครั้งล่าสุดด้วยมันสมองอันน้อยนิดของผมแทบจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไร การโคจรมาเจอกับทีมหนีตายอย่าง คริสตัล พาเลซ ในช่วงเวลานี้แน่นอนว่ามันอาจจะดูเป็นเกมที่ไม่ยากแต่ทาง "ปีศาจแดง" ก็ทำให้ยากด้วยแนวรับที่ดูไม่แข็งแกร่งตามสไตล์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ เหมือนที่เราเคยเห็นกันกับทีม เชลซี หรือ อินเตอร์ มิลาน เห็นแล้วก็อยากให้ เอริค ไบยี่ กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงไวๆเหมือนกันนะครับ เห้อ คริส สมอลลิ่ง คู่กับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ยิ่งเล่นยิ่งลุ้นว่าจะเป็น เวส บราวน์ กับ มิคาเอล ซิลแวสต์ มาจุติรึเปล่าเพราะไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับทีม แฟนบอล และ ดาบิด เด เคอา เลยแม้แต่น้อย ขุนพล "ปีศาจแดง" โดนนำไปก่อนถึง 2-0 หากว่ากันตามตรงในสมัยนี้ สมัยที่ไม่มี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อยู่ข้างสนามโอกาสกลับมามันแทบจะน้อยกว่า 50% แต่วันนี้เหล่าอสูรแดงสามารถทำได้แบบน่าเหลือเชื่อ ส่วนหนึ่งก็ต้องชมการแก้เกมของ มูรินโญ่ ด้วยนะครับที่กล้าตัดสินใจอะไรว่องไวและสุดท้ายก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามมาตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังเพื่อเดินหน้ารุกเต็มตัวมันเหมือนจะกลายเป็นสิ่งที่พลาดแล้วเพราะพวกเขาโดนประตูที่สองค่อนข้างไว แต่สิ่งที่ มูรินโญ่ ทำหลังจากนั้นก็ต้องชื่นชมด้วยครับว่ากล้าพอสมควร ถอดฟูลแบ๊คสองข้างที่หากพูดตรงๆฟอร์มออกทะเลโดยพร้อมเพรียงกันอย่าง แอชลีย์ ยัง กับ อันโตนิโอ วาเลนเซีย แล้วเสริมเกมรุกอย่าง ฆวน มาต้า และแบ๊คเล่นดีไร้ที่ลง ลุค ชอว์ ลงไปมันเป็นการเติมสีสันในเกมรุกของ "ปีศาจแดง" ได้ตื่นตาตื่นใจขึ้นเรื่อยๆ มาต้า นี่เล่นดีนะครับในความคิดของผม อย่างน้อยๆก็ดูเล่นเข้าขากับทีมมากกว่า อเล็กซิส ซานเชซ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อช่วงเดือนมกราคมซะอีก ชัยชนะแบบพลิกนรกโค่นสวรรค์ (ของ ลิเวอร์พูล) ครั้งนี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นแน่นอนว่ามันจะช่วยสร้างเสริมความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยมก่อนศึกแดงเดือดที่พวกเขาจะเปิด "โรงละครแห่งความฝัน" ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล วันที่ 10 มีนาคมนี้ไม่น่าจะเดือดธรรมดาซะแล้วนะครับ น่าจะเดือดแบบเดือดจัดๆซะด้วยเพราะทั้งคู่ว่าก็ว่าเถอะฟอร์มการเล่นและทัศนคติต่างๆของนักเตะมันมาอยู่ในจุดที่ลงตัวพอเหมาะพอเจาะกันพอดี ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากดูซะแล้วสิ ! แต่ถ้าหากเพื่อนๆดูแล้วชอบลุ้นด้วยก็ต้อง เว็บไซด์ mysbobet เลยครับ สมัครง่าย เล่นง่าย ลุ้นง่าย ฝากง่าย ถอนง่าย เพียงแค่ติดต่อที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbobet หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : Premier League, zimbio

