breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

ควรจะเล่นแบบไหนดีครับ ?

ความรู้สึกมันแปลกๆนะครับ แปลกใจแปลก กับงงในงง แต่สุดท้ายผลที่ออกมามันก็กลายเป็นผลเดิมๆซะอย่างนั้นการแพ้คาบ้านของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ถึง 3-0 สกอร์มันอาจจะดูน่าเหลือเชื่อแต่มันกลับกลายเป็นว่าในเกมนี้ "ปีศาจแดง" พยายามเปิดเกมรุกแต่สุดท้ายก็มาเสียจากจังหวะแบบไม่น่าเสียช่วงต้นเกมพลพรรคอสูรแดงเล่นแบบเอาใจแฟนในโรงละครแห่งความฝันด้วยการเดินหน้าและบุกแหลก แต่จนแล้วจนรอดพวกเขากลับกลายเป็นว่าไม่สามารถทำอะไร "ไก่เดือยทอง" ได้ซะอย่างนั้นจังหวะหลุดไปยิงเดี่ยวๆของ โรเมลู ลูกากู ยังคงเป็นอะไรที่ติดตาตรึงใจมากๆกับจังหวะที่ไม่น่าพลาดเสียงเชียร์โห่ร้องกึกก้องใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบสนั่นเพราะการได้เห็นทีมรักของพวกเขาเล่นสไตล์ดุดัรอีกครั้งแผนการเล่น 3-5-2 หรือ 5-3-2 ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ขับเคลื่อนทีมไปได้ในทิศทางที่น่าสนใจอีกทั้งการให้ อันเดร์ เอร์เรร่า มายืนเป็นปราการหลังทางด้านขวาก็ทำผลงานได้แบบไม่ขัดเขินโอกาสยิงมากมายแต่สุดท้ายเปลี่ยนแปลงเป็นประตูไม่ได้ทำให้ครึ่งเวลาหลัง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เหมือนจะเน้นย้ำลูกทีมมากขึ้นเอาง่ายๆเกมนี้อะไร อะไร ก็ดูไม่เข้าทาง ยูไนเต็ด เลยแม้แต่น้อยครับเปิดหัวมาครึ่งเวลาหลังยอดทีมจากกรุงลอนดอนได้ประตูจากลูกเตะมุมและมันเป็นความผิดพลาดของ ฟิล โจนส์ ที่ไม่สามารถประกบ แฮร์รี่ เคน เอาไว้ลูกที่สองกลับกลายเป็นว่าคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีในครึ่งแรกอย่าง เอร์เรร่า โชว์ความผิดพลาดด้วยการไม่ขึ้นไปเช็คล้ำหน้าตามเพื่อนทำให้ คริสเตียน อิริคเซ่น หลุดเข้าไปถวายพานให้ ลูคัส มูร่า ซักเน้นๆตุงตาข่ายน่าเสียดายครับความผิดพลาดของทั้งสองคนแบบเห็นได้ชัดอย่างนั้น มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือกล่ะครับ เขาตัดสินใจถอดทั้ง เอร์เรร่า และ โจนส์ (น่าจะเจ็บ) ออกพร้อมกับไปเล่นระบบ 4-4-1-1 อีกครั้งหลังจากโดนนำ 2-0มันกลายเป็นว่าเมื่อกลับไปเล่นระบบเดิม "ปีศาจแดง" ก็กลายเป็นปีศาจตัวเดิมที่เกมรุกตื้อๆตันๆไม่สามารถกดดันอะไรได้ซะอย่างนั้นสุดท้ายก็อะไรเดิมๆกับ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่ได้ลงสนามมาและวางบอลโด่งข้ามกันไปวิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ลงสนามมาแทน โจนส์ นั้นก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรเลยในความคิดของผม แถมมีจังหวะเหวอหลายต่อหลายครั้งจนทีมเกือบเสียประตูถึง 2 ครั้ง 2 ครากับการที่เขาคืนหลังสั้นไปและประกบตัว เคน พลาดท็อตแน่ม มาดี เล่นไม่ลนไม่ล่กเมื่อเจอกับสไตล์ที่แตกต่างออกไปจาก มูรินโญ่ และเขาก็ใช้ทั้งวินัยในเกม ความเข้าใจในแทคติกของ โปเช็ตติโน่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในโลกฟุตบอลก็คือโชคเล็กๆน้อยๆในเกมนี้ผลเสมอ 0-0 กลายเป็นผลที่ โปเช็ตติโน่ ต้องการและพอกลับมาในครึ่งเวลาหลังทุกอย่างมันพลิกกันไปหมดความเด็ดขาดของ เคน มีมากกว่า ลูกากู ในเกมนี้ การสร้างสรรค์เกมของ อิริคเซ่น โดดเด่นกว่า พอล ป็อกบา หรือจังหวะโฉบจบสกอร์ ลูคัส มูร่า ทำได้จี๊ดกว่า เจสซี่ ลินการ์ดหากในเกมก่อนๆเราโทษกันในเรื่องของแทคติกที่ มูรินโญ่ ใช้มาในเกมนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ผิดพลาดนั้นไม่ใช่การวางหมากของกุนซือชาวโปรตุกีซ แต่มันคือตัวนักเตะเองที่ไม่สามารถทำได้ดีเพียงพอทั้งที่เล่นต่อหน้าแฟนๆพอมาถึงจุดนี้ผมก็คิดนะครับว่า เออ ควรจะแก้ยังไงดีในเมื่อ มูรินโญ่ ก็ลองมาเล่นเกมรุกแล้ว และหลังจากจบเกมการแข่งขันเจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามเล่นสไตล์เปิดเกมบุกนี้"เราทำงานกันมาตลอดทั้งสัปดาห์และในแง่ของแทคติกผมคิดว่าเราไม่แพ้ แต่ในเกมเรากลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้""เราทำงานได้ดีมาตลอดทั้งสัปดาห์ เราเตรียมตัวกันมาอย่างดี เราทำได้ดีในการฝึกซ้อม นักเตะของเรามีทัศนคติที่ดีเยี่ยม ก่อนหมดครึ่งเวลาแรกสกอร์มันควรเป็น 2-0 หรือ 2-1 ไม่ก็ 3-0 ด้วยซ้ำไป""หลังจากนั้นบางอย่างก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและ ท็อตแน่ม ก็นำ 2-0 ตอนนั้นทุกๆคนยังคงรู้สึกว่าประตูเดียวจะสามารถเปลี่ยนทิศทางของเกมได้ แต่สุดท้ายประตูที่สามของพวกเขาก็ฆ่าเราทันที"ทีนี้พอมองไปถึงตำแหน่งต่างๆที่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าเขาต้องการเสริมทีมแต่สุดท้ายก็ไม่ได้บ้างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แน่นอนว่าปัญหานัดนี้กับนัดก่อนมันชัดเจนแบบสุดจากความผิดพลาดของ โจนส์ และ เอริค ไบยี่ (เกมกับ ไบรท์ตัน) หรือแม้แต่ คริส สมอลลิ่ง แม้เก๋าประสบการณ์ก็จริงแต่ดูทรงพึ่งพาไม่ได้เลยไหนจะ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่เล่นยังไงก็ไม่เข้ากับสไตล์พรีเมียร์ลีกแม้แต่นิดเดียวปีกขวา-ตัวรุก ตามข่าว มูรินโญ่ อยากได้ อีวาน เปริซิช ตั้งแต่ปีก่อน มาปีนี้ก็ไม่ได้อีกแล้วเป็นยังไงกับ อเล็กซิส ซานเชซ หรือ เจสซี่ ลินการ์ด ล่ะครับ ?จะไปโทษ โรเมลู ลูกากู คนเดียวได้อย่างนั้นเหรอ ? เออจริงๆก็โทษได้แหละ แต่คนอื่นที่มีมันก็ดีไม่เท่า และ อ็องโตนีย์ มาร์กซิยัล ผมอยากเห็นเขาได้รับโอกาสนะ แต่ดูเหมือนว่าใจของแข้งชาวเฟร้นซ์รายนี้ไม่ได้อยู่ในโรงละครแห่งความฝันอีกต่อไปแล้วมันกลับกลายเป็นว่าผมมีคำถามขึ้นมาในหัวมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดซื้อขายครั้งนี้ของ "ปีศาจแดง" ว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ การได้ตัว เฟร็ด ที่สามารถพร้อมใช้งานได้แค่คนเดียวนั้นเพราะอะไร ?คงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบในเร็วๆนี้หรอกครับ หากว่าเราจะได้รับคำตอบกันจริงๆก็คงต้องให้ มูรินโญ่ เดินออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซะก่อนซึ่งผมก็เชื่อว่าด้วยฝีปากของเจ้าตัวน่ะ พร้อมที่จะพูดออกมาอยู่แล้วหากว่าเขาไม่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อยู่ส่วนถ้าหากใครเบื่อกับการกระทำที่ล่าช้าไม่ทันใจและอยากลองเปลี่ยนมาหาอะไรใหม่ๆทีรวดเร็วพร้อมกับไว้ใจได้ล่ะก็แนะนำ Mysbo99 ครับ ทีมงานมืออาชีพที่พร้อมบริการคุณตลอดสนใจสอบถามได้เลยที่ : https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

