breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

ปลดพักครึ่งได้ปลดไปแล้วมั้งเนี่ย

ล่ะ ล่ะ เละ ตุ้มเป๊ะ ที่แท้จริงสำหรับ เรอัล มาดริด ที่หมดสภาพของแชมป์สโมสรยุโรป 3 สมัยติดต่อกันฆูเลน โลเปเตกี เข้ามารั้งบังเหียนของเจ้าพ่อสโมสรยุโรปทีมนี้และตั้งแต่การก้าวเข้ามาก็มีปัญหาดราม่าอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า มาดริด ไปฉกมาจากทีมชาติสเปนแบบงงทั้งโลกเรอัล มาดริด ประกาศคว้าตัว โลเปเตกี ก่อนศึกฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้นกลายเป็นว่าสหพันธ์ฟุตบอลสเปนสั่งปลดนายใหญ่รายนี้ทันที นั่นหมายความว่าคนที่ทำให้ สเปน เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกไม่ได้ลงสนามการตัดสินใจแบบเด็ดขาดในครั้งนั้นแน่นอนว่าแข้งสแปนิช 23 คนที่ถูกเลือกต่างก็ช็อคกันไปทั้งนั้นโลเปเตกี ได้เลือกแล้วครับ แน่นอนมันก็เหมือนๆกับผู้จัดการทีมอีกหลายคนที่ตัดสินใจก้าวเข้ามายังถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว เพราะสโมสรแห่งนี้ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดของโลกในตอนแรกทุกสิ่งทุกอย่างมันดูไปได้ด้วยดี 5 นัดแรกใน ลาลีกา พวกเขาชนะถึง 4 เสมอ 1 ฟอร์มยังคงเส้นคงวา และกลบกระแสที่ว่าขาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปจะขาดใจหรือไม่แถมใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขายังถล่ม โรม่า ไปแบบเร้าใจ 3-0 อีกต่างหากอะไรมันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าขนาดนี้ ? ทั้งๆที่ก่อนหน้าทรงดี มีลุ้นจุดเริ่มต้นมันมาจากเกมที่แพ้ยับต่อ เซบีย่า ไป 3-0 นั่นแหละครับหลังจากนั้นพลพรรค "ราชันชุดขาว" ก็เป๋ล้มหน้าคว่ำมาตลอด บางนัดเล่นดูดีแต่ก็ดันแพ้ บางนัดก็นุ่มนิ่มสมควรโดนทุกกรณีอย่างศึก 'เอล กลาซิโก้' ในวันนี้ถามว่าสมควรมั้ย ? ก็สมควรแหละครับกับสิ่งที่เห็นจริงอยู่ที่ มาดริด จะมีช่วงเวลาที่ดีตอนต้นของครึ่งเวลาหลัง พวกเขาทำเกมขึ้นมาได้ดีมาก แต่สิ่งที่ขาดอยู่ในตอนนี้กลายเป็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขกันอย่างเร่งด่วนตัวจบสกอร์นั่นแหละครับโรนัลโด้ ออกจากทีมไปมันเริ่มส่งผลกระทบแล้ว กลายเป็นว่าตอนนี้เริ่มสลับขั้วกันแล้วนะครับหากยังจำกันได้กับตอนแรกที่ โรนัลโด้ เล่นให้ ยูเวนตุส แล้วยังไม่สามารถยิงประตูได้แต่ "ราชันชุดขาว" ชนะเรื่อยๆแถม แกเร็ธ เบล กับ คาริม เบนเซม่า ก็ยังดีอยู่มาตอนนี้เป็นยังไงล่ะครับ โรนัลโด้ กระหน่ำไปแล้ว 7 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ใน 10 นัดของ กัลโช เซเรีย อาใครจะประกาศออกมาว่าไม่เสียดาย หรือว่าไม่มีโด้ก็ไม่ขาดใจนั้นตอนนี้คงต้องยอมรับและกลืนน้ำลายตัวเองล่ะครับว่าไม่มี โด้ แล้วมันขาดใจจริงๆไม่รู้จะไปโทษใครดีในเรื่องนี้เพราะ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ก็ดูจะไม่ได้รีบเร่งหาตัวตายตัวแทนของดาวยิงหมายเลข 7 รายนี้แต่อย่างใด มันค่อนข้างผิดวิสัยของประธานจอมทุ่มรายนี้พอสมควรเหมือนกันในส่วนของ โลเปเตกี ไม่ได้ตัวแทนมาก็ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ และในตอนแรกก็ทำได้ดีทว่าสุดท้ายพอนักเตะอยู่ในช่วงขาลงพร้อมๆกันมันเลยยิ่งทำให้เละและดิ่งลงเหวแบบนี้ความพ่ายแพ้ด้วยการโดนยิงถึง 5 ประตูมันค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกันและมันก็มีสถิติที่น่าสนใจด้วยครับว่าความพ่ายแพ้เกิน 5 ประตู 3 นัดหลังสุดของ เรอัล มาดริด ใน ลาลีกา นั้นคือความพ่ายแพ้ต่อ บาร์เซโลน่าพฤษภาคม 2009 แพ้ บาร์ซ่า 6-2พฤศจิกายน 2010 แพ้ บาร์ซ่า 5-0 และล่าสุด ตุลาคม 2018 แพ้ บาร์ซ่า 5-1ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจและต้องรอดูกันว่าจะมีการสั่งปลด โลเปเตกี ออกจากตำแหน่งเมื่อไร เพราะกระแสก่อนเกม 'เอล กลาซิโก้' นั้นระบุชัดเจนว่าคือนัดนี้นี่แหละครับสำหรับ บาร์เซโลน่า เองก็เห็นได้ชัดเจนอยู่อย่างหนึ่งว่าการขาดหายไปของ ลีโอเนล เมสซี่ ที่แขนหักนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทีมซักเท่าไร สไตล์การครองบอล จ่ายบอล จังหวะการเข้าทำประตูยังคงลื่นไหลและเป็นในแบบที่เราคุ้นเคยมันคือระบบและรากฐานของทีมที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ของพวกเขาอยู่แล้วและในวันนี้แข้งแต่ล่ะรายของพลพรรค "อัลซูลกราน่า" ก็ฉายแสงออกมาได้เป็นอย่างดีอีกทั้งแนวรับของ มาดริด ยังหลุดแล้วหลุดอีกโดยเฉพาะด้านขวาอย่าง นาโช่ ที่โดนบุกขึ้นมาทีไรแทบไม่ต้องลุ้นเลยครับ ผ่านตลอดไม่ว่าในช่วงต้นจะเป็น จอร์ดี อัลบา หรือลูกปิดกล่องที่ อุสมาน เด็มเบเล่ ลากไปเปิดให้ อาร์ตูโร่ วีดาล นั่นแหละรุกทำไม่ได้ รับขันไม่แน่น โดนอริตลอดกาลอย่าง บาร์ซ่า อัดไม่ยั้งแบบสนั่นสบายเท้าต่อหน้าแฟนๆที่ คัมป์ นูเชื่อเหลือเกินครับว่าในตอนนี้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คงไม่ได้มอง โลเปเตกี ให้ทำทีมระยะยาวแล้วล่ะ หากมีคนมาแทนที่ที่เหมาะสมเขาคงจะโดนไล่ออกในไม่ช้านี้เพียงแต่ว่าคนที่เหมาะสมนั้นจะเจอเมื่อไรเท่านั้นเองส่วนใครกำลังหาเว็บไซด์ที่เหมาะสมนั้นสนใจ MYSBOBET มั้ยครับ กับสิ่งสนุกสุดเร้าใจและพร้อมที่จะทำให้คุณตื่นเต้นตลอด 24 ชั่วโมงสนใจลองติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ฟุตบอลจะต้องไม่เปื้อนเลือด

จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้เกี่ยวกับข่าวที่ว่าราชวงศ์ซัลมานผู้ปกครองและมีอำนาจสูงสุดของประเทศซาอุดิอาระเบียจะทุบคลัง 4 พันล้านปอนด์หรือตีเป็นบาทก็ตกราว 180,000 ล้าน เพื่อเทคโอเวอร์ แมนฯยูไนเต็ดอย่างที่เรารู้กันปัจจุบัน 3 ศรีพี่น้องตระกูลเกลเซอร์ประกอบด้วย โจเอล , อัฟราม และ ไบรอัน ต่างรวมหัวบริหารสืบทอดจาก มัลคอล์ม ผู้พ่อที่เสียชีวิตในปี 2014 ท่ามกลางความไม่พอใจของแฟนผีทุกหมู่เหล่า เพราะเชื่อว่ามาสูบเลือดสูบเนื้อกอบโกยอย่างเดียวฉะนั้นบรรดาสาวกจึงตื่นเต้นกันไม่น้อย อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะช่วยทำให้ทิศทางของทีมดีกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งเต็มไปด้วยความคลุมเครือเหลือเกินข่าวยังบอกเพิ่มอีกว่าราชวงศ์ซัลมานที่นำโดยสมเด็จราชาธิบดีซัลมาน มีทรัพย์สินมหาศาลบานตะเกียง 850 พันล้านปอนด์หรือ 39,000 ล้านล้านบาท พร้อมจะเปลี่ยนโฉมหน้าซาอุดิอาระเบียให้เข้าท่าเข้าทางไปจากเดิมด้วยเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้น้ำมันอาจจะลดบทบาทในฐานะพลังเบอร์หนึ่งของโลกลง ผู้คนจะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้าแทน จึงต้องหาพึ่งธุรกิจด้านอื่นด้วยอีกทั้งยังต้องการประกาศศักดาในโลกฟุตบอลให้รู้จักซาอุดิอาระเบียบ้าง เพราะตอนนี้ นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ นักธุรกิจชาวกาตาร์ เป็นเจ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นทีมของ ชีค มันซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน สมาชิกในเครือราชวงศ์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ต่อให้ราชวงศ์ซัลมานอยากซื้อจริงๆ และทุ่มเงินให้ไม่อั้น ก็ใช่ว่าดีลจะเกิดขึ้นง่ายๆเพราะมันมีอะไรบางอย่างซ่อนเป็นเงื่อนปมอยู่ข้างหลังฉาก...-----------------ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันโลกให้ความสนใจกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของ จามาล คอชุกจี นักข่าวแถวหน้าของซาอุดิอาระเบีย ผู้เปรียบเหมือนหัวหมู่ทะลวงฟันเปิดโปงด้านมืดของ โมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน ราชกุมารและเป็นรัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์จากพระราชบิดาคอชุกจี หนีจากซาอุดิอาระเบียไปพึ่งใบบุญสหรัฐอเมริกา เขียนบทความและคอลัมน์ลงในสื่อดังมากมาย รวมถึงวอชิงตัน โพสต์ซึ่งทรงอิทธิพลอย่างมาก ไหนจะทวิตเตอร์ของเขาที่มีผู้ติดตามอีกนับล้านแน่นอนเรื่องราวของ บิน ซาลมาน ถูกแฉแหลกโดยเฉพาะความอำมหิตในการปราบปรามพวกเห็นต่าง ทั้งฆ่าแกงไม่ใยดีและจับไปขังทรมาน ซึ่งบางครั้งเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นว่ากันว่า บิน ซาลมาน ผู้คลั่งอำนาจโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่การที่ คอชุกจี หนีไปแดนพญาอินทรี มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทวงแค้นเอาคืนอย่างไรก็ตามไม่นานมานี้ คอชุกจี ต้องการทำเรื่องหย่ากับภรรยาชาวซาอุดิอาระเบีย ที่มีปัญหาค้างคากันมานานและไม่อยากให้ครอบครัวต้องอยู่อย่างอึดอัดลำบากใจ อีกทั้งตัวเองก็มีคู่หมั้นคู่หมายใหม่เป็นสาวชาวตุรกีแล้วแต่เพราะเดินทางมาจัดการเรื่องเอกสารที่ซาอุฯ ไม่ได้ รับรองเข้ามาแล้วไม่รอดกลับออกไปแน่ ฉะนั้นก็เลยต้องพึ่งบริการสถานกงศุลซาอุฯ ในเมืองอิสตันบุลของตุรกีแทน เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยตามกฏหมาย2 ตุลาคม คอชุกจี บินมายังอิสตันบูล แล้วเดินหายเข้าไปยังกงศุล โดยที่คู่หมั้นนั้นรออยู่ข้างนอก เห็นเวลาผ่านไปนานผิดปกติว่าที่สามียังไม่ออกมาสักที กระวนกระวายร้อนใจได้ 6-7 ชั่วโมง จึงเริ่มมั่นใจว่าไม่ชอบมาพากลแล้ว เลยแจ้งกับทางการตุรกีทันทีแม้ชื่อจะอยู่ในทวีปยุโรป แต่อิทธิพลของตุรกี ในตะวันออกกลางนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มีบทบาทอย่างมาก เพราะดินแดนอนาโตเลียผืนแผ่นดินกว่า 97 เปอร์เซนต์อยู่ในเอเชียและมีพรมแดนติดกับหลายประเทศในอาหรับ รวมถึงอิหร่านดังนั้นมาโดนเหยียบจมูกเข้าอย่างนี้ ตุรกี ยอมไม่ได้เป็นอันขาดรัฐบาลของประธานาธิบดี ตายเย็ป เออร์โดอาน ออกมาเรียกร้องฟ้องโลกให้ ซาอุฯ เปิดเผยมาซะดีๆ ว่าเอาตัว คอชุกจี ไปไว้ไหน เพราะไม่มีทางเป็นอื่นอีกแล้ว กรณีนี้ลักพาตัวเท่านั้นแต่ขาใหญ่ตะวันออกกลางเงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา กระทั่งมีการไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณนั้น เห็นรถยนต์นั่งส่วนตัวแบบเอสยูวีมาจอดข้างหลังตึกแบบแปลกๆ ก่อนจะเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ช่วยกันหิ้วอะไรบางอย่างขึ้นรถหายไปเรื่องแบบนี้ตุรกีย่อมอยู่เฉยไม่ได้เด็ดขาด มีการขยายผลเพิ่มเติม ก่อนมารู้ภายหลังว่ากลุ่มผู้ชายชุดดำทั้ง 15 คนที่อยู่ในรถคันนั้น เพิ่งจับเครื่องบินส่วนตัวสองลำจากซาอุฯมาลงที่อิสตันบูลเมื่อเช้าวันนั้นเองแล้วก็ตรงดิ่งมาที่สถานกงศุลทันที เมื่อจัดการตามแผนเรียบร้อย ก็ขับเผ่นออกไปตอนราวๆ 4 โมงเย็น ขึ้นเครื่องกลับซาอุฯ เลย ซึ่งรู้ภายหลังว่าคนกลุ่มนี้คือพวกมือดีและมันสมองที่ทำงานใกล้ชิดกับ บิน ซาลมานทีนี้เดาต่อได้ไม่ยาก คนเหล่านี้มาฆาตกรรม คอชุกจี ตามบัญชาของเจ้านายโดยเฉพาะสันนิษฐานว่าสิ่งที่พวกนี้หิ้วขึ้นรถไปด้วยนั้น น่าจะเป็นชิ้นส่วนร่างของ คอชุกจี ที่ถูกหั่นแยกเรียบร้อยแล้ว อาจไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานหรือส่งไปให้ผู้เป็นนายเห็นกับตาก่อนถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มันสะท้อนให้เห็นถึงความโหดแบบไร้ขีดจำกัดเหลือเกิน--------------------------นอกจากเป็นรัชทายาทของซาอุฯ แล้ว โมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน ยังควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมควบคุมกองทัพในประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดการสังหาร คอชุกจี ว่าไปแล้วเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ สะท้อนถึงความโหดเหี้ยมของเขาที่ได้ทำเอาไว้ ยิ่งเมื่อเทียบกับการส่งกำลังทหารและอาวุธสงครามครบมือไปโจมตี เยเมน จนแทบไม่เหลือสภาพมีการบอมบ์หรือทิ้งระเบิดอย่างไร้ความปราณีในสถานที่ไม่สมควรหรือต้องห้าม โรงพยาบาล ตลาด บ้านเรือนหรือล่าสุดที่สยดสยองจนน่าสะเทือนใจคือรสบัสนักเรียนที่โดนเข้าไปเต็มๆ จนเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาไม่รู้อิโหน่อิเหน่เสียชีวิตคาที่มากมายประเมินแบบหยาบๆ มีเด็กสังเวยความโหดเหี้ยมบ้าอำนาจของรัชทายาทซาอุฯ วันละไม่ต่ำกว่า 130 คน เพราะขาดสารอาหาร ไม่มีอะไรกินนานนับสิบวัน ผอมหัวโตเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก จนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้าใจผลพวงจากการกระทำของซาอุฯ ทำให้มีเด็กเกือบ 5 แสนคนตกอยู่ในภาวะโรคขาดอาหาร แทบจะนับถอยหลังรอวันตายกันได้เลยพวกที่อพยพหนีตายไปอยู่ประเทศอื่นกันได้ก็รอดไป แต่พวกเด็กเล็กๆ นั้นแทบไม่มีทางได้อยู่ดูโลกใบนี้ต่อ โดยที่ซาอุฯภายใต้การนำของ บิน ซาลมาน ก็ไม่ได้แยแสหรือมีเมตตาอะไร ตรงกันข้ามทำทุกทางเพื่อมีอำนาจเหนืออิหร่านในเยเมนให้ได้อิหร่านบุกมาทางเหนือ ส่วนซาอุฯโจมตีทางใต้ของเยเมน หวังจะคานอำนาจความเป็นใหญ่ในภูมิภาค โดยมองข้ามชีวิตและอิสระภาพของมนุษย์ที่เกิดมาและพึงมีที่สำคัญองค์รัชทายาทผู้โหดเหี้ยมนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มีอำนาจเหนือราชบัลลังก์ที่สมเด็จพระราชาธิบดีพระราชบิดาครองอยู่และพร้อมจะจัดการทุกคนทุกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้ราบคาบเหมือนอย่างที่ คอชุกจี เจอมาแล้ว...-----------------------พอรู้ว่าถูกจับได้หลักฐานมัดจนดิ้นไม่หลุด ฮาคาน คาลีล ทูตตุรกีประจำเลบานอนออกมาถลกหนังเพิ่มอีกว่า บิน ซาลมาน ได้เสนอเงิน 5 พันล้านยูเอสดอลลาร์กับ ประธานาธิบดีเออร์โดอาน โดยอ้างว่าเป็นเงินลงทุน แท้จริงแล้วไม่น่าจะต่างจากสินบิน เพื่อให้จบเรื่องนี้ไปภายหลังรัฐบาลซาอุฯเองออกแถลงข่าวแบบแถๆ ว่ามันคือปฏิบัติการที่ผิดพลาด เกิดความสับสน จนต้องทำให้ คอชุกจี เสียชีวิต ซึ่งทั้งโลกไม่มีใครเชื่อหรอก รู้อยู่แล้วว่าเจตนาล้วนๆยิ่งพูด ยิ่งทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเอง บิน ซาลมาน ก็ยิ่งดูแย่มากขึ้นทุกทีแล้วคนอย่างนี้หรือที่จะมาฮุบกิจการ แมนฯยูไนเต็ด?ต่อให้รวยล้นฟ้ามีเงินทองกองโต ใช้กินร้อยชาติไม่หมด แต่จิตใจที่เหี้ยมเกรียมเกินขอบเขตความเป็นมนุษย์ มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาเป็นเจ้าของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่สุดในโลกไม่มีทางที่แฟนบอลจะปล่อยให้ทีมรักตกไปอยู่ในอุ้งมือของ บิน ซาลมาน ผู้โหดร้ายและบ้าอำนาจ ฆ่าแกงผู้คนแบบไร้ปราณีอย่างเด็ดขาดบางทีข่าวที่ถูกปล่อยออกมา อาจเพื่อเบี่ยงประเด็นการลอบสังการ คอชุกจี ก็เป็นได้พวกเกลเซอร์ที่ว่าร้ายกาจเหมือนปลิงแล้ว เจอ บิน ซาลมาน เข้าไป เป็นได้แค่ระดับอนุบาลเท่านั้นเชื่อเถอะว่า เมื่อโลกฟุตบอลได้รับรู้ถึงความโหดร้ายของเขาแล้ว จะไม่มีทางผายมือต้อนรับเป็นอันขาดหากรวยล้นฟ้า แต่มีจิตใจเหี้ยมโหด มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก แต่ Sbobet777 จะทำให้คุณรวยพร้อมกับจิตใจที่เบิกบาน ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ ฮ.ของคุณ วิชัย ศรีวัฒนประภา นั้นตก?

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว BBC รายงานว่า มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนสังเกตว่าก่อนที่เครื่องจะตก หางของใบพัดนั้นดูเหมือนว่าจะทำงานผิดพลาด ส่งผลให้เครื่องหมุนจนตกลงมาแอดมินจึงไปสืบหาข้อมูล เพื่อหาเหตุผลว่าทำไม ฮ.ถึงตก มาให้พิจารณากัน***นี่เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้นเครื่องบิน Agustus Wasteland 169 (AW169) เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบเครื่องยนต์คู่ น้ำหนัก 4.6 ตัน โดยเครื่องยนต์ใช้เครื่องยนต์ของแพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ มีความยาวลำตัว 14.65 เมตร สูง 4.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางโรเตอร์ 12.12 เมตร สามารถบรรทุกนักบินได้ 1-2 คน และสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุด 8-10 ที่นั่งบริษัท AgustaWestland เป็นบริษัทย่อยของ Leonado S.p.A ซึ่งก่อนหน้านั้นคือบริษัท FinmeccanicaLeonado S.p.A เป็นบริษัทผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง พวกเขาเป็นบริษัทผลิตยานพาหนะทางอากาศรายสำคัญ อีกทั้งพวกเขายังเป็นบริษัทที่ทำงานกับกระทรวงกลาโหมหลายๆประเทศ ในด้านการป้องกันและดูแลข้อมูลมีสาขาหลักอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี อีกทั้งยังมีสาขาย่อยอยู่มากถึง 180 แห่งทั่วโลก จัดเป็นบริษัทรับเหมา, สร้างและขายอาวุธ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 9 ของโลกโดยหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทคือกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาลอิตาลี โดยพวกเขาถือหุ้นของบริษัทอยู่ประมาณ 30.2% ซึ่งเป็นหุ้นก้อนที่ใหญ่ที่สุดเมื่อรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น ส่วนใหญ่ปัญหาที่ตามมาคืออะไร? อันนี้ขอให้ทุกท่านลองพิจารณาดูกันเอาเอง...