คุยกันหลังเกม : ใครจะสู้

น่าเสียดายนะครับ เสียดายจริงๆสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ในฤดูกาลนี้พวกเขาต้องมาพลาดสะดุดล้มไม่เป็นท่าเกมตกรอบ เอฟเอ คัพ โดยแพ้ต่อ วีแกน แอธเลติก ไป 1-0 ไม่อย่างนั้นได้ลุ้นการคว้า 4 แชมป์กันแบบยาวๆเลย ฟอร์มในตอนนี้ของพลพรรค "ซิตี้เซ็น" มันบ่งบอกถึงความเข้าใจในแทคติกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ป้อนลงไปในตัวของผู้เล่นแต่ล่ะคนแบบน่าเหลือเชื่อ เพราะไม่ว่าจะหยิบจับใครมาเล่นยังไงตรงไหนก็สามารถโดดเด่นแบบสุดยอด อย่าง โอเล็กซานดาร์ ซินเชนโก้ นี่อย่าลืมนะครับว่าตำแหน่งเดิมเขาคือมิดฟิลด์รวมถึง ฟาเบียน เดลฟ์ นี่ก็มิดฟิลด์เก่าที่ถูกจับมาเล่นแบ๊คซ้ายเหมือนกัน เล่นเอา ดานีโล่ ที่ซื้อมาด้วยตอนแรกที่หวังจะมาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งแบ๊คซ้ายแทบจะไม่ค่อยได้เห็นหรือ เบ็นจาแมง เม็นดี้ ที่เจ็บยาวไปก็กลายเป็นว่าแทบไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อทีมเลย มันเหมือนกับว่าตอนนี้ เป๊ป สามารถหยิบเลือกจับใครก็ได้มาลงสนาม ทำได้ยังไง ? อย่างตอนที่พลพรรค "เรือใบสีฟ้า" แพ้ต่อ วีแกน เนี่ยนัดต่อมาคือนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ กับ อาร์เซน่อล นะครับแต่พวกเขาก็วกกลับเข้ามาวงโคจรชัยชนะได้แบบที่เหมือนว่าไม่ได้แพ้มาก่อนหน้า ในตอนนี้ เป๊ป เริ่มออกมายอมรับเป็นนัยๆแล้วนะครับว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่ในมือของพวกเขา และมันก็กลายเป็นเหมือนแรงผลักดันให้ลูกทีมเข้าไปอีก การออกมาพูดแต่ล่ะครั้งของ เป๊ป มันเหมือนกับถูกที่ถูกเวลาเสมอ หากใครได้ตามข่าวก็น่าจะจำกันได้ว่าตอนแรกเลย เป๊ป กล่าวมาตลอดว่า ซิตี้ คือทีมที่แพ้เป็นเพื่อเตือนสติลูกทีม ถัดมาก็เป็นอารมว่าการแข่งขันยังคงอีกยาวไกลเพื่อไม่ให้ลูกทีมเสียสมาธิ ต่อมาก็คือยังไม่ได้เป็นแชมป์เพราะโลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้เพื่อกระตุ้นลูกทีมต่อไป จนล่าสุดเนี่ยแหละครับที่เขาบอกว่าตอนนี้ถ้วย พรีเมียร์ลีก คงไม่ไปไหนแล้วหากว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังรักษาฟอร์มเอาไว้ได้ มันเหมือนกับการจุดไฟให้ลูกทีมเร่งเครื่องในทางตรง 9 นัดสุดท้ายให้ปิดจ็อบโดยไว อย่าลืมนะครับว่า ซิตี้ เองก็แอบหวัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆเหมือนกัน ถ้าพวกเขาจบงานในลีกเร็วได้เท่าไรย่อมส่งผลดีต่อการโรเตชั่นตัวผู้เล่นมากเท่านั้น แชมป์พรีเมียร์ลีกคงจะไม่มีอะไรพลิกแล้วล่ะครับสำหรับแฟนๆของ ซิตี้ และต่อจากนี้ก็ขอให้รอลุ้น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ดีกว่า แต่ถ้าหากแฟนๆคนไหนชอบลุ้นล่ะก็แนะนำเลยครับ Sbobet777 ที่มั่นคงและไว้ใจได้ในความเป็นมืออาชีพ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbobet หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

คุยกันหลังเกม : สนามโล่งไม่ใช่เพราะสภาพอากาศแต่เพราะ เวนเกอร์ ?