คุยกันหลังเกม : เล่นเรื่อยๆแต่ 9 คะแนนเต็มนะครับ

น่าเสียดายแทนลูกทีมของ ราฟา เบนีเตซ เหมือนกันในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล พลาดท่าแพ้ต่อ เชลซี ไปแบบสุดเจ็บปวด 2-1 ทั้งๆที่พวกเขาก็ไม่ได้เล่นแย่อะไรเลยแม้แต่น้อยตลอดทั้งเกมมันไม่มีทรงว่า "สาลิกาดง" จะต้องมาเสียถึง 2 ประตูในเกมนี้ด้วยซ้ำไปเพราะแทคติกเกมรับบอกเลยว่าเหนียวแน่นและปิดตายทุกช่องทางมากนี่คือสไตล์ของ เบนีเตซ ที่ละเอียดอ่อนในทุกๆจุดจนเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปแล้ว ซึ่ง 2 ประตูที่เสียไปก็เกิดขึ้นจากความผิดพลาดส่วนบุคคลทั้งนั้นประตูแรกในมุมมองของผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่ามันไม่ใช่จุดโทษอ่ะครับการเข้าสกัดของ ฟาเบียน ชาร์ โดนบอลเข้าจังเบ้อเริ่มซึ่งในหลายๆครั้งผู้ตัดสินบางรายก็เลือกที่จะไม่ให้จุดโทษ แต่ครั้งนี้ด้วยดุลยพินิจของ พอล เทียร์นีย์ เขาเป่าให้กับ เชลซี ได้รับผลประโยชน์ไปการถูกนำ 1-0 ด้วยจังหวะแบบนั้นคงจะทำใจได้ซักหน่อย และก็ตามสไตล์ ราฟา อีกนั่นแหละครับเพราะเขาตัดสินใจถอด ชาร์ ออกทันทีหลังจากเป็นคนทำให้ทีมเสียประโยชน์มันดูเหมือนกับว่าทีมอย่าง นิวคาสเซิ่ล จะไปทำอะไรกับแนวรับของ เชลซี ได้ใช่มั้ยล่ะครับ ? แต่เออ ทำได้เฉยเลยหากจังหวะของ ชาร์ เสียบใส่ มาร์กอส อลอนโซ่ ไม่ควรเป็นจุดโทษ จังหวะโขกของ โฆเซลู ผมก็คิดว่าไม่สมควรจะได้เช่นเดียวกันโอ้โห คุณลองดูจังหวะที่ เดอันเดร เยดลิน ศอกใส่เข้าเต็มเบ้าหน้า โอลิวิเยร์ ชิรูด์ สิครับ ผมคิดว่าจังหวะนั้นน่าจะได้ฟาวล์ซะด้วยซ้ำแต่ก็นั่นล่ะฮะ ทั้งผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินที่อยู่ใกล้ๆก็เฉยๆ ไม่ว่าอะไรแปลกแต่จริงถ้าหากยังตัดสินแบบแปลกๆอย่างงี้อยู่ก็ให้มันมี 'VAR' หรือวีดีโอช่วยตัดสินไปซะจบๆเรื่องเถอะครับ เพราะอย่างน้อยๆมันก็ช่วยได้เยอะเลยสำหรับลูกปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นพรีเมียร์ลีก อาจจะเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงมากๆ ด้วยมาตรฐานของทีมและนักเตะต่างๆ แต่มาตรฐานของผู้ตัดสินนี่ก็ทำให้แฟนๆได้หัวร้อนกันอยู่บ่อยๆอีกทั้งในศึกฟุตบอล 2018 ที่ผ่านมาไม่มีผู้ตัดสินชาวอังกฤษคนไหนถูกคัดเลือกไปตัดสินในศึกฟุตบอลโลกเลยนะครับโอเคอ่ะ 'VAR' มั้ย ?จนแล้วจนรอด สุดท้ายเราก็ได้เห็นภาพเดจาวูจากนัดก่อนที่ เชลซี พบกับ อาร์เซน่อล ได้คือการค่อยๆไล่บี้ ไม่ล่ก ไม่ลน ไม่รีบ จนสุดท้ายก็ได้ประตูและตัวนำโชคก็คือ มาร์กอส อลอนโซ่ อีกแล้วเกมนี้เขาเรียกจุดโทษให้ทีมได้ 1 ลูกแถมเป็นคนยิงจน เยดลิน สกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไปซะอีกสไตล์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ค่อนข้างชัดเจนนะครับ แถมออกจะแหวกๆหน่อยด้วยการให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ขึ้นไปเล่นสูงนั่นแหละและมิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกก็เปรียบเสมือนกับหุ่นยนต์ที่ต้องการอะไรสั่งได้หมดก็องเต้ ทำได้ค่อนข้างดีกับตำแหน่งนี้นะครับ อยู่ข้างหน้า วิ่งหาช่อง เข้ากรอบเขตโทษ เออ มันเปลี่ยนมุมมองดีเหมือนกัน แถมเกมรับแกก็วิ่งลงมาช่วยทีมได้อีกต่างหากจอร์จินโญ่ ยิ่งเล่นก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเขาทำได้ดีขนาดไหนทั้งการคุมจังหวะ การจ่ายบอล ซึ่งตรงจุดนี้ผมคิดว่า ซาร์รี่ ค่อนข้างเลือกถูกอยู่เหมือนกันที่ให้ จอร์จินโญ่ มาแทนตำแหน่ง ก็องเต้ ในยุคของ อันโตนิโอ คอนเต้ตอนนี้ก็เหลือแต่มิดฟิลด์คนสุดท้ายที่ต้องเบียดแย่งกันระหว่าง มาเตโอ โควาซิช และ รอสส์ บาร์คลีย์ ล่ะครับว่าใครจะแสดงผลงานออกมาได้ดีกว่ากัน เพราะช่วง 2 นัดแรก บาร์คลีย์ ได้รับโอกาสไปพอมานัดกับ นิวคาสเซิ่ล ก็เป็น โควาซิช ที่เริ่มปรับตัวกับทีมใหม่ได้แล้วก็เป็นฝ่ายออกสตาร์ทเป็นตัวจริงบ้างการวางหมากตัวผู้เล่นของ ซาร์รี่ ค่อนข้างตรงไปตรงมากับระบบ 4-3-3 เหมือนกับที่เขาใช้สมัยรั้งบังเหียนที่ นาโปลี และก็ทำผลงานได้ดีถึงแม้ว่าจะไปไม่ไกลถึงแชมป์ สคูเด็ตโต้ ก็ตามเมื่อระบบจาก นาโปลี ข้ามฟากมายัง เชลซี ช่วง 3 นัดแรกมันดูเหมือนกับว่าแข้งของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เข้าใจและรับรู้ในความต้องการของ ซาร์รี่อีกทั้งเขายังสามารถรั้งสตาร์ 2 คนที่น่าจะออกจากทีมไปหาก คอนเต้ ยังอยู่อย่าง ดาวิด ลุยซ์ และ วิลเลี่ยน เอาไว้ได้ดูทรงแล้วก็น่ารักน่าลุ้นไปยาวๆเหมือนกันครับกับทีมนี้ของ ซาร์รี่ ถึงแม้เจ้าตัวจะปฏิเสธมาตลอดเหมือนกันว่า "สิงห์บลูส์" ภายใต้การนำทีมของเขาปีแรกนั้นจะยังไม่ดีพอขนาดขึ้นไปลุ้นแชมป์ได้ก็ตามส่วนใครที่อยากจะน่ารักและลุ้นตามไปกับทีมของ ซาร์รี่ พร้อมกับสามารถไว้ใจและเชื่อถือได้ล่ะก็ต้องนี่เลย Sbobet777 ติดต่อรวดเร็วได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99pic : zimbio