ยิ่งก่อนหน้านั้นในปี 2013 บริษัทยังเคยมีข่าวติดสินบนเจ้าหนักงานของรัฐบาลอินเดีย จนอินเดียขอยกเลิกสัญญาซื้อขายไป และส่งผลให้ซีอีโอของบริษัท Finmeccanica อย่าง Giuseppe Orsi ต้องถูกจับอีกด้วยเอาล่ะกลับมาเรื่องเฮลิคอปเตอร์ของเราต่อกันเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW169 นั้นถูกทดลองเป็นครั้งในที่งาน Farnborough Air Show เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2012ซึ่งบริษัทวางแผนไว้ว่าพวกเขาจะได้รับใบรับรองให้ผลิตได้ในปี 2014 แต่สุดท้ายมาได้จริงๆในวันที่ 15 กรกฎาคม ปี 2015 ทำให้แผนทุกอย่างมันล่าช้าไปมากกว่าเดิมถึงประมาณ 6-7 เดือนบวกกับตลาดที่ทรุดตัวลง ทำให้ความต้องการของผู้ซื้อในปีนั้นลดลงอย่างมากโดยผลประกอบการโดยรวมของบริษัทตกลงไปเหลือ 1.7 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 19.2% แถมออเดอร์ที่ถูกสั่งมาก่อนหน้านั้นก็ยังลดลงถึง 57.6%มันจึงมีข้อสงสัยเกิดขึ้น สรุปแล้ว เฮลิคอปเตอร์ รุ่นนี้นั้นได้มาตรฐานดีพอแล้วรึเปล่า หรือเป็นการผลิตโดยเร่งด่วน โดยมีคอรัปชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อหวังกู้ราคาหุ้นให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง?ตอนนี้มันเป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น คงต้องรอทางการตรวจสอบกันต่อไป

เมื่อเพื่อนรักต้องหักกัน

ช่วงรอยต่อทศวรรษ 80 กับ 90 เป็นเวลาที่ อาร์เซน่อล เกรียงไกรขึ้นมาทาบอยู่ในระนาบเดียวกับ แมนฯยูไนเต็ด เป็นคู่แข่งเบียดแย่งความสำเร็จกันเกือบตลอดอาร์แซน เวนเกอร์ ยอมรับว่าโชคดีอย่างหนึ่งของปืนโตคือการซื้อผู้เล่น นักเตะหลายคนราคาเบาๆ แต่ฝีเท้านั้นหนักแน่นคุณภาพล้นปรี่ คงหาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบันนี้ในกระบวนนักเตะที่ "โคตรคุ้ม" ชื่อของ ปาทริค วิเอร่า น่าจะมาที่หนึ่ง ตามด้วย เธียร์รี่ อองรี จี้มาติดๆ จ่อคอหอยกันเลยวิเอร่า หรือ "เดอะปั๊ต" เดินทางมา อาร์เซน่อล ตั้งแต่ฤดูร้อนปี 1996 ก่อนที่ เวนเกอร์ จะได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าผู้จัดการทีมแทน บรูซ ริออค ด้วยซ้ำ แต่เขารู้ล่วงหน้าก่อนแล้ว จึงตัดสินใจมา เพราะเชื่อว่าเจ้านายชาวฝรั่งเศสคนบ้านเดียวกัน ย่อมผลักดันสนับสนุนกันได้จากทีมสำรอง เอซี มิลาน ที่ลงทุนไปเพียงแค่ 3 ล้านปอนด์ วิเอร่า ค่อยๆ พัฒนากลายเป็นแกนหลักอย่างถาวรในแดนกลาง ก่อนได้รับปลอกแขนกัปตันทีมในเวลาต่อมาส่วน อองรี หรือ "ติตี้" ล้มเหลวกับ ยูเวนตุส เพราะส่วนใหญ่แล้วโดนจับไปเล่นตรงริมเส้นที่ไม่ค่อยถนัด มีปัญหาในการปรับตัว ตามหลัง วิเอร่า มายังถิ่นไฮบิวรี่อีก 3 ปีถัดมา โดยปืนโตจ่ายค่าน้ำร้อนชาไปราว 11 ล้านปอนด์จากดาวรุ่งที่ส่อเค้าว่าจะจอดป้ายตายสนิท อองรี กลับทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง ด้วยฟอร์มการถล่มประตูอย่างบ้าคลั่ง บวกกับลีลาอันน่าตื่นตาตื่นใจ175 ประตูในลีกและ 228 ประตูในทุกรายการ ส่งให้ อองรี ขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล เบียดรุ่นพี่อย่าง เอียน ไรท์ ตกไปอยู่อันดับ 2 แทนนอกจากนี้ยังสร้างสถิติที่สะท้อนว่าเขาเกิดมาเพื่อล่าตาข่ายคือ ซัดในลีกได้เกิน 20 ประตูตลอด 5 ฤดูกาลติดต่อกันช่วงเวลาที่ทั้งคู่อยู่เป็นกระดูกสันหลังของทีมนั้น ร่วมกันคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย เอฟเอคัพอีก 2 โดยหนึ่งในนั้นคือดับเบิ้ลแชมป์อีกต่างหาก ก่อนแยกย้ายกันไปเผชิญหน้าความท้าทายใหม่"เดอะปั๊ต" เปิดหมวกลามาก่อน โยกไปอยู่ ยูเวนตุส ปี 2005 อีก 2 ปีถัดมา "ติตี้" ก็สู่อ้อมกอดของ บาร์เซโลน่าดูจากเส้นทางแล้ว มันค่อนข้างยากที่ชะตาชีวิตจะขีดมาให้บรรจบกันอีก แต่โลกฟุตบอลเองก็วางอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอนเช่นเดียวกันแม้ในวันที่ต้องมาประจันหน้ากันด้วยฐานะศัตรูก็ตาม...---------------------"เชื่อผมเถอะว่าสองคนนี้จะเป็นกุนซือที่ดีได้ในอนาคตอันใกล้นี้แหล่ะ"อาร์แซน เวนเกอร์ เปรยไว้เช่นนี้เมื่อปีก่อน หลังมีนักข่าวถามความเห็นว่าอดีตลูกน้องอย่าง วิเอร่า และ อองรี จะไปได้สวยแค่ไหนบนเส้นทางสายโค้ชด้วยความที่คลุกคลีใช้ชีวิตอยู่กับทั้งสองคนมาเกือบ 10 ปี เวนเกอร์ ย่อมมีข้อมูลลึกมากพอที่จะวิจารณ์ในแบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องเยินยอปอปั้นกันเกินความจริงวิเอร่า ที่มาแขวนสตั๊ดกับ แมนฯซิตี้ ตัดสินใจปรับบทในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคดูแลเยาวชน ก่อนจะได้อัพเลเวลให้มานั่งกุนซือทีมสำรองของเรือใบสีฟ้าจากนั้นด้วยสายพันธ์ระหว่าง ซิตี้ กับ นิวยอร์ค ซิตี้ ที่มีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนเดียวกัน วิเอร่า เลยถูกส่งไปเมืองมะกันเพื่อนั่งกุนซือใหญ่อย่างเต็มตัว หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาพอสมควรเขาจัดการบริหารต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการซื้อขายผู้เล่นที่ขอสิทธิ์ในการตัดสินใจ เพราะเชื่อมั่นในระบบผู้จัดการทีมแบบฟุตบอลอังกฤษตอนปี 2014 นิวยอร์ค ซิตี้ จบอันดับที่ 17 บนตารางเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ แต่ปีรุ่งขึ้นพุ่งขึ้นไปอันดับ 4 จากนั้นปี 2017 ยึดรองจ่าฝูง และปี 2018 ออกสตาร์ต 7 นัดแรก ไม่แพ้ใคร กวาดไปทั้งสิ้น 17 คะแนน นำโด่งครองบัลลังก์ทั้งคู่ควรได้เป็นคู่แข่งห้ำหั่นขับเคี่ยวกันแล้ว แต่น่าเสียดายที่ช่วงบั้นปลาย อองรี ซึ่งมาค้าแข้งกับ นิวยอร์ค เร้ด บูลล์ส แล้วแขวนเกือกในปี 2014 ก่อน "เดอะปั๊ต" จะมากุมบังเหียน นิวยอร์ค ซิตี้ อริร่วมเมืองกันไม่เท่าไรหลังเลิกราค้าแข้ง อองรี หันไปเอาดีทางด้านคอมเมนเตเตอร์ วิจารณ์เกมลูกหนังกับ สกาย สปอร์ตส์ อยู่ 3 ปี ก่อนจะปิดฉากงานนี้เมื่อกลางปีที่ผ่านมานี่เองเหตุผลที่เขาหย่าขาดจากงานกูรูทั้งที่กำลังไปได้สวย กระแสตอบรับจากผู้ชมล้นหลาม ด้วยความที่โชกโชนมาก่อนสมัยนักเตะ ทำให้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ อย่างแม่นยำและลงลึก เพราะมีข้อเสนออย่างอื่นที่น่าสนใจเข้ามาข้อเสนอที่ว่าคือตำแหน่งผู้ช่วย โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ในทีมชาติเบลเยียมเพื่อลุยศึกเวิล์ดคัพฉบับหมีขาวที่เพิ่งจบไปมาร์ตี้ นั้นมองว่า ติตี้ จะเข้ามาเป็น "เซนเตอร์" หรือศูนย์กลางของทีมได้อย่างไม่ยาก เพราะแข้งเบลเจี้ยนไม่น้อยอยู่ในพรีเมียร์ลีกและมี อองรี เป็นไอดอล ไม่ว่าจะเป็นเอแด็น อาซาร์ หรือ โรเมลู ลูกากู ต่างปลาบปลื้มด้วยกันทั้งสิ้นแล้วเขาเองก็มีส่วนสำคัญช่วยเติมมิติในพลังรุกรวมทั้งเสริมบรรยากาศในแคมป์ให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ เบลเยียม จะกรุยทางฝ่าด่านไปถึงรอบรองชนะเลิศ แล้วจบด้วยอันดับ 3 จารึกประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับชาติตัวเองอองรี ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะ เวนเกอร์ ที่ลงความเห็นว่าที่ ลูกากู ระเบิดฟอร์มในบอลโลกได้อย่างสุดยอดต่างไปจากเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด นั้นเป็นเพราะ อองรี อยู่เบื้องหลังนั่นแหล่ะบอลโลกจบลงไม่เท่าไร บอร์กโดซ์ สโมสรชั้นนำในลีกเอิงต่อสายตรงมายัง อองรี ทาบทามไปนั่งกุนซือเพื่อกู้ให้กับมาผงาดยุทธจักรอีกคำรบแรกทีเดียว ติตี้ นั้นสนใจ เพราะนี่คือโอกาสที่ไม่ได้พุ่งเข้าชนบ่อยๆ แน่ แต่สุดท้ายเขากลับเซย์โน วันรุ่งขึ้นมีข้อเสนอจากสหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมให้มารับบทมือ 2 รองจาก มาร์ตี้ แบบถาวร แต่เขาไม่ต้องการเช่นกันเพราะน่าจะแว่วมาว่า โมนาโก เตรียมเด้ง เลโอนาร์โด ชาร์ดิม ที่ทำทีมต่ำกว่ามาตรฐานเดิมเยอะ -- เขารอกลับสู่ถิ่นเก่าที่เคยปลุกปั้นจนเปรี้ยงสมัยเป็นนักเตะทันทีที่ โมนาโก ส่งข้อเสนอมาให้อย่างเป็นทางการไม่กี่วันก่อน อองรี ไม่ต้องคิดอะไรมากสะบัดปากกาในร่างสัญญาทันทีเขาคือกุนซือใหญ่มีภารกิจใหญ่กู้ซากความสำเร็จของ โมนาโก โดยเฉพาะ-------------------ระหว่างที่ วิเอร่า กำลังร้อนแรงในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ จู่ๆผู้บริหารของ นีซ ก็โทรข้ามทวีปมาคุยด้วยเพื่อดึงไปเป็นกุนซือแทนที่ ลูเซียง ฟาฟร์ ซึ่งเผ่นไปคุม ดอร์ทมุนด์"เดอะปั๊ต" ปรึกษากับผู้บริหารจากอาบูดาบีซึ่งสนับสนุนมาตลอด ก่อนจะได้รับไฟเขียวให้ไปหาความท้าทายใหม่ในลีกเอิง หลังปล่อยของให้เห็นแล้วว่าไม่ธรรมดา เขย่าวงการลูกหนังเมืองลุงแซมได้ไม่น้อย11 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซืออย่างเป็นทางการ ต้อนรับสู่การต่อสู้ในฤดูกาลใหม่ ท่ามกลางความตื่นเต้นของกองเชียน์ นีซ ไม่น้อย เพราะนี่คือความสด ความเร่าร้อนที่น่าจะทำให้ทีมมีความพิเศษมากยิ่งขึ้นอย่างไรก็ตาม นีซ ออกซองไม่ค่อยสวยเท่าไรนัก ผ่าน 9 นัดมี 11 คะแนนปักหลักอันดับ 12 ยังไม่มีอะไรแน่นอนในฤดูกาลที่แล้วแต่ตอนนี้แสงไฟฉายไปยังวันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งทีมของวิเอร่าจะยกพลไปเยือน โมนาโก ที่บัญชาการโดย อองรีเพื่อนจะได้มาดวลกันอีกครั้ง ไม่ใช่บทบาทผู้เล่น แต่เปลี่ยนเป็นกุนซือ ในวันที่ทั้งสองคนเพิ่งผ่านวัยหลักสี่มาได้ไม่เท่าไรน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันคือนี่คือดาร์บี้แมตช์ที่เรียกกันว่า "เดอ ลา โก๊ต ดาซูร์" ซึ่งก็คือการห้ำหั่นกันของสองสโมสรแห่งเฟร้นช์ ริเวียร่า ที่วางตัวอยู่บนหาดยาวสวยงามแห่งหนึ่งในยุโรปจริงๆ ศึกแห่งศักดิ์ศรีของสองทีมนี้ไม่มีเหตุดุเดือดเลือดพล่านให้โจษจันกันสักเท่าไร น่ารักตามประสาเมืองเที่ยว แฟนบอลทั้งคู่ก็เรียบร้อยรักในเกมมากกว่าจะบ้าคลั่ง ออกมาสู้กันข้างนอกทว่าเมื่อเพื่อนรัก อองรี VS วิเอร่า ในช่วงเวลาที่ทั้ง โมนาโก และ นีซ ต้องดิ้นรนเต็มที่เพื่อสร้างผลงานให้ดีที่สุด บางทีเดิมพันด้วยชัยชนะ อาจหมายความถึงการอยู่รอดในท้ายซีซั่นก็ได้แล้วไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นเกมที่คลาสสิคอย่างแน่นอน..เกมคลาสสิคแบบนี้คุณจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดMYSBOBET รับรองคุณจะเพลิดเพลินและได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็วแน่นอน ลองมาแอดกันได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ชีวิตนอกลู่ แต่ไม่นอกทาง

"ผมเคยชินกับการวิ่งสปีดขึ้นเนินทุกวัน ทำซ้ำๆ ไปอย่างนั้น จนกระทั่งวิ่งได้เร็วอย่างเหลือเชื่อเมื่อต้องมาวิ่งในพื้นราบปกติ"ยูเซน โบลต์ เคยเล่าหนึ่งในเคล็บลับที่ทำให้ผงาดขึ้นแท่น "มนุษย์เร็วสุดในโลก"ตอนยังเด็กเขาสับสนไม่น้อยเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง ว่าสุดท้ายแล้วจะเลือกเล่นกีฬาประเภทไหนดี เพราะมีชื่นชอบอยู่ในใจและคิดว่าเหมาะกับการสปรินท์ที่ดีของเขาสองอย่างคือ นักวิ่งระยะสั้นหรือคริกเก็ตคริกเก็ตนี่ โบลต์ จะเล่นในตำแหน่ง fast bowler ที่จำเป็นต้องใช้ความเร็วเข้ามาช่วยทีมทำแต้มแต่น่าสนใจที่ช่วงนั้น โบลต์ ไม่คิดว่าการเป็นนักเตะอาชีพจะเหมาะกับตัวเองอย่างไรก็ตามการที่เขาต้องซ้อมวิ่งสปีดวันละหลายสิบรอบ ทำให้กระดูกสันหลังเกิดอาการคดไม่ปกติ กระทั่งได้รับการดูแลรักษาและฝึกซ้อมที่ถูกวิธีขึ้นจาก เกล็น มิลส์ โค้ชผู้อยู่เบื้องหลังปลุกปั้นให้เขาเร็วกว่าใครทั้งหมดด้วยความสูงถึง 1.95 เมตร มันย่อมช่วยสร้างความได้เปรียบในแง่ของจังหวะก้าวสับกงล้อเท้า อย่างไรก็ตามช่วงที่ยาวกว่าคู่แข่งนั้น น่าจะเป็นอุปสรรคในการออกตัวกระนั้นเมื่อพลิกข้อมูลดูแล้ว จะเห็นได้ชัดว่า เขามีการออกตัวที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่ได้เป็นรองพวกนักวิ่งร่างเล็กเลยสักนิดการฝึกซ้อมอย่างเข้นข้น