ใครจะไปคาดคิดล่ะครับว่าศึกบิ๊กแมตช์อย่าง อาร์เซน่อล พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นบรรดาสาวก 'เดอะ กันเนอร์ส' จะดูบางตาแบบน่าใจหาย ซึ่งก็เข้าใจล่ะครับว่ามันเป็นเพราะอะไรในแว้บแรกหลายๆคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะหิมะที่ถล่มกรุงลอนดอนรึเปล่าแต่พอมองไปที่สแตนด์ฝั่งทีมเยือนแล้วเห็นแฟนๆของ "เรือใบสีฟ้า" มากันแบบแน่นสุดๆเพราะงั้นเรื่องสภาพอากาศอะไรก็ตามแต่คงไม่ใช่เหตุผลหลักที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไม่มีที่นั่งมีแต่ที่นอนซึ่งมันเป็นการประท้วงสโมสรแบบไม่ได้นัดหมายรึเปล่า ? ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริงๆมันก็น่าเศร้านะครับ มันหมายความว่าแฟนๆไร้ซึ่งศรัทธาในทีม มันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดเหลือเกินสำหรับสโมสรที่ขึ้นชื่อว่า 'ยักษ์ใหญ่' ทีมหนึ่งของพรีเมียร์ลีกอังกฤษเป็นนักฟุตบอลคงใจหายล่ะครับ เมื่อเดินออกจากสนามมาวอร์มก็ยังโอเคนะ อาจจะคิดว่ารอเกมใกล้เริ่มก่อนคนอาจจะเยอะแต่พอเอาจริงๆแล้วก็ยังโล่งอยู่แรงกระตุ้นหรือความมั่นใจมันต้องหดหายลงกันบ้างล่ะครับเพราะสาเหตุที่ทำให้แฟนๆไม่เดินทางเข้ามาในสนามเนี่ยมันจะมีซักกี่เหตุผลเชียวและหนึ่งในนั้นก็เรื่องฟอร์มการเล่นนี่แหละมาในเกมนี้ "เรือใบสีฟ้า" ยังคงทำผลงานได้แข็งแกร่งแบบไร้ที่ติเหมือนเดิม เหมือนกับนัดชิงชนะเลิศศึก คาราบาว คัพ แต่คราวนี้พวกเขาอัดแหลกใส่เกียร์ห้าแบบไร้รอยต่อใส่เจ้าถิ่นไม่ยั้งตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกเลรอย ซาเน่ ฉายแสงออกมาได้แบบเจิดจรัสในเกมวันนี้ซึ่งแนวรับของ "ปืนใหญ่" ก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆอีกเช่นเดิมแถม ปิแอร์-เอเมอร์ริค โอบาเมย็อง ยังพลาดโอกาสที่เหมือนจะชุบชีวิตทีมด้วยการยิงจุดโทษไม่เข้าตั้งแต่ต้นครึ่งเวลาหลัง ทุกอย่างมันเลยพังลงไปเรื่อยๆแบบ เรื่อยๆจริงครับหากยังจำกันได้ โอบาเมย็อง ก็พลาดโอกาสงามๆตั้งแต่ต้นครึ่งแรกในนัดชิง คาราบาว คัพ ไปซึ่งเชื่อว่าด้วยผลงานแบบนี้เผลอๆแฟนๆบางคนคิดถึง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซะด้วยซ้ำสิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือเกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ เลือกที่จะไม่เปลี่ยนตัวสำรองคนไหนลงสนามมาเลยแม้แต่คนเดียวและพอมองรายชื่อสำรองเท่านั้นแหละก็ถึงกับผงะไปเหมือนกันดาวิด ออสปิน่า, ร็อบ โฮลดิ้ง, อเล็กซ์ อีโวบี้, คัลลัม แชมเบอร์ส, แอชลีย์ เมลต์แลนด์-นีลส์, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ และ เอ็ดเวอร์ด เอ็นเคเทียห์ เห้ยเอาจริงดิ ? นี่คือขุมกำลังในซุ้มม้านั่งสำรองของ อาร์เซน่อล งั้นเหรอครับ ? มันไม่มีชื่อที่แบบพอจะแว้บขึ้นมาในหัวได้ว่าไอ้ตัวนี้แหละจะสามารถลงมาช่วยทีมหรือเป็นแรงกระตุ้นให้กับทีมได้เลยแม้แต่น้อยคิดแล้วก็สงสาร เวนเกอร์ เหมือนกันนะครับ เพราะปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นเนี่ยส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าเหล่า 'กันเนอร์ส' ทั้งหลายไม่โยนความผิดไปให้เขาคนเดียวหรอก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็คือบรรดาพวกบอร์ดบริหารที่นิ่งนอนใจในทุกๆเรื่องเอาจริงนะกับผลงานแบบนี้ถ้าบอร์ดบริหารใส่ใจหน่อยผมว่า เวนเกอร์ โดนเด้งตั้งแต่ปีก่อนแล้วมั้งครับเพราะแม้แต่สิทธิ์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยังไม่สามารถนำทีมไปเล่นได้เลยคุณลองดู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลุยส์ ฟาน กัล นำทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้แล้วไงอ่ะ ? โดนไล่ออกอยู่ใช่ว่าในตอนนี้กุนซือดีมีราคาจะไม่มีว่างเป็นตัวเลือก เพียงแต่ อาร์เซน่อล คือสโมสรใหญ่และสามารถทำรายได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้ง เวนเกอร์ ก็ยังสามารถประคับประคองทีมไปได้แบบนี้แม้จะกระท่อนกระแท่นก็เถอะจะปลดทำไมให้เสียตังฟรีๆล่ะใช่มั้ย ?เสียงบ่นด่า สแตน โคเอนเก้ มีมากขึ้นเรื่อยๆเพราะพี่แกมาหวังสูบเลือดสูบเนื้อ อาร์เซน่อล อย่างแท้จริง จนตอนนี้ดูสภาพทีมสิครับไปไม่ทันคู่แข่งทีมอื่นๆอย่าง ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด หรือแม้แต่อริร่วมลอนดอนเหนืออย่าง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ในใจของบรรดาคอลูกหนัง "ปืนใหญ่" ตอนนี้คงอยากจะเอาทั้ง เวนเกอร์ ทั้งบอร์ดบริหารของ โคเอนเก้ ออกไปซะให้พ้นๆเต็มแก่แล้วล่ะมั้งครับ แต่ทำไงได้ ? เดินประท้วงก็แล้ว เขียนป้ายด่าก็แล้ว ก็ไม่ไปไหนซักทีคงต้องรอให้สโมสรขาดทุนและหาเงินจากการขายนักเตะไม่ได้แล้วก่อนล่ะมั้งครับถึงจะคิดได้แต่สำหรับเพื่อนๆที่อยากหาเงินหรือหาแหล่งลงทุนที่ไว้ใจได้แล้วล่ะก็ลอง Sbobet777 สิครับที่มั่นคงและไว้ใจได้ในความเป็นมืออาชีพ ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbobet หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

คุยกันหลังเกม : ครึ่งแรก-ครึ่งหลัง ที่แตกต่าง

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ได้เห็นถึงความแตกต่างกันระหว่างช่วงครึ่งเวลาแรกโดยที่ไม่สามารถทราบสาเหตุที่แท้จริงได้เลยแม้แต่น้อย เพราะช่วงครึ่งเวลาแรกอย่างที่ได้เห็นกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ 'เหมือนเดิม' แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้ว่าพวกเขาได้เล่นในบ้านก็ตามคือเน้นตั้งรับเป็นหลักและรอสวนกลับแบบบุกไม่เป็น แน่นอนมันน่าเบื่อมากครับหากว่าใครเป็นแฟนตัวยงของ "ปีศาจแดง" ที่เล่นเหมือน 'รอโดน' ยังไงอย่างนั้น