คุยกันหลังเกม : ซื้อผู้รักษาประตูบางครั้งก็คือซื้อแต้ม ?!

อาจจะจบไปแบบเหนื่อยๆเอื่อยๆซักเล็กน้อยสำหรับเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ไบรท์ตัน&โฮล์ฟ อัลเบี้ยน ที่ยอดทีมอย่าง "หงส์แดง" เบียดเอาชนะไปได้ 1-0 พร้อมกับทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆผู้มาเยือนว่ากันตามตรงเล่นค่อนข้างโอเคตามรูปแบบทีมเล็กพบทีมใหญ่นะครับ พวกเขามาตั้งรับได้ค่อนข้างแน่น แมตต์ ไรอัน นายประตูก็ค่อนข้างไว้ใจได้ในหลายๆจังหวะทว่าการเสียประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั่นน่ะคงต้องยอมหอกจากดินแดนแห่งฟาโรห์ล่ะครับ การจ่ายของ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ มันลงล็อคเข้าเท้ายิงจังหวะเดียวนิ่มๆเข้าประตูไปเออ เจ๋งดีอ่ะ การจบสกอร์ได้ในทุกๆจังหวะแบบนี้แหละครับคือสิ่่งที่แฟนๆต้องการเห็นอยู่แล้ว ใช้โอกาสไม่เปลือง และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้หลังจากนั้นกลายเป็นว่าทั้งสองทีมก็เล่นไปตามเกมของตัวเอง "หงส์แดง" ก็ไม่ได้พยายามไล่บี้ไล่บดควานหาประตูที่สอง แต่พยายามแย้บทุกครั้งที่มีโอกาสไบรท์ตัน เองก็ไม่ได้เปิดหน้าเข้าแลกแบบเต็มตัว พวกเขายังคงตั้งรับอย่างแข็งชัน พร้อมกับสร้างจังหวะสวนงามๆให้กับตัวเองได้เอาเข้าจริงทีมดังจากเมืองติดชายทะเลก็ไม่ได้เล่นแย่ไปกว่านัดที่พวกเขาเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่อย่างใดนะครับในความคิดของผม เพียงแค่ว่าพวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้นัดนี้มีจังหวะโชว์สวยๆของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ให้เห็นพอประมาณ ถือว่าเป็นน้ำจิ้มตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลครับว่าเขาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้อย่างเต็มตัวการออกมาใช้เท้ากระดกข้ามศรีษะของ อ็องโตนีย์ น็อคการ์ท มันคือสิ่งที่ 'เดอะ ค็อป' เสียวสันหลังวาบแน่ๆหากว่าเป็นนายประตูคนอื่นๆที่ผ่านมาของพวกเขาทำ (เว้น เปเป้ เรน่า ไว้หน่อยละกัน)หรือเมื่อจวนตัวจากการไล่บี้ของ เกล็นน์ เมอร์เรย์ อย่างน้อยๆก็ไม่ล่กจนทำผิดพลาดแต่ก็ใช้เฮือกสุดท้ายเขี่ยบอลออกไปให้ไกลตัวไว้ก่อนได้รวมถึงจังหวะเซฟลูกโขกของ ปาสกัล กรอสส์ แบบเหน่งๆได้ช่วงนาทีที่ 88ลองนึกสภาพดูว่าถ้าหากโดนลูกดังกล่าวไปล่ะก็แต้มของ "หงส์แดง" ก็จะหายไปถึง 2 คะแนน และมันก็จะกลายเป็นวังวนเดิมๆที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดให้แล้วแต่ ลิเวอร์พูล ก็ทะลึ่งสะดุดตามแบบเจ็บปวดคราวนี้ไม่ครับ ไม่เป็นแบบนั้นจริงอยู่ที่ในเกม อลิสซอน อาจจะมีออกอาการเหวอๆหรือผิดพลาดให้เห็นบ้าง แต่หากหักลบกลบหนี้กันแล้วเซฟจังหวะนี้ค่อนข้างมีความหมายการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง และเสี่ยงทุ่มเงินแบบก้อนโตอย่างนี้มันค่อนข้างที่จะเว่อวังอลังการณ์ไปหน่อยในความคิดของใครหลายคนแต่ตัวอย่างก็มีให้เห็นมาตลอดเหมือนกันว่าเมื่อเราซื้อผู้รักษาประตูมาถูกคนและถูกจุด ก็อาจจะนำพาทีมสู่การเป็นแชมป์ได้ยกตัวอย่างเท่าที่ผมจะได้นะครับอย่าง เยนส์ เลห์มันน์ ที่มา อาร์เซน่อล ปีแรกก็แชมป์เลยและเป็นหนึ่งในขุนพลของ อาร์แซน เวนเกอร์ ยุคไร้พ่ายปีเตอร์ เช็ก เข้ามาในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ เชลซี ปีแรกก็คว้าแชมป์ได้เลยในทันที หรืออย่างตอนที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ดัน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ขึ้นมาเป็นมือหนึ่งฤดูกาลแรกนั้นพวกเขาก็คว้าแชมป์ในทันทีเช่นเดียวกันหรือในกรณีของ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่ก็ถือว่าใช่เหมือนกันเพราะเขาเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ "ปีศาจแดง" เถลิงบัลลงค์ยุโรปได้อีกครั้งหากมองในจุดจุดนี้แล้ว อลิสซอน เองก็อาจจะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ "หงส์แดง" กลับมาผงาดได้อีกครั้งไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ถ้วยใดก็ถ้วยหนึ่งยังไงอย่างนั้นการมีผู้รักษาประตูที่ดีมันย่อมสร้างความมั่นใจให้กับแผงหลังได้อยู่แล้วและการที่ ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะได้ 3 นัดรวดพร้อมกับไม่เสียเลยซักประตูนี่มันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีเหมือนกันว่าแผงหลังของพวกเขามีความมั่นใจขนาดไหนไหนจะ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ที่ยิ่งเล่นยิ่งเด่นอีก อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้ปราการหลังชาวดัตช์เล่นคู่กับ โจ โกเมซ ไอ้หนูอนาคตไกลเท่านั้น มันกลายเป็นว่าทุกๆอย่างเริ่มลงตัวขึ้นเรื่อยๆในระบบที่ คล็อปป์ ต้องการให้มันจะเป็นอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าล่ะครับว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และการจะรับมือกับความเสี่ยงนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายคล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีมที่ไม่ได้ต้องการเงินก้อนโตไปประเคนให้กับสโมสรอื่นๆเพื่อกว้านตัวสตาร์ดังเข้ามาสู่ทีมในสมัยที่เขาทำ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาคราวนี้ "หงส์แดง" ป้อนทุกๆอย่างให้กับเขาและเดินหน้าลุยเต็มตัวแบบนี้ อยากได้ใครจัดให้ ต้องการอะไรประเคนให้ทุกอย่างน่าสนใจครับ น่าสนใจว่า คล็อปป์ จะสามารถนำทีมนี้ไปไกลได้ขนาดไหนเปิดหัวมาดี จะดีได้ซักกี่น้ำ หรือจะผงาดยิงยาวไปจนจบฤดูกาล ?เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างครบแล้ว พร้อมแล้ว อะไรมันดูเข้าที่เข้าทางไปหมด หลังจากนี้ก็ต้องรอดูล่ะครับว่าเมื่อ "ปัญหา" อะไรซักอย่างมันเกิดขึ้นมา คล็อปป์ จะรับมือกับมันยังไงและดีขนาดไหนส่วนใครที่ไม่ชอบปัญหาจุกจิกน่ารำคาญใจต่างๆล่ะก็ลอง Mysbo99 มั้ยครับ ไร้ปัญหา ไร้สิ่งกวนใจ มีแต่ทีมงานมืออาชีพที่พร้อมบริการคุณตลอดสนใจสอบถามได้เลยที่ : https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : Anything Liverpool, zimbio

เอ็นโกโล่ กองเต้ กับบทบาทใหม่ในทัพสิงห์บลูยุคใหม่

เอ็นโกโล่ กองเต้ มิดฟิลด์จอมขยันของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก กำลังเล่นในตำแหน่งใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง เมาริซิโอ้ ซาร์รี่กองเต้ มีโอกาสยิงสามครั้งในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และสร้างสรรค์โอกาสถึงสี่ครั้งมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในทีม ยิ่งไปกว่านั้นเขาสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของฝั่งตรงข้ามไปถึงห้าครั้งในยุคของ ซาร์รี่ กองเต้ รับบทเป็นมิดฟิลด์คอยกดดันในพื้นที่แนวหน้า และมี จอร์จินโญ่ ที่เป็นมิดฟิลด์ตัวต่ำรอดักบอลอยู่ข้างหลัง"เขาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางด้านขวา และผมดีใจมากๆสำหรับการเล่นของเขา ผมประทับใจอย่างมากจริงๆ" ซาร์รี่ กล่าวหลังจบเกมกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์"ผู้จัดการทีมใหม่ ระบบใหม่ ผมได้เล่นข้างหน้ามากขึ้นเล็กน้อย ผมพยายามมองหากองหน้าเพื่อที่จะโจมตีมากขึ้น เพื่อสร้างปัญหาให้กับอีกฝ่าย ผมต้องการปรับตัวในตำแหน่งนี้ และผมจะทำในตำแหน่งนี้ให้ดีที่สุด และผมหวังว่าเราจะทำสิ่งที่ดีต่อไปได้ในอนาคต" กองเต้ กล่าวจอร์จินโญ่ เป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวต่ำ เขาจะเล่นดีที่สุดเมื่อทีมของเขาได้ครองบอล และคอยสั่งการเล่นในทีม โดยในเกมที่พบกับ อาร์เซน่อล เขามีสถิติจ่ายบอลถึง 99 ครั้งในเกมเปิดฤดูกาลที่ไปเยือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ จอร์จินโญ่ ไม่ได้มีสถิติสกัดบอลเลยสักครั้ง และนั้นเกิดขึ้นกับ กองเต้ เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และในเกมที่พบกับ อาร์เซน่อล เขาแทคเคิลบอลสำเร็จถึง 6 ครั้งในแมตช์นั้น แต่ จอร์จินโญ่ สกัดบอลสำเร็จและแทคเคิลบอลสำเร็จไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้การเล่นของ ขุนพลเดอะกันเนอร์ส ต่อบอลกันได้ง่ายมากยิงเยอะขึ้นและสร้างสรรค์โอกาสมากขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการเข้าสกัดและการเข้าปะทะน้อยลง นั้นเป็นสิ่งที่ ซาร์รี่ ยอมรับ

เนวิลล์ เชื่อปืนใหญ่กำลังไปในทิศทางที่ดี หลัง เอเมรี่ ถูกวิจารณ์

อูไน เอเมรี่ นายใหญ่ขุนพลเดอะกันเนอร์ส อาร์เซน่อล ทีมยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก ถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วง หลังพาพลพรรคปืนใหญ่พ่ายแพ้ในสองนัดแรกของฤดูกาล แต่ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานกองหลังของปีศาจแดง ได้โต้ว่าทำไมไม่มีใครสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงภายในทีมเลยไอเดียในการทำอาจจะยังไม่ไปถึง แต่ถ้าคุณลองมองสิ่งแรกที่ อูไน เอเมรี่ กำลังทำอยู่ในเรื่องของแนวรับนั้น ผมไม่คิดว่าผมเคยเห็นมันมาเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างแน่นอน นับตั้งแต่วันที่มี โทนี่ อดัมส์, มาร์ติน คีโอว์น, เอมมานูเอล เปอตีต์ และ ปาทริค วิเอร่า อยู่ในทีมอาร์เซน่อล การเล่นจากแดนหลังไปแดนหน้านั้นมันรัดกุมมากๆในเรื่องการเคลื่อนที่ระยะ 25 ถึง 30 เมตร จากแดนหลังไปแดนหน้า เขาให้ลูกทีมเล่นในรูปแบบที่ผมไม่เคยเห็น โดยการให้กองหลังพยายามพาบอลเคลื่อนไปข้างหน้า เพราะส่วนใหญ่เราจะเห็นพวกเขาเคลื่อนที่ครองบอลกันไปมาสำหรับผมแล้ว มุมมองในสิ่งที่โค้ชกำลังพยายามทำอยู่นั้น คือเขาพยายามลบความเคยชินที่ไม่ดีออกไปให้กลายเป็นดี จากที่เคยเป็นในช่วงห้าหรือหกปีก่อน เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีอยู่ในตัวกันเต็มไปหมดและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับผมก็คือการก้าวไปข้างหน้า ถ้าผมเป็น อูไน เอเมรี่ ละก็ผมจะมองในแง่บวก หลังจากที่แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ในสองนัดแรกของฤดูกาลสำหรับการออกบอลผมพูดเลยว่าการทำทีมของของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในซีซั่นก่อนที่เริ่มเล่นบอลจากแดนหลังมันเป็นเรื่องไร้สาระ ผมคิดว่าพวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงการส่งบอลในแดนกลาง เพราะไม่มีตัวเลือกมากพอเมื่อผมลองมาคิดดูแล้วการที่หกคนต่อสู้กับสี่คนที่ อูไน เอเมรี่ พยายามสร้างอยู่นั้น พวกเขาดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมามากจากรูปแบบการเล่นของทีม พวกเขาสามารถพาบอลจากแดนหลังที่เริ่มจากผู้รักษาประตู ไปจนถึงหน้าปากประตูของ เชลซี ได้โดยใช้เวลาเพียง 45 วินาทีผมไม่เคยเห็น อาร์เซน่อล เล่นบอลด้านข้างจากแดนหลังแบบนี้เมื่อฤดูกาลก่อน พวกเขาเริ่มจะเข้าใจจังหวะในการเล่น ที่ผมจะพูดก็คือมันเป็นการไม่เคารพที่บอกว่าการเล่นเหมือนฤดูกาลก่อนเป็นสิ่งที่ไร้สาระ

สัมผัสชีวิตนักฟุตบอลด้วยตัวคุณเองกับ "อเล็กซ์ ฮันเตอร์"