รวมทั้งเรียนรู้ปรับปรุงในเรื่องของเทคนิกต่างๆ มันช่วยให้เขาทำลายข้อจำกัดในเรื่องของร่างกายได้อย่างน่าทึ่งเพราะความมีวินัยและใช้หัวใจอันแข็งแกร่งเป็นแสงนำทางนี่เอง โบลต์ จึงประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน9 เหรียญทองโอลิมปิก (ถูกริบหนึ่งเหรียญจากผลัด 4 คูณ 100 เพราะ เนสตา คาร์เตอร์ เพื่อนร่วมทีมถูกตรวจพบใช้สารกระตุ้น) จาก 3 สมัย พร้อมทั้งสถิติโลกทั้ง 100 เมตร และ 200 เมตรในการแข่งขันที่เบอร์ลินเมื่อปี 2009 ย่อมรับประกันคุณภาพได้เป็นอย่างดีการที่คุณวิ่ง 100 เมตรได้ต่ำกว่า 9.6 วินาทีและ 200 เมตรต่ำกว่า 20 วินาที คือสิ่งที่น่าทึ่งอย่างมากและสะท้อนให้เห็นว่าความพยายามมุ่งมั่นของมนุษย์ สามารถทลายข้อจำกัดที่โลกเคยคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้นได้เด็ดขาดแต่ในความอุตสาหะพยายาม มันจำเป็นต้องมี "ความฝัน" เบียดแทรกอยู่ด้วย"ผมเป็นคนมีความฝันและผมจะต้องทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา" นี่คือหนึ่งในวาทะเด็ดของ โบลต์-------------------------ตอนอายุ 12 ปี โบลต์ ท้าประลองความเร็วกับเพื่อนที่ชื่อว่า ริคาร์โด้ ก่อนจะเอาชนะได้สำเร็จบาทหลวงประจำโบสถ์ท้องถิ่นที่เห็นเหตุการณ์เข้า เดินมาบอกกับเขาว่า ถ้าเอาชนะ ริคาร์โด แล้ว รับรองว่าชนะใครได้ทั้งโลกแหล่ะคำพูดนั้นของบาทหลวงทำให้เขาเก็บมาคิดอยู่นาน จนมันกลายเป็นความฝังใจและเป็นกำลังใจผลักดันให้เป็นที่หนึ่งของโลกช่วงที่ต้องโดนเคี่ยวฝึกซ้อมอย่างหนัก หลายครั้งที่เขาท้อและเหนื่อยหน่ายอยากจะหยุดพักได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกันบ้าง แต่จะฉุกคิดทุกครั้ง นอกเหนือไปจากความตั้งใจที่เหนือกว่าใครแล้ว เขาจะคิดย้ำกระตุ้นตัวเองด้วยคำว่า "หน้าที่"เขาโดนป้าที่เลี้ยงมาในวัยเด็กและโค้ชพร่ำสอนอยู่เสมอว่าหน้าที่นั้นสำคัญมากเพียงใด มันคือจุดเริ่มต้นนำไปสู่ชัยชนะหรือความสำเร็จได้ไม่ยากหลังทุบสถิติโลกทั้ง 100 และ 200 เมตรอย่างราบคาบ โบลต์ เริ่มไล่ล่าความฝันอีกครั้งนั่นคือการได้เล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด ทีมฟุตบอลที่เขาหลงรักและศรัทธามานานหลายปีตอนที่เขาพูดว่าสักวันผมจะต้องสวมยูนิฟอร์มยูไนเต็ดลงเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดให้ได้นั้น ทุกคนคิดว่าคงพูดไปแบบขำๆ ไม่ได้เอาสาระอะไรนักแต่เขาพูดจริง ในความหมายที่ว่าเซ็นสัญญาเป็นนักตะอาชีพของปีศาจแดงเท่านั้นโบลต์ เคยพยายามเสนอตัวมาทดสอบฝีเท้า เพื่อจะได้สานฝันตัวเอง แต่มันยากมากๆ เพราะเขาไม่ได้โตมาระบบอะคาเดมี่ฟุตบอล ฝึกซ้อมสปรินท์มาอย่างเดียว ไม่มีทางที่จะเข้าใจเกมลูกหนังได้เป็นอันขาด ความเร็วอย่างเดียวไม่เพียงพออยู่แล้วแม้จะถูกปฏิเสธ แต่ความฝันยังคงอยู่หลังจบกรีฑาชิงแชมป์โลกที่อังกฤษในปี 2017 โบลต์ตัดสินใจอำลาลู่วิ่งอย่างเป็นทางการ หลายคนคิดว่าเขาน่าจะหันไปเอาดีทางการเป็นโค้ชฝึกสอนเด็กรุ่นหลังตามรอยเจ้าลมกรดเปล่าเลยเขามุ่งมั่นทำความฝันตัวเองให้เป็นจริงต่างหากในวัย 31 เริ่มพอจะรู้แล้วว่าการเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด คงเป็นไปไม่ได้ นอกเหนือจากเกมการกุศลทั่วไป เลยต้องไปทดสอบฝีเกือกกับสโมสรอื่นบ้าง แล้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็อ้าแขนต้อนรับให้ไปฝึกซ้อมด้วยสต๊าฟฟ์โค้ชของเสือเหลืองชมเปาะว่า โบลต์ ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง เขามีพรรวรรค์ทางด้านกีฬาอย่างคาดไม่ถึง สกิลหรือเทคนิคต่างๆ มันฟ้องเลยว่าสามารถเอาดีทางเส้นทางสายนี้ได้แน่นอน โบลต์ ไม่ได้ไปต่อกับ ดอร์ทมุนด์ ทว่าเขาไม่สนใจ ไปที่นี่ไม่ได้ก็ไปที่อื่นต้นปี 2018 โบลต์ ไปร่วมฝึกซ้อมกับ สตรอมสกอดเซ็ต สโมสรแถวหน้าของลีกสูงสุด นอร์เวย์ และได้ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับทีมชาตินอร์เวย์รุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี โดยที่เสื้อข้างหลังแปะเบอร์ 9.58 อันเป็นสถิติโลก 100 เมตรที่ยังอยู่ยงคงกะพันมาเกือบ 10 ปีแล้วอย่างไรก็ตามเขาโดนปฏิเสธอีกครั้ง ด้วยวัยที่มากถึง 32 แล้ว อีกทั้งไม่มีใครมั่นใจว่าเขาจะทำได้เป็นคนอื่นท้อและเดินถอยออกมาแล้ว ไปไหนก็โดนปฏิเสธ แต่เขายังคงไล่ล่าความฝันการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของตัวเองต่อไป21 สิงหาคมที่ผ่านมา โบลต์ ฉลองวันเกิดครบ 32 ของตน ด้วยการเริ่มฝึกซ้อมกับ เซนทรัล โคสต์ มาริเนอร์ส สโมสรในเอลีกของออสเตรเลียอีก 20 วันต่อมาเขาถูกส่งลงเกมลับแข้งยืดเส้นยืดสายกับ แม็คอาเธอร์ เซาธ์ เวสต์ ยูไนเต็ด ทีมสมัครเล่นเกมนี้เองที่แววด้านลูกหนังฉายออกมาโลกประจักษ์มากกว่าเห็นเป็นเรื่องตลกขำๆ ให้อำกันเล่นในครึ่งหลัง โบลต์ ทำคนเดียว 2 ประตู โดยเฉพาะประตูแรกที่เก็บบอลแล้วกดด้วยซ้าย มันยืนยันความจริงข้อที่ว่าเขามีเบสิกและพรสวรรค์จริงๆลมกรดจาเมก้าเจ้าของฉายา "ทริปเปิ้ล ทริปเปิ้ล" เปิดใจในเวลาต่อมาว่าตื่นเต้นและเป็นสุขเหลือล้น แม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องธรรมดากับทีมเล็กๆ แต่มันคือจุดเริ่มต้นสู่ฝันอันแท้จริง"ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด เท่าที่จะทำได้ ผมรู้ว่าโอกาสมาแล้วต้องทำให้สำเร็จ แล้วก็รู้ด้วยว่าตัวเองยังไม่ดีพอ ต้องฝึกซ้อมและเรียนรู้อีกเยอะ แต่ผมพร้อมจะรับมือ"นี่คือบางส่วนของคำให้การหลังเขย่าโลกลูกหนังได้สำเร็จน่าเหลือเชื่อว่าบนวัย 32 ปีแล้ว เขาน่าจะยอมแพ้ ปล่อยให้ความฝันอยู่แค่ในความทรงจำแต่ โบลต์ ทำในตรงกันข้าม เตรียมตัวที่จะเริ่มต้นกับฟุตบอล ด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่และไม่ยอมปราชัยให้กับโชคชะตาสำหรับเขาการทำฝันให้เป็นจริง อาจคือหน้าที่อย่างหนึ่งฝันอาจจะมาช้า ทว่าขอให้มาถึงเป็นพอ...หากไม่หยุดฝัน สักวันเราจะต้องไปถึงมันอย่างแน่นอน Sbobet777 พร้อมเป็นตัวช่วยเพื่อทำฝันของคุณให้เป็นจริง ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