สุดท้ายก็โดนจริงๆครับจากจังหวะสวนตู้มเดียวหายของ เชลซี และจังหวะนี้ของ วิลเลี่ยน ก็ต้องยอมรับเลยครับว่ามิดฟิลด์บราซิเลี่ยนยิงได้สะใจมากจริงๆ มันเป็นการยิงยัดเข้าผ่านมือผู้รักษาประตูอย่าง ดาบิด เด เคอา ที่ช่วงหลังถูกยกย่องว่าให้เป็นมือกาวอันดับ 1 ของโลกเลยนะครับ และอย่าลืมว่าการยิงลูกนี้ไม่ใช่ครึ่งหลังที่มีแสงแดดส่องตาของ เด เคอา ตลอดเวลา พอเห็นลูกนั้นเสร็จผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆล่ะครับ เพราะมันเหมือนกับว่ามาทรงเดิมอีกแล้วและในช่วงหลังเมื่อ "ปีศาจแดง" โดนใครยิงนำก่อนก็กลับมายากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา เกมนี้มันกลับกลายเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้น อีกไม่กี่อึดใจพวกเขาก็กลับมาได้จากการยิงของ โรเมลู ลูกากู ! เชื่อเถอะครับว่าตั้งแต่เริ่มต้นจังหวะดังกล่าวไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นประตูหรอกครับแม้แต่แผงหลังของ เชลซี ในช่วงเวลานั้นก็่ตามเพราะสังเกตุดีๆคือ ลูกากู แกจับบอลลั่น โขกบอลเหมือนปลาแซลม่อนกระโดด และอีกมากมายที่พี่แกโชว์ออกมาแบบเงอะๆงะๆ สุดท้ายบอลเป็นใจ โชคเข้าข้างชิ่งไปมาหลุดไปยิงตู้มเดียวเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ พอกลับมาไวทุกอย่างมันก็เลยหายเครียดเร็วขึ้น ช่วงพักครึ่งเอาจริงๆผมไม่มีความคิดที่ว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" จะพยายามผ่อนเกมหรืออะไรเมื่อเริ่มครึ่งหลัง หรือแม้แต่จะคิดว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะพยายามสั่งให้ลูกทีมเดินหน้าลุยมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่คิดมันกลับกลายเป็นตรงกันข้ามเมื่อ เชลซี ดูเหมือนจะช็อตกันเองมันซะดื้อๆซะอย่างนั้น รูปแบบการทำเกมรุกแทบไม่มีอะไรรวมถึงมีจังหวะส่องนอกกรอบให้ได้ลุ้นบ้างนิดๆหน่อยๆเท่านั้น กลับกันเป็นทาง "ปีศาจแดง" ที่เดินหน้าพยายามทำเกมบุกที่เหมือนไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมกันมาจนต้องส่ง เจสซี่ ลินการ์ด มาแทน อ็องโตนีย์ มาร์กซิยัล ที่ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไรนัก สำเร็จผลเฉยเลยครับ ลินการ์ด กลายเป็นซูปเปอร์ซับของทีมได้สำเร็จจากการโขกเล่นทางแบบเหนือๆ เป็นการแซงนำที่เหลือเชื่อเหมือนกันนะครับของ "ปีศาจแดง" ซึ่งเหลือเชื่อในความหมายของผมนั้นมาจากฟอร์มที่ผ่านมาๆของ ยูไนเต็ด รวมถึงแทคติกของ มูรินโญ่ ด้วย แปลกแต่จริงครับในวันนี้ หลังจากนั้นก็แน่นอนว่าสไตล์ของ มูรินโญ่ เน้นตั้งรับด้วยการส่ง เอริค ไบยี่ ลงสนามมาเพื่อแพคเกมรับให้เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นแต่แนวรุกของ เชลซี ที่ อันโตนิโอ คอนเต้ พยายามจะเปลี่ยนโมเมนตั้มด้วยการส่งทั้ง เปโดร โรดริเกซ หรือ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงมาก็ไม่ได้ช่วยให้ดูดีขึ้นซักเท่าไร เนมานย่า มาติช กับไอ้หนู สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆครับ จะว่ากันตรงๆ แมคโทมิเนย์ ในมุมมองของผมนั้นดูดีกว่า ลูกากู ที่ทำ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ซะอีก ชัยชนะในครั้งนี้ของ ยูไนเต็ด ค่อนข้างสำคัญรวมถึงความพ่ายแพ้ของ เชลชี ที่เริ่มจะน่าวิตก พลพรรค "ปีศาจแดง" ปาดหน้า ลิเวอร์พูล ขึ้นไปรั้งเป็นอันดับที่ 2 ของตารางได้อีกครั้งหลังจากที่โดนล้อ 'ใต้ตีน' ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ส่วน "สิงห์บลูส์" หลุดตำแหน่งท็อป 4 ไปซะแล้วและมีแต้มตามหลัง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ถึง 2 คะแนนด้วยกัน จะว่าไปอันดับ 2, 3, 4 และ 5 ในฤดูกาลนี้ขับเคี่ยวกันมันส์เดือดปุดปุดดีเหลือเกินนะครับส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกันรวมถึง อาร์เซน่อล ที่ดูตามสภาพแล้วไล่อันดับที่ 5 ยังยากเลย ! แต่ถ้าหากเพื่อนไม่ชอบอะไรยากๆและต้องการหาสิ่งง่ายๆเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากล่ะก็ต้องสมัครเว็บไซด์ mysbobet.com เลยครับ สมัครง่าย เล่นง่าย ฝากง่าย ถอนง่าย เพียงแค่ติดต่อที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbobet หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : zimbio

คุยกันหลังเกม : ปืนใหญ่เติมกระสุนสุดเด็ดดวง

ทำไมมันเล่นดีจัง ทำไมดีกว่าชาวบ้านเขา ! พอผมได้รับชมคู่ อาร์เซน่อล พบกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นแมตช์ใหญ่ประจำวันเสาร์คำคำนี้มันก็ผุดขึ้นมาในหัวเลยครับและคนที่ทำให้มันผุดขึ้นมาก็คือ เฮนริค มคิห์ทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์ชาวอาร์เมเนียนนั่นแหละ นึกว่าเป็นคนล่ะคนกับตอนที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ตายเถอะพ่อคุณ พี่แกเล่นซัด 3 แอสซิสต์ในเกมเดียวธรรมดาซะที่ไหนกันล่ะ แถม ปิแอร์-เอเมอร์ริค โอบาเมย็อง ก็เบิกร่องเปิดซิงสกอร์ให้กับ "ปืนใหญ่" ได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงเล่น มันจะมีอะไรสวยหรูไม่กว่านี้อีกมั้ยล่ะครับ ? เอ้อ อย่างน้อยๆก็ดีกว่าเพื่อนสนิทอย่าง 'มิกกี้' นั่นแหละที่เปิดตัวนัดแรกทีมทะลึ่งแพ้เฉย การเล่นในรูปแบบนี้ของ อาร์เซน่อล เหมือนกับว่าเราจะไม่ได้เห็นมาซักพักแล้วกับการจ่ายบอลที่ลื่นไหล การเล่นเป็นทีมที่ดูสะอาดตาและชัดเจน เออ การได้นักเตะเพิ่มมา 2 คนกลับกลายเป็นว่าอาจจะพลิกทีมก็เป็นได้ ไหนจะการต่อสัญญาของ เมซุต โอซีล อีกที่มันเหมือนกับว่าทุกๆอย่างสามารถผ่อนสภาวะความตึงเครียดที่ทีมเสีย อเล็กซิส ซานเชซ ออกไปได้สำเร็จแล้วเรียบร้อย ถามว่าคุ้มมั้ยกับการเสีย อเล็กซิส