จั่วหัวมาหลายคนคงจะงงพร้อมนึกในใจไปว่า " อเล็กซ์ ฮันเตอร์ คือใครกันวะ!?" อย่างแน่นอน... แต่บอกตรงๆพ่อหนุ่มรายนี้นี่แหละคือคนที่สามารถทำให้คุณหลุดเข้าไปในวิถีชีวิตของแวดวงลูกหนังบนโลกนี้ได้... ว่ากันตามตรงจะเรียกว่า "คน" ก็ไม่เชิงนักหรอก เพราะ อเล็กซ์ ฮันเตอร์ คือตัวละครเอกของโหมดเนื้อเรื่อง The Journey จากเกม Fifa ซึ่งถูกพัฒนาโดย EA Sports มาตั้งแต่ภาค Fifa17 ขอเกริ่นเล็กน้อยกับผู้ที่ไม่เคยสัมผัสกับเกมมาก่อนว่า Fifa คือเกมตระกูลฟุตบอลที่โด่งดังมากมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งคุณสามารถบังคับสโมสรโปรดแข่งขันได้ทั้งกับ AI และเพื่อนของคุณเอง แถมยังมีโหมดออนไลน์ให้ได้เล่นกันอย่างกว้างขวาง ตัวละครดังกล่าวได้ถูกโมชั่นแคปเจอร์จากนักแสดงอย่าง Adetomiwa Edun ที่มีชื่อเสียงมาจากในอังกฤษและยังได้ให้เสียงพากย์ด้วยตัวเองด้วย ชีวิตของ อเล็กซ์ ฮันเตอร์ หลายคนคงนึกภาพเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไปที่ชื่นชอบฟุตบอล แต่จริงๆแล้วมันเหนือกว่านั้น เพราะการดำเนินเรื่องของเขามันเหมือนถอดออกมาจากชีวิตของนักเตะสักคนบนโลกใบนี้ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ มาลองเกริ่นกันย่อๆเพื่อรู้จักกับพ่อหนุ่มรายนี้สักหน่อย... อเล็กซ์ ฮันเตอร์ เกิดที่ แคลปแฮม, ลอนดอน ซึ่งได้เล่นฟุตบอลระดับเยาวชนกับ แคลปแฮม คอมมอน พร้อมด้วยเพื่อนซี้อย่าง แกเร็ธ วอลเกอร์ โดยเป้าหมายของเขาคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ขณะที่คุณปู่ของเขายังเป็นนักฟุตบอลอาชีพคนดังมาก่อนเช่นกัน โดยเป็นดาวยิงถล่มตาข่ายไปถึง 22 ประตูซีซั่น 1968-69 ส่วนคุณพ่อของเขา ฮาโรล์ด เคยเป็นนักฟุตบอลระดับเยาวชนเช่นกัน แต่สุดท้ายต้องจบลงเนื่องจากอาการบาดเจ็บ เกริ่นมาคร่าวๆหลายคนคงจะเริ่มสนใจกันบ้างแล้ว ยังไงต้องขอเล่าต่ออีกสักเล็กนิด ซึ่งอาจจะมีการสปอยอยู่บ้างอย่าได้ว่ากันนะฮะ... ตัวเกมจะทำให้คุณได้เลือกสโมสรในฝันที่ต้องการเริ่มต้นด้วย ซึ่งจะพาคุณไปพานพบกับชีวิตของนักฟุตบอลไล่ตั้งแต่ การฝึกซ้อม, การมองหาโอกาสลงสนาม, การพูดคุยที่จะส่งผลต่อแฟนบอลและผู้จัดการทีม ทั้งตัวคุณและเพื่อนซี้ของคุณอย่าง วอลเกอร์ จะได้ออกไปท้าความฝันด้วยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยวิถีการแข่งขันของนักฟุตบอลก็ทำให้คุณต้องมีปัญหากับเพื่อนเรื่องการแย่งตำแหน่งอยู่บ้าง แถมยังมีนักเตะซูเปอร์สตาร์รายอื่นๆที่ย้ายมายังสโมสรของคุณอีกด้วย ที่เล่าไปนี่แค่เริ่มต้นก็น่าสนุกแล้ว แต่ให้เจาะลึกจริงๆคุณจะต้องเจอกับทั้งช่วงชีวิตที่ค่อยๆก้าวหน้าขึ้นและมีจุดที่ต้องพบกับความผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยยืมตัว, ปัญหาชีวิตครอบครัวที่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือแม้แต่ความดังที่สร้างปัญหาให้กับคุณเองบนตลาดซื้อขายด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆทั้งเรื่องราวของการพบปะกับซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆในชีวิตส่วนตัวหรือทั้งการเป็นตัวแทนของสปอนเซอร์ต่างๆภายในเกมด้วย คุณจะได้สัมผัสแทบจะทุกรายละเอียดที่นักฟุตบอลตัวจริงต้องเจอกันบนโลกใบนี้ ความรู้สึกตอนที่ผมได้ลองสัมผัสฉากที่ได้เจอกับซูเปอร์สตาร์มันทำให้รู้สึกอิ่มเอมหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เช่นฉากที่ให้สัมภาษณ์ต่อ ริโอ เฟอร์ดินานด์ มัน "โคตรเท่!!" ลองนึกถึงตัวเราเองก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้นมันคือความฝันเลยล่ะ นอกจากนี้ขอยกตัวอย่างเรื่องราวที่เราจะเห็นได้จากชีวิตจริงกับภายในเกม คุณมักจะได้เห็นว่านักเตะอย่าง พอล ป็อกบา มีเอเยนต์คนดังอย่าง มิโน่ ไรโอล่า เป็นตัวชูโรงบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มักจะได้เห็นชื่อของ ฮอร์เก้ เมนเดส ซึ่งเจ้าหนู อเล็กซ์ ก็มีตัวแทนของตัวเองคอยดำเนินการเรื่องอนาคตให้เช่นกันนั่นแหละ... แถมเรื่องราวกับครอบครัวของ อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ที่ต้องมีปัญหากับคุณพ่อหรือทางบ้าน นั่นก็สะท้อนมาให้เห็นจากชีวิตของ โธมัส เมอนิเยร์ แนวรับของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้วเหมือนกัน เพราะนักเตะชาวเบลเยี่ยมรายนี้ก็เคยมีปัญหาหมางเมินกับคุณพ่อของตัวเองในวัยเด็ก ก่อนที่สุดท้ายเพราะฟุตบอลลูกหนังนี่แหละที่นำพาทั้งคู่กลับมาดีกันได้ สภาพบ้านหลังเก่าที่คับแคบ การได้ย้ายไปอยู่ที่พักสุดเลิศหรูท่ามกลางชื่อเสียงที่พุ่งทะยานกลับสวนทางกับชีวิตที่น่าสับสนกับเบื้องหลังการค้าแข้งของตัวเอง แน่นอนที่ผมพูดมามันคือเรื่อง "ดราม่า" ที่นักฟุตบอลหลายคนได้เจอ ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด นักเตะจากรั้ว 'ปีศาจแดง' ก็ได้เคยออกมาพูดถึงเรื่องราวของ อเล็กซ์ ฮันเตอร์ มาแล้วว่า "จริงๆแล้วผมไม่อยากเชื่อเรื่องรายละเอียดเลย ดูที่ อเล็กซ์ สิ มันทำให้ผมนึกถึงการเดินทางของผม" "มันทำให้ผมนึกถึงประสบการณ์ของตัวเองเมื่อคุณได้มองไปยัง อเล็กซ์ ตอนที่เจอกับผู้จัดการทีมในออฟฟิศ คุณไม่รู้ได้เลยว่าเขาจะพูดอย่างไรหรือจะทำอะไร ดังนั้นมันทำให้ผมหวนคิดถึงความทรงจำเก่าๆ" "นักฟุตบอลต่างมีขึ้นมีลงทั้งนั้นและมันแสดงออกมาให้เห็นแล้วผ่านการเดินทางของ อเล็กซ์ นั่นแหละ" จะว่าผมอวยก็อวยเถอะ แต่สำหรับผมแล้ว Fifa โหมดนี้นับเป็นการตอบโจทย์และมอบประสบการณ์ใหม่ๆให้กับแฟนบอลอย่างแท้จริง ซึ่งส่วนตัวแล้วก็อยากให้ลองมาสัมผัสกันไม่ว่าจะจากการเล่นผ่าน Fifa โดยตรงหรือลองติดตามเหล่าแคสเตอร์ตามเว็บไซต์ชั้นนำก่อนก็ได้ สำหรับ Fifa19 ก็จะมีโหมดเนื้อเรื่องเช่นเคยด้วยชื่อว่า "The Journey: Champions" ซึ่งเราอาจจะได้เห็นเขาเดินตามรอยเท้าของ 'CR7' ก็เป็นได้ ซึ่งกำหนดวางจำหน่ายของตัวเกมภาคใหม่คือ 28 กันยายนนี้ นอกจากติดตามชีวิตของนักฟุตบอลในเกมแล้ว อย่าลืมติดตาม Mysbo99 เว็บไซต์อันดับ 1 ของไทย รับรองสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไร้ปัญหาให้เช็คย้อนซํ้าๆไปมา เพิ่้มเพื่อนกันได้ที่ LINE@ : https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ช้างศึกตกรอบแรกรอบ24ปี ใครจะรับผิดชอบ?

ภายหลังที่ทราบผล "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ตกรอบเอเชียนเกมส์ 2018 อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทำให้มีหลายประเด็นเกิดขึ้นตามมาเพียบทีเดียว หลายๆคนคงคิดเหมือนกันว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? จะให้โทษนักเตะก็คงไม่ใช่ เชื่อว่าทุกคนในทีมชุดนี้สู้กันเต็มที่แล้ว หากมองดูถึงศักยภาพทีมโดยรวมของนักเตะชุดนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีทีเดียว หลายคนคือกำลังสำคัญของสโมสรในลีกบ้านเรา ซึ่งเป้าหมายคงหนีไม่พ้น เฮดโค้ชหรือกุนซือ และ สมาคมกีฬาฟุตบอล ที่ต้องถูกกระหน่ำอย่างหนักแน่นอน เป้าหลักแรกอยู่ที่ "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือที่พาทีมลงเล่น 3 นัด เก็บชัยไม่ได้เลย (เสมอ 2 แพ้ 1) เก็บได้เพียง 2 คะแนน คงเป็นเป้าที่ถูกโจมตีอันดับแรกในตอนนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงอยากทราบว่าด้วยเพราะเหตุใด ทำไม ทีมชาติไทยของเรา จึงตกรอบแรกเร็วเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ฟุตบอลลีกในบ้าน ต่างพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็น่าจะทำให้ทีมชาติพัฒนาขึ้นตามกันมา สิ่งแรกเลยในตัวผู้เล่น หลายฝ่ายต่างก่นว่าทำไม "โค้ชโย่ง" ไม่ใช้โควต้าอายุเกิน 23 ปี แบบทีมชาติอื่นกัน ซึ่งไม่จำเป็นถึงกับต้องเรียก มุ้ย-อุ้ม-เจ มาติดทัพก็ได้ แต่ก็ยังมีผู้เล่นในไทยลีกที่มีประสบการณ์และวัยวุฒิพอที่จะช่วยทีมในสถานการณ์สำคัญได้ โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้าตัวเก๋า ที่ดูเหมือนจะเป็นจุดบอดของทีมชุดนี้ แน่นอน เจนรบ สำเภาดี ก็มีฝีเท้าไม่ธรรมดา แต่ดูเหมือนเขาจะอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจ ถึงแม้จะมีดาวรุ่งอย่าง ศุภชัย ใจเด็ด มาช่วยซัดเซฟทีมไว้ใน 2 เกมแรก แต่ตามจริงทีมที่แข็งแกร่ง ก็ต้องการนักเตะตัวหลักที่แข็งแกร่งไม่ใช่หรือ แม้ว่าจะเข้าใจเหตุผลของ "โค้ชโย่ง" ที่ต้องการให้เด็กชุดนี้มีประสบการณ์ต่อยอดสู่การคัดเลือกไปเล่นโอลิมปิก แต่สำหรับคนไทยมันไม่ใช่เวทีหาประสบการณ์ แฟนบอลไทยต้องการอะไร เขาต้องการผลการแข่งขันที่ดี แล้วพอผลงานออกมาไม่ดี โค้ชก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องยืดอกรับผิดชอบไปเต็มๆ สิ่งที่สองการแท็กติกจัดตัวในแต่ละเกม และการแก้เกม หลายคนมองว่า "โค้ชโย่ง" มีกึ๋นพอ ทำได้ดีรึยัง เอาง่ายๆ ในเรื่องการเปลี่ยนตัว ชี้ให้เห็นกันชัดๆ ในนัดสุดท้ายที่พ่ายอุซเบกิสถาน แฟนบอลอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมไม่ส่ง "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ลงตัวจริง ทั้งๆ ที่ฟอร์ม 2 เกมแรกลงมาเล่นแล้วทำได้ดีเลยทีเดียว ที่สำคัญหลังโดนนำแล้ว ทำไมต้องรอจนถึงช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายนู้นเลยที่จะเปลี่ยนตัว แถมเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งต่อตำแหน่งแทน เจนรบ สำเภาดี อีกต่างหาก เช่นเดียวกับการส่ง มนตรี พรหมสวัสดิ์ และ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ก็เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งเดียวกันอีกเหมือนเดิม ซึ่งเป้าหมายในตอนนั้นคือต้องพึ่งตัวเองเอาชนะให้ได้เอาไว้ก่อน ไม่ใช่เหรอ เพราะถึงเก็บได้เพียงแต้มเดียว ก็แค่รอเวลาตกรอบเท่านั้นเอง แม้ว่า "โค้ชโย่ง" จะออกมาขอโทษแฟนบอลที่ทำให้ผิดหวัง พร้อมเผยทำเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่เชื่อว่ามันคงไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอลชาวไทยซักเท่าไหร่ อีกทั้งล่าสุดกระแสโซเชียลที่ลามไปถึงประมุขบอลไทยอย่าง "บิ๊กอ๊อด" "บิ๊กอ๊อด" พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ที่ถูกให้รับผิดชอบผลงานของ "ช้างศึก" ตามไปด้วย ในส่วนของสมาคมฯ คงหนีไม่พ้นเรื่องการเตรียมทีม โดยทีมชุดนี้มีเวลาเตรียมทีมน้อยมากก่อนเดินทางไปอินโดนีเซีย เพียง 5 วันเท่านั้น เรียกนักเตะเข้ามารายงานตัวกันแบบครบๆวันที่ 8 ส.ค. โดยโปรแกรมการแข่งขันนัดแรกพบกาตาร์วันที่ 14 ส.ค. ซึ่งดูแล้วมันไม่เพียงพอต่อการเตรียมทีมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับทวีปแบบนี้ ทำให้หลายๆ คนก็วิจารณ์ว่าเราตกรอบตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นกันแล้ว ถึงเวลานี้คงต้องรอสมาคมฟุตบอลจะเอาอย่างไรกับ "โค้ชโย่ง และรวมไปถึงการพิจารณาตัวเองในส่วนของสมาคมฯ ทางด้านการรับผิดชอบเตรียมทีมฟุตบอล แน่นอน ฟุตบอลมีแพ้มีชนะ แต่เราจำเป็นต้องประเมินความผิดพลาด แก้ไข ให้ดีขึ้นให้ได้ ซักวันก็จะเป็นวันของเราบ้าง สุดท้ายขอฝากกับ Sbobet777 เว็บไซต์เด่น แถมบริการรวดเร็ว สะดวกติดต่อและยินดีให้บริการอย่างเต็มที่... แอดเพื่อนกันได้เลย https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

คุยกันหลังเกม : วันๆนี่ซ้อมด้วยกันป่าวอ่ะ ?

จากแต่ก่อนใครเป็นแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูทีมรักของตัวเองเล่นแล้วจะง่วงหน่อยๆ แต่มาตอนนี้ยิ่งดูยิ่งไม่ง่วงอ๋อเพราะเล่นสนุกขึ้น ?ไม่เลยครับ ยิ่งดูการเล่นแล้วยิ่งหัวร้อน ร้อนแล้วร้อนอีกกับความที่เล่นเละเทะ ต่อบอลไร้จินตนาการ เกมรับไร้ความแข็งแกร่ง ศูนย์หน้าแทบไม่ได้โอกาสสับไกยิงโอ้โห มีเรื่องให้ด่าเพียบเลย มีเรื่องให้บ่นยาวเลย แต่นั่นก็คือเรื่องเดิมๆที่ลากยาวมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนยันมาช่วงปรีซีซั่นในตอนแรกผมค่อนข้างสนับสนุน โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับเพราะว่าสิ่งที่เขาทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันก็คือสไตล์ของเขาที่ทำแบบนี้มาตลอด หากใครดูบอลมาตลอดก็จะรู้ว่า เออ น่าเบื่อแบบนี้แหละ แต่นายใหญ่ชาวโปรตุกีซรายนี้ก็มักจะพาทีมประสบความสำเร็จได้เสมอทว่ามันแตกต่างกันออกไปแล้วครับปีก่อน มูรินโญ่ นำพลพรรค "ปีศาจแดง" จบอันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีกด้วยการเก็บแต้มได้ถึง 81 แต่ก็โดนด่ายับเฮ้ย ฮัลโหล 81 คะแนนนี่ไม่ใช่ขี้ๆนะครับ มันคือแต้มที่ทำให้หลายต่อหลายทีมคว้าแชมป์มาแล้วในรอบหลายๆปีที่ผ่านมา ยกตัวอย่างง่ายๆก็ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้แชมป์ก็เก็บได้ 81 แต้มนั่นแหละหรืออย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็เคยคว้าแชมป์ด้วยการเก็บได้ 80 คะแนนเมื่อฤดูกาล 2010-11 เลยนะครับนั่นหมายถึงว่าอะไร ?มูรินโญ่ ยังคงทำทีมได้ตามมาตรฐานของตัวเองโดยที่สามารถกอบโกยแต้มในระดับ 'ลุ้นแชมป์' เพียงแค่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาพัฒนาก้าวขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นร่างสุดยอดของ "เรือใบสีฟ้า" ที่เปิดอัลติแบบไม่หยุดยั้งไม่หยุดยั้งจนลามมาฤดูกาลนี้เลยอ่ะครับ พวกเขาเพิ่งจะยิงจนเมื่อตีนใส่ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ไปเบาๆ 6-1ในเมื่อคู่แข่งแถมเป็นคู่อริร่วมเมืองพัฒนาไปอีกขั้นแต่กลับกลายเป็นว่า มูรินโญ่ ยังคงอยู่ที่เดิมแถมดูจะเละตุ้มเป๊ะกว่าเดิมซะอีกเพราะทรงบอลที่เขาทำมันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมามันมีข่าวออกมาให้ได้วิเคราะห์กันตลอดว่า มูรินโญ่ มีปัญหากับทางบอร์ดบริหารจริงๆอย่างนั้นหรือ แถมสิ่งที่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ออกสื่อมาแต่ล่ะครั้งมันตอกย้ำได้ว่า เออ มันคงมีจริงๆนั่นแหละการคว้าตัวนักเตะมาได้ 3 คนและไม่มีสตาร์ดังเข้ามาสู่รั้วโรงละครแห่งความฝันเลยมันกลายเป็นประเด็นใหญ่เหมือนกันเพราะในแต่ละปีมักจะมีดีลเน้นๆเนื้อๆเกิดขึ้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่เสมอมาคราวนี้พวกเขาได้แค่ เฟร็ด เท่านั้นที่พอจะเป็นนักเตะเกรดดีหน่อย อารมณ์แบบเกรดซื้อมาแล้วใช้งานได้เลย และมีลุ้นว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆส่วน ลี แกรนท์ ก็น่าจะมาสแตนด์บายเป็นมือสามธรรมดาๆและ ดีโอโก ดาลอต ก็เป็นไอ้หนูอนาคตไกลที่ยังไม่เห็นฟอร์มการเล่นเลยแม้แต่น้อยซื้อตัวมาแบบนี้เท่ากับว่าไม่ได้ช่วยอะไรทีมเลยได้มั้ย ? ก็จะว่ายังไงดี ได้ก็ได้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เสริมอะไรเลยเฟร็ด ก็ค่อนข้างทำหน้าที่ตัวเองได้ดีในแดนกลาง และมันก็ตอกย้ำให้เห็นว่า มูรินโญ่ ไม่ชื่นชอบ อันเดร์ เอร์เรร่า เหมือนกับแฟนๆ "ปีศาจแดง" เพราะว่าตลอดสองนัดที่ผ่านมา เอร์เรร่า ไม่ได้ลงสนามเลยแปลกๆดีเกมกับ ไบรท์ตัน ที่เพิ่งผ่านมาเข้าใจอยู่ว่าเมื่อปีที่แล้วก็แพ้ในสนามแห่งนี้เลยเล่นค่อนข้างรัดกุม แต่รัดกุมจนไม่บุกเขาเลยแบบนี้ก็จะดูทางตันไปซักหน่อยการเสียสองประตูในช่วงเวลาอันรวดเร็วมันน่าเหลือเชื่อมากๆกับแนวรับของ "ปีศาจแดง" โดยเฉพาะกับ เอริค ไบยี่ ที่เล่นได้แบบเฉิดฉายเมื่อนัดแรกกับ เลสเตอร์ ซิตี้ส่วน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็นั่นล่ะครับ ให้เวลาแล้วก็ดูยังไม่สามารถปรับตัวกับ พรีเมียร์ลีก ได้ดีพอ โดนวิ่งสอดมายิงแบบนั้นในฐานะกองหลังที่เป็นคนประกบตัวเขาต้องรับผิดชอบไปเต็มๆแม้ว่าจะได้ 1 ประตูจากการโขกของ โรเมลู ลูกากู แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ "ปีศาจแดง" ดูเร่งเกมหรือมีแรงฮึดอะไรแม้แต่นิดเดียว แม้แต่นิดเดียวจริงๆให้ตายเถอะจบครึ่งแรกสกอร์ 3-1 ครึ่งหลังมีเปลี่ยนตัวแบบน่าสนใจด้วยการส่งทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนามมาแต่ ..... แต่ ...... ก็มิได้นำพาอะไรเลยลินการ์ด พยายามจะกระชากหลายต่อหลายครั้ง แต่มันดูเหมือนว่าเป็นการจับบอลยาวแล้วลั่นไปเองซะมากกว่าส่วน แรชฟอร์ด นี่ไม่ต้องพูดถึงครับลงเหมือนไม่ได้ลงสุดท้ายก็แก้ด้วยแทคติคเดิมๆ มารูยาน เฟลไลนี่ สิครับรออะไร แต่แล้วเป็นไง ? ลงมาทำอะไรได้มั้ย ก็ไม่ได้อยู่ดีเพราะการเปิดแบบทิ้งๆขว้างๆพอล ป็อกบา ในเกมวันนี้แม้จะยิงได้ก็จริงแต่ตลอดทั้งเกมเขาจ่ายบอลสะเปะสะปะ เสียบอลง่ายๆ หรือเสียฟาวล์แบบที่ไม่น่าจะเสียทุกๆอย่างมันดูแย่ ดูไร้ซึ่งจินตนาการ ดูน่าปวดหัว ดูหัวร้อนไปหมด ซึ่งมันก็เข้าข่ายกับอาถรรพ์ฤดูกาลที่ 3 ของ โชเซ่ มูรินโญ่ พอดิบพอดีไม่มีผิดเพี้ยนหากมันเป็นแบบนั้นจริงๆก็ควรต้องรีบแก้ไขนะครับ เพราะตัว มูรินโญ่ เองเขาไม่มีความคิดที่จะลาออกจากตำแหน่งหรอก ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เชลซี ครั้งก่อนได้ ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละผมเชื่อว่าในตอนนี้ยังไม่มีการพิจรณาอะไรกันหรอกครับ เพราะมันก็แค่ 2 นัดแรกของฤดูกาล ต่อจากสิ่งที่สาวก 'เร้ด เดวิลส์' ต้องเผชิญอาจจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆและก็ก่นด่ากันต่อไป หรือดีไม่ดีเราอาจจะได้เห็นปรากฏการณ์แบบยุค หลุยส์ ฟาน กัล หรือ เดวิด มอยส์ ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลก็ได้นะครับกับการที่จะได้เห็น 'โรงละครแห่งความฝัน' โล่งแบบเงียบเหงาบ้างหากว่าสไตล์ของ มูรินโญ่ ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งแบบนั้นแหละ คือการกดดันบอร์ดบริหารที่ดีที่สุดหากใครคิดที่จะเปลี่ยนแปลงมากดกันแบบสบายๆมีสิ่งหลากหลายให้คุณได้เลือกก็ขอแนะนำ Sbobet777 ติดต่อรวดเร็วได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

คุยกันหลังเกม : ไม่เข้าร่องไม่เข้ารอย ปืนแตกสองนัดติดทำไงดี ?