หากดูในตอนนี้ ? ผมคิดว่ามันวินวินทั้งคู่เหมือนกันนะ จะว่าตามตรง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็ต้องการใครมาเติมเต็มแนวรุกเพราะอย่างที่เห็นๆกันว่า โรเมลู ลูกากู สากขนาดไหน จะพึ่ง เจสซี่ ลินการ์ด ทุกนัดไปก็คงไม่ไหวเหมือนกัน ส่วน "ปืนโต" เองแม้ว่าจะมี โอซีล อยู่แล้วแต่การไปของ อเล็กซิส มันเหมือนกับว่าจะเป็นการทำให้เขาแบกภาระมากจนเกินจำเป็นซึ่งการได้ตัว มิกกี้ เข้ามามันทำให้ทีมมีทางเลือกมากขึ้น แถมยังสามารถเล่นด้วยกันได้อีกนั่นน่ะ อีกทั้งการเข้ามาของ โอบาเมย็อง เองก็ยังคงต้องรอดูกันอีกซักหน่อยว่าจะเป็นยังไงเพราะอย่างประตูที่เขาทำได้มันก็นะ ล้ำหน้าชัดเจนอยู่เหมือนกันแถมครึ่งหลังก็ค่อนข้างเงียบ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะแทคติกที่เน้นรัดกุมมากกว่าเดินหน้าบุกแหลก แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นในตอนนี้ของ อาร์เซน่อล ก็คือการที่ เวนเกอร์ กล้าส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ลงคู่ โอบาเมย็อง นั่นแหละครับ ตอนแรกตั้งหน้าตั้งตารอเลยนะเอาจริงๆ สุดท้ายพ่อมหาเทพ อเล็กซ์ อีโวบี้ ได้ลงซะอย่างนั้นเลย โอ้โห แหม่ อีกคนที่ไม่พูดถึงก็ไม่น่าจะได้นั่นก็คือ อารอน แรมซีย์ ที่จังหวะสอดขึ้นมานั้นค่อนข้างแพรวพราว หาช่องว่างในเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ได้ดีจริงอะไรจริง มิดฟิลด์ซัดแฮตทริคอ่ะครับคุณ ไม่หลังฝ่ายตรงข้ามรั่วเองก็ตัวนักเตะเข้าขั้นพีค ซึ่งนัดนี้ผมว่าทั้งสองอย่างนะเพราะหลัง "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เองก็เล่นกันมั่วๆมึนๆยังไงไม่รู้ อาจเพราะเสียประตูไว แถมเสียงต่อเนื่องอย่างไม่มีหยุดยั้งความมั่นใจอาจจะหายไปซะหมด การโชว์ฟอร์มได้ผงาดค้ำลอนดอนนัดนี้ของ อาร์เซน่อล ถือว่ามาถูกเวลาเหมือนกันนะครับ เพราะนัดต่อไปพวกเขาจะเจอกับอริร่วมกรุงอย่าง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ฮัดช่า อยากดูซะแล้วสิครับฟุตบอลเกมรุกมาเจอกัน มันส์หยดติ๋งทุกทีไปเค.เค.pic : zimbio

คุยกันหลังเกม : อเล็กซิส ไปฟอร์มดีผิดหูผิดตา

กลายเป็นทีมม้านอกสายไปโดยปริยายสำหรับ อาร์เซน่อล ภายหลังจากที่มีข่าวคราวว่าจะต้องสูญเสียซูปเปอร์สตาร์คนดังอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ แถมก่อนเกมกับ คริสตัล พาเลซ กูรูที่เกาะอังกฤษบางคนยังทำนายว่า "ปืนใหญ่" จะแพ้อีกต่างหาก ทว่าผลปรากฏที่ออกมามันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง การไม่มี อเล็กซิส อยู่ในทีมของ อาร์เซน่อล ในวันนี้ทุกคนดูเล่นเหมือน 'โล่ง' กับบางสิ่งบางอย่างมากขึ้นซะด้วยซ้ำ ผมจำได้ลางๆเหมือนกับเคยอ่านหรือไม่ก็เคยได้ยินที่ไหนมาว่าบรรดาแข้ง "ปืนใหญ่" ไม่ค่อยเอา อเล็กซิส