เปิดหัวฤดูกาลมาแบบหมองหม่นสุดๆสำหรับ อาร์เซน่อล ทั้งๆที่พวกเขามีนายใหญ่คนใหม่นามว่า อูไน เอเมรี่ ที่ชื่อชั้นก็ไม่ได้รองบ่อนหรืออะไรเลยแม้แต่น้อยไปๆมาๆกลายเป็นว่าตารางมหาโหดของ พรีเมียร์ลีก เล่นงานตั้งแต่ช่วงต้นการเจอแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดแรกจากนั้นตามติดมาด้วย เชลซี มันไม่มีใครคิดว่าง่ายหรอกครับแต่ก็เชื่อว่าไม่มีใครคิดว่าจะเห็น อาร์เซน่อล ต้องมาแพ้สองนัดติดต่อกันแบบนี้อย่างใจๆหน่อยก็อาจจะเป็นผลเสมอไม่นัดใดก็นัดหนึ่งกลายเป็นว่า เอเมรี่ ไม่สามารถทำได้ แถมการเล่นของ "ปืนใหญ่" เองรูปทรงก็พอจะมีให้เห็นบ้างจากจังหวะการเข้าทำ แต่จังหวะเกมรับทั้งสองเกมที่ผ่านมาบอกเลยว่าสอบตก ตกมากๆด้วยจังหวะที่ เชลซี ได้ประตูทั้งสองประตูจาก เปโดร โรดริเกซ และ อัลบาโร่ โมราต้า นั้นก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าแผงหลังของ "ปืนใหญ่" หายไปไหนหมด ทำไมมันดูโล่งและยวบขนาดนั้นโดยเฉพาะลูกแรกที่ด้านขวาอย่าง เอคตอร์ เบลเยริน หลุดออกจากตำแหน่งไปแบบไร้ร่องรอยกลายเป็น เฮนริค มคิห์ทาร์ยาน ต้องวิ่งตามมาแบบไกลๆแทนซะอย่างนั้นเอองงดีเหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสเลย มันมีครับ มีเหน่งๆด้วยแต่ก็พลาดไปแบบน่าเขกกะโหลกการยิงของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เป็นอะไรที่ดูเสียราคามากๆนะครับ เพราะการเปิดจากด้านข้างมาแบบนั้นมันสามารถเรียกได้เลยว่าคือการถวายพานพุ่มงามๆให้จบสกอร์โอบาเมย็อง พี่แกดันทะลึ่งยิงข้ามคานไปแบบน่าเหลือเชื่ออีกจังหวะก็เป็นของ มคิห์ทาร์ยาน นั่นแหละครับที่ยิงหลุดไปชนิดที่ว่าเหมือนก็อปปี้ โอบาเมย็อง มาชัดๆเพียงแต่ว่ามาจากคนล่ะฝั่งเท่านั้นเองน่าเสียดายครับ น่าเสียดายมากๆเพราะสองจังหวะดังกล่าวแผงหลังของ เชลซี ไม่มีทีท่าว่าจะสามารถหยุดการโจมตีด้านข้างของ "ปืนใหญ่" ได้เลยแม้แต่น้อยครับ ใช่พวกเขาหยุดไม่ได้จริงๆนั่นแหละและก็โดนตีเสมอไปแบบน่าเจ็บปวดลูกที่ มคิห์ทาร์ยาน กับ อเล็กซ์ อีโวบี้ ยิงได้มันก็มาจากจังหวะเดิมๆแต่เฉียบคมมากกว่าก็คือบุกมาจากด้านข้างแล้วปาดเข้ากลาง คือมันดูเหมือนง่ายๆนะครับ แต่การวิ่งฉีกหนีแผงกองหลังคู่แข่งได้แบบนั้นเนี่ย ไม่ธรรมดาหรอกมันต้องมีการฝึกซ้อมที่เข้มข้น และความเข้าใจว่าจะเปิดไปยังจุดไหนซึ่ง "ปืนใหญ่" ก็ทำได้ดี ดีมากๆเอาซะด้วยซึ่งผมคิดว่าพวกเขาควรจะได้ 4 ประตูไปเน้นๆซะด้วยซ้ำสุดท้ายครึ่งแรกก็จบด้วยสกอร์ 2-2 และมาครึ่งเวลาหลังมันกลายเป็นว่าเกมตกเป็นของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อยู่เกือบฝ่ายเดียวอีกทั้งการตั้งรับเกมรุกด้านข้างของ อาร์เซน่อล ทาง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็จัดการแก้เกมได้ด้วยการเล่นแบบอุ่นใจมากขึ้นเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ซาร์รี่ ก็จัดการส่ง เอแด็น อาซาร์ ที่ตอนนี้กลายเป็นตัวโจ๊กเกอร์ไปก่อน และเขาก็ทำมันได้จริงๆครับ กัปตันทีมชาติเบลเยี่ยมรายนี้สามารถทำแอสซิสต์ให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงประตูชัยให้กับ "สิงห์ไฮโซ" ได้สำเร็จแถมยังเกือบจะถวายพานให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงปิดกล่องในช่วงท้ายเกมได้อีกต่างหากแต่หัวหอกชาวเฟร้นซ์ก็พลาดไปชนิดที่แฟนๆทั้งสนามเงียบกริบและปลงไปพร้อมๆกันซาร์รี่ เริ่มทำทีมเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว และเราก็ได้เห็นแนวทางการเล่นของเขาที่มีความแข็งแกร่งแถม โมราต้า ยังปลดล็อคยิงประตูได้แล้วอีกต่างหากกลายเป็นว่า เชลซี ภายใต้การกุมบังเหียนของนายใหญ่คนใหม่สวยหรูด้วยการเก็บชัยชนะ 2 นัดรวดแต่มันตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับ อาร์เซน่อล ที่แพ้รวด 2 นัดหลังจากนี้ความกดดันของ เอเมรี่ น่าจะมีมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้วนั่นแหละซึ่งเราคงต้องรอดูการปลดแอกตัวเองของเขาในฐานะกุนซือ "ปืนใหญ่" ว่าจะเริ่มต้นที่นัดไหนเพราะตารางหลังจากนี้ยังคงค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะพวกเขาต้องเจอทั้ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ วัตฟอร์ดจะมีใสใสหน่อยก็ คาร์ดิฟฟ์ กับ วัตฟอร์ด นั่นล่ะครับที่พอจะเป็นแสงสว่างให้กับ เอเมรี่ ในการเดินกลับเข้าสู่ทางหลักอีกครั้งถ้าหากสองนัดนั้นไม่ได้เนี่ย บอกเลยว่าน่าเป็นห่วงสุดๆส่วนใครที่อยากสนุกแบบไร้ห่วงไร้กังวลล่ะก็ขอแนะนำ Mysbo99 เลยครับสนใจก็อย่าลืมแอดกันมาได้ที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177pic : zimbio