แล้วนะครับส่วนหนึ่งก็เพราะพฤติกรรมต่างๆที่อาจจะดูอยากย้ายมาเกินไป นักวิเคราะห์คนดังกล่าวซึ่งผมจำได้ไม่ชัดเจนนักว่าใช้ เธียร์รี่ อองรี หรือไม่นั้นได้มองเอาไว้ตอนที่ อเล็กซิส ดีใจยิงประตูได้แต่แทบจะไม่มีแข้ง อาร์เซน่อล คนไหนวิ่งหรือเดินมาดีใจกับเขาเลย ถึงขนาดบางนัด อเล็กซิส ต้องกวักมือเรียกให้มาด้วยซ้ำไป การเปิดหัวดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งอันนั้นจริง แต่ฟอร์มของ อาร์เซน่อล ในช่วงหลังต่อให้เปิดหัวดียังไงก็อันตรายอยู่ดีนั่นแหละครับจริงมั้ย ? เกมที่ออกมามันทำให้ใครหลายคนผิดคลาด กับข่าวลือที่ออกมา ข่าวเกี่ยวกับการเสียซูปเปอร์สตาร์ ข่าวในเรื่องของการต่อสัญญาต่างๆ หรือความดื้อดึงของ อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ที่มีให้เห็นมาตลอดในช่วงหลัง มันกลับกลายเป็นว่าในตอนนี้ 'อาจจะ' เป็นฟ้าหลังฝนของ อาร์เซน่อล ซะแล้ว เมซุต โอซีล กลายเป็นศูนย์กลางแห่งดวงดาวของ "ปืนใหญ่" อย่างแท้จริงในเกมนี้ ซึ่งก่อนแมตช์กับ คริสตัล พาเลซ ทาง 'SkySports' ก็รายงานว่า โอซีล ใกล้ที่จะบรรลุสัญญาใหม่กับทีมแล้วอีกต่างหาก อันนี้ถือเป็นข่าวดีมากๆ ส่วนหนึ่งที่ฟอร์ม โอซีล ดีวันดีคืนอาจจะเป็นเพราะแบบนี้ก็ได้นะครับเมื่อทุกๆอย่างคืบหน้าไปได้ด้วยดี นักเตะลงเล่นด้วยใจเต็มร้อย ทุกอย่างมันจะตามมาเอง อีกคนที่โดดเด่นและกำลังต้องการสัญญาใหม่เช่นกันอย่าง แจ็ค วิลเชียร์ นั้นฟอร์มตอนนี้ได้ใจเหล่า 'เดอะ กูนเนอร์ส' ไปแบบเต็มๆเช่นกัน นับตั้งแต่ได้รับโอกาสเขาก็คว้ามันเอาไว้และจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่ได้หลุดมือแต่อย่างใด ประเคนสัญญางามๆให้ได้ก็จัดเถอะครับหากว่า 'เจ้าแจ็ค' ยังทำได้ดีขนาดนี้ รวมไปถึงอีกหนึ่งหน่อที่น่าจะได้ความมั่นใจกลับมาสำหรับ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่ยิงประตูได้ซักทีในรอบ 9 นัดหรือ 600 นาที ก็หวังว่าการทะลวงตาข่ายในครั้งนี้จะทำให้หัวหอกชาวเฟร้นซ์มีความมั่นใจมากขึ้น อาร์เซน่อล กลับมาเล่นเป็น อาร์เซน่อล อีกครั้ง ด้วยการจ่ายบอลที่เป็นรูปเป็นร่าง มีแบบแผนในความคิดและความสร้างสรรค์ รวมถึงการเล่นเป็นทีมอย่างมีเอกลักษณ์ สไตล์แบบนี้ว่ากันตามข่าวลือที่ออกมา เฮนริค มคิห์ทาร์ยาน กับ ปิแอร์-เอเมอร์ริค โอบาเมย็อง นี่ค่อนข้างเหมาะกับสไตล์นี้มากๆนะครับ จังหวะติ๊ดชึ่งของ "ปืนใหญ่" เหมาะสมกับอดีตดาวเตะของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยประการทั้งปวงและก็แทบไม่อยากจะคิดเลยว่า 4 ประสานในแนวรุกของ อาร์เซน่อล จะโหดเหี้ยมขนาดไหน ลากาแซตต์ หน้าเป้าพร้อมตัวหนุนอย่าง โอซีล, มคิห์ทาร์ยาน และ โอบาเมย็อง มันฟังดูสะเด็ดสะเด่าและเร้าใจไปทุกรูขุมขนไหมล่ะครับ ? ถ้าหากว่าได้ 2 คนนั้นมาจริงๆการเสีย อเล็กซิส ออกจากทีมไปทำไมถึงจะไม่คุ้มค่าล่ะ ? จริงมั้ย ?เค.เค.pic : zimbio