เทวาในคราบซาตาน (ตอนจบ)

ปี 1991 ปาโบล เอสโกบาร์ ราชายาเสพติดผู้โด่งดังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเข้าคุก โดยเขาสมยอมเอง แต่รัฐบาลโคลอมเบียต้องตกลงตามเงื่อนไขนั่นคือเขาจะสร้างคุกขึ้นมาเองอยู่บนเทือกเขาที่วิวสวยงาม แล้วสร้างคุกซึ่งก็คือบ้านด้วยไม้ใหญ่ๆ เป็นเรือนยาว ปลูกต้นไม้และปูหญ้าเขียวขจีอย่างดี ที่สำคัญมีสนามบอลไว้ข้างๆ สนองความคลั่งไคล้เกมลูกหนังอีกต่างหากเพื่อนพ้องน้องพี่ครอบครัวที่รักใคร่กัน สามารถมาเยี่ยมได้ทุกเมื่อ แค่ลงบันทึกไว้ที่ป้อมยามข้างหน้า ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายคอยเฝ้าดูแลอยู่นี่คือคุกของ เอสโกบาร์ จริงๆสิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปจากการอยู่ข้างนอกก็คืออิสระภาพในการไปไหนมาไหน แต่อีกมุมหนึ่งเขาไม่ต้องดิ้นรนคอยหลบหรือหนีศัตรูและปืนต้องอยู่ข้างเตียงนอนตลอดเวลาด้วยความที่มีเงินสดมากมายมหาศาลนับหมื่นล้านยูเอสดอลลาร์ เขาจึงใช้มันซื้อความสุขเสมอ ยิ่งช่วงวิญญาณนักเตะเข้าสิง อยากจะหวดลูกหนังขึ้นมา แล้วเบื่อกับพรรคพวกลูกน้องหน้าเดิมๆ อยากจะหาความท้าทายแปลกใหม่ให้ชีวิตบ้างวันดีคืนดีก็เชิญ เรเน่ ฮิกิต้า นายด่านทีมชาติโคลอมเบีย มาร่วมเผดียงแข้งด้วย ให้เขาส่องล่อเป้าผู้รักษาประตูชั้นแนวหน้า แก้อาการเบื่อหน่ายสักหน่อยแต่ที่น่าทึ่งสุดเห็นจะเป็นในช่วงเวลาไม่ห่างกันนักปี 1991 ดีเอโก้ มาราโดน่า เดินทางไปโคลอมเบีย ระหว่างที่ออกจากโรงแรมที่พักจู่ๆ ก็มีรถตู้มาจอดแล้วมีชายวัยฉกรรจ์ลงมารุมล้อมหลายคน แล้วรีบอุ้มขึ้นไปทันที"เสือเตี้ย" เล่าให้ฟังว่า เขาถูกปิดตาไม่ให้รู้ทาง ก่อนผ้าจะถูกเปิดออกมาให้เห็นว่าเป็นสถานที่แห่งหนึ่งต่อมาจึงรู้ว่านี่คือคุกที่ใช้ขัง ปาโบล เอสโกบาร์ ผู้ทรงอิทธิพลในตลาดยาเสพติดโลกนั่นเองมาราโดน่า เป็นพวกกะโหลกซ้าย เกลียดทุนนิยมสามานย์เข้าไว้ อีกทั้งยังเห็นใจชนชั้นล่างที่ไม่มีอำนาจต่อรองโดนกดขี่ขมเหง โดยส่วนตัวจึงย่อมพึงใจ เอสโกบาร์ ที่เคยช่วยเหลือชาวบ้านมากมาย แม้เงินนั้นจะมาจากการค้ายาเสพติดก็ตามเล่าต่อกันมาว่า มาราโดน่า ตกใจระคนตื่นเต้นไม่น้อยตอนแรกที่เขารู้ว่านี่คือที่คุกขังราชายาเสพติดและ เอสโกบาร์ คือคนที่อยู่ข้างหน้า พอตั้งสติปรับจูนทุกอย่างเรียบร้อย การพูดคุยกันอย่างออกรสก็เกิดขึ้นมีการเล่นบอลกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้นโต๊ะดินเนอร์ที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส อีกทั้งสุราชั้นดี ก็วางเตรียมพร้อมไว้รอต้อนรับอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติอยู่แล้วไม่มีหลักฐานหรือคำบอกเล่าจากใครว่า มีกิจกรรมอื่นๆ เสริมมาด้วยหรือเปล่านอกจาก เตะบอล กินข้าว นั่งคุยแต่ที่แน่ๆ ซองขาวขนาดใหญ่ที่บรรจุแบงค์ 100 ดอลลาร์ไว้เป็นฟ่อน ถูกส่งให้ มาราโดน่า เพื่อเป็นสินน้ำใจและมิตรภาพแบบไม่คาดคิดมาก่อนภายหลังเขาบอกแค่ว่าได้เจอ เอสโกบาร์ ที่คุกจริงและได้สนทนากัน จนรู้ว่านี่คือชายที่ยอดเยี่ยมมากคนหนึ่ง มันทำให้เกิดความเคารพนับถือในไม่กี่นาทีที่ได้คุยกันในปี 1993 ที่ เอสโกบาร์ โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญเสียชีวิต ระหว่างพยายามหลบหนีขึ้นไปบนหลังคา ยังใส่สตั๊ดคาอยู่ที่เท้าแบบนั้น มันน่าจะพอยืนยันได้ว่าเขาหลงใหลเกมลูกหนังมากขนาดไหน ถึงขั้นที่ว่าเคยเป็นผู้ทรง อิทธิพลวงการฟุตบอลประเทศนี้มาก่อนทันทีที่รู้ข่าวการจากไปอย่างรันทดของ เอสโกบาร์ นั้น คนใกล้ตัวเล่าว่า มาราโดน่า เศร้ามากและสวดอวยพรให้กับวิญญาณไปสู่ที่สงบกับพระผู้เป็นเจ้าแม้จะไม่ถึงขั้นเรียกได้เต็มปากว่าเพื่อน แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่เจอกัน ยังประทับใจไม่รู้ลืม..-------------แม้จะเป็นสโมสรเล็กๆ และเพิ่งแจ้งเกิดในโลกฟุตบอลได้เพียงแค่ 15 ปี แต่น่าสนใจตรงที่ โดราดอส จ่ายให้ มาราโดน่าถึงเดือนละ 150,000 ยูเอสดอลลาร์ สำหรับค่าจ้างการคุมทีม ซึ่งมากสุดในบรรดากุนซือที่ทำงานแดนจังโก้"ผมชอบแสงแดดและอยากนอนหลับให้สบาย ผมเลยมาที่นี่ " นี่คือคำให้การถึงเหตุที่เลือกมายัง เม็กซิโกอย่างที่รู้กันนั่นแหล่ะ มาราโดน่า ล้มเหลวมาตลอดการเป็นกุนซือ ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนคุม อาร์เจนตินา ที่เขาปล่อยนักเตะให้มีอิสระในการกินอยู่อย่างเต็มที่ โดยอ้างว่าเพื่อให้ผ่อนคลาย สุดท้ายก็ไปไม่รอดที่แอฟริกาใต้ 2010"ผมมาที่นี่เพราะหัวใจเรียกร้อง ผมอยากทำหน้าที่ผู้จัดการทีม"เขาตอบคำถามสื่อทำนองนี้ เมื่อความสงสัยจากใครต่อใครมากมายขึ้นเรื่อย ว่าทำไมต้องเลือก โดราดอสก่อนหน้านี้ไม่ว่าไปรับงานที่ไหน มาราโดน่า มักจะมีประวัติในเรื่องปาร์ตี้ เขาจะดื่มกินเต็มที่เสมอมา มีหลายหนที่ไม่อาจคอนโทรลตัวเองได้ แล้ว เม็กซิโก นี่คือทำเลที่เหมาะมากจริงๆไม่ใช่แค่นั้น กูเลียกัน เมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสรแห่งนี้ ก็เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน รวมไปถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งลำเลียงยาเสพติดเบอร์ต้นๆ ของประเทศด้วยหลายคนน่าจะรู้มาก่อนว่านอกจากน้ำมันแล้ว การขนส่งยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ สร้างรายได้มหาศาลให้กับ เม็กซิโก ถึงขั้น โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเปรี้ยงเลยว่าจะไม่ให้คนเม็กซิกันเข้าประเทศง่ายๆ อีก จัดกำลังป้องกันตามชายแดนอย่างเต็มที่ไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาความจริงมันน่าแคลงใจตั้งแต่เรื่องของค่าจ้าง 150,000 ยูเอสต่อเดือนที่ โดราดอส จ่ายให้อยู่แล้ว เพราะมันไม่น้อยเลย ถ้าหากนี่คือตัวเลขจริงสโมสรเล็กๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก เอาเงินจากไหนมามากมายขนาดนี้ ใครต่อใครย่อมตั้งคำถามเป็นธรรมดาแฟนบอลเม็กซิกันรายหนึ่ง ยิงคำถามแบบไม่ต้องการคำตอบว่าที่ กูเลียกัน ไม่เห็นมีอะไร ไม่น่าอยู่ตรงไหน ร้อนและแล้งมากๆ เหตุผลนอกเหนือไปจากเงินแล้ว ก็คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้อีกในเมื่อเขาบอกว่าเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วและไม่มีหลักฐานยืนยันชัดว่ากลับไปใช้มันอีก เราก็ต้องเชื่ออย่างนั้นไว้ก่อนแต่จากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เห็นกันอยู่นั้น หลายคนน่าจะไม่เชื่อและคิดว่า มาราโดน่า ยังแอบเสพอยู่พฤติกรรมในลักษณะบ้าคลั่งถึงขั้นหยุดไม่อยู่ที่เกิดขึ้นบ่อยหน มันชวนให้เราคิดเตลิดไปไกลได้อย่างไม่ยากไหนจะปูมหลังที่เป็นต้นทุนเหล่านั้นอีกล่ะ นี่คืออีกแรงสนับสนุนที่น่าจะเป็นไปได้ว่า มาราโดน่า ไม่ได้อยากทำงานที่นี่หรอก มีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะหลายอย่างมัยไม่เคลียร์เลยนอกจากนี้ "เสือเตี้ย" เองก็ไม่ชอบสื่อมากๆ เกลียดนักข่าวหรือช่างภาพอย่างกับอะไรดี มีอยู่หนที่นักข่าวตามตื๊อ เขาไล่เตะดื้อๆ โดยไม่แคร์อะไรทั้งสิ้นอยู่ให้ไกลสื่อเข้าไว้ยิ่งดี ซึ่ง กูเลียกันเมืองเล็กๆ ในเม็กซิโก น่าจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้น่าสนใจว่า มาราโดน่า จะทำงานนี้ได้นานแค่ไหนและจะมีอะไรพิลึกพิลั่นให้เห็นกันอีกหรือเปล่ามหากาพย์ในความเป็นตัวตนของเขา มันคงไม่จบง่ายๆ แน่...ในชีวิตหนึ่งที่เรามี เราควรจะทำอะไรให้มันสุดๆ ให้มันคุ้มค่ากับการได้เกิดมาเป็นคน เราขอแนะนำ MYSBOBET เว็บไซต์ที่จะทำให้คุณได้ลุ้นระทึกไปในทุกช่วงเวลา ลองมาแอดกันได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

เทวาในคราบซาตาน (ตอนแรก)

30 ตุลาคมนี้ ดีเอโก้ มาราโดน่า จะเป่าเทียนบนเค้กวันเกิดฉลองครบ 58 ปี อีก 2 ปีถือว่าเกษียณตามเกณฑ์การทำงานของมนุษย์ปกติทั่วไปแต่ดูแล้วต่อให้ถึงวัยแซยิด "เสือเตี้ย" ก็คงไม่วางมือจากการทำงานง่ายๆ ทั้งที่ว่าไปแล้วไม่ต้องพะวงเรื่องรายได้เงินทองเลยสักนิด เพราะคนระดับนี้แค่กระดิกนิ้วมีแต่คนวิ่งเข้าหาประเคนให้แม้ตั้งแต่แขวนสตั๊ดเลิกหวดลูกหนังเลี้ยงชีพ จะทำอะไรก็ล้วนแต่เหลวไม่เป็นท่า โดยเฉพาะในบทบาทกุนซือ แต่เขาก็ยังได้รับความนิยมไม่มีเสื่อม ขยับตัวไปทางไหนก็มีแต่เฮโลเข้าไปย้อนกลับไป 1 เดือนที่แล้ว มาราโดน่า ตัดสินใจรับงานคุมสโมสรโดราดอส ทีมลีกรองของเม็กซิโกอย่างน่าเซอร์ไพรส์ แฟนบอลเกือบหมื่นคนทะลักกันมาต้อนรับด้วยความตื่นตาตื่นใจยิ่งนักทั้งที่ปูมหลังของ โดราดอส แทบไม่มีอะไรน่าสนใจ เพิ่งก่อตั้งทีมส่งเข้าแข่งระบบลีกเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อปี 2003 หรือ 15 ปีก่อน วนเวียนขึ้นลงตกชั้นไปตามสภาพอีกทั้งนักเตะในทีมชุดใหญ่ ก็เป็นพวกที่ยืมมาจากทีมอื่นถึง 15 คนด้วยกัน เห็นได้ชัดเลยว่าการเงินของทีมก็ไม่น่าจะดีเด่อะไรนัก แต่มันน่าสนใจว่าทำไม มาราโดน่า ถึงตัดสินใจเลือกมาที่นี่ทำเลที่ตั้งก็อยู่แถวตอนกลางของเม็กซิโก ที่อากาศร้อนและแล้งไม่น้อย ความเป็นอยู่หรือความสะดวกสบายอะไร เดาเอาว่าคงไม่ได้หรูหราน่าสบายสักเท่าไรเลยถ้าใครบอกว่า เม็กซิโก คือความทรงจำอันงดงามของ "เสือเตี้ย" เพราะเคยนำก๊วน อาร์เจนตินา มาคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1986 อย่างยิ่งใหญ่ มันก็พอฟังได้บ้างแหล่ะอีกอย่างเห็นจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยปลิดวิเวกมาเล่นให้ โดราดอส ช่วงสั้นๆ แค่ไม่กี่นัดเท่านั้น ก่อนจะผันไปรับบทกุนซือจนยิ่งใหญ่ปัจจุบันนี้ ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวโยงกันนักมันต้องมี "บางอย่าง" ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมารับงานคุม โดราดอส สโมสรโนเนมและมีอายุเพียงแค่ 15 ปีแน่-----------------------ฟุตบอลโลก 2018 ที่เพิ่งปิดฉากไปไม่นาน มาราโดน่า ได้รับเทียบเชิญจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ให้เป็นแขกคนสำคัญเข้าชมเกมต่างๆ โดยเฉพาะที่ฟ้าขาวลงทำศึกงานนี้ไม่ได้เชิญมาเปล่าๆ มีข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูอย่างดี นอนโรงแรมหรูหรา 6 ดาว แถมยังมีพ็อคเกจมันนี่ให้แมตช์ละ 10,000 ยูเอสด้วยในเกมรอบแรกนัดสุดท้ายที่ชี้ชะตา อาร์เจนติน่า นั้น "เสือเตี้ย" ไม่พลาดเข้ามาชมเกมเย่อกับ ไนจีเรีย ด้วยจังหวะที่ มาร์กอส โรโฮ ซัดประตูชัยให้ฟ้าขวาพลิกกลับมาชนะ 3-2 เข้ารอบอย่างน่าหวาดเสียวหัวใจเป็นที่สุดนั้น มาราโดน่า ดีใจออกแอ็คติ้งเย้วๆ อยู่บนบ็อกซ์วีไอพี จนเกือบจะหน้ามืดเป็นลม ต้องปฐมพยาบาลกันวุ่นวาย กว่าจะอาการปกตินอกจากนี้ตำนานลูกหนังผู้ยิ่งใหญ่ ยังแสดงอาการไม่สุภาพ ชูนิ้วกลางแจกใครต่อใครไปเรื่อยในยามที่รู้สึกไม่ค่อยพอใจขึ้นมาจนสุดท้ายฟีฟ่าต้องตัดสินใจแบนไว้ไม่ให้เข้าสนาม เพื่อจะได้ไม่เกิดภาพอุจาดตาอีก ซึ่ง มาราโดน่า เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ยิ่งตอน อาร์เจนตินา ตกรอบแล้วด้วย ก็ใช้ชีวิตชิลด์ๆ อยู่ในรัสเซียให้ครบตามโปรแกรมไปหลายคนเห็นอาการต่างๆ ของ มาราโดน่า แล้วอาจจะตั้งคำถามว่า เขายังข้องแวะกับยาเสพติดหรือไม่ แม้จะพูดอยู่เสมอว่าเลิกราหย่าขาดไม่นับญาติกันแล้ว แต่ท่าทางอาการต่างๆ มันฟ้องว่าไม่ปกติแน่นอนหรือว่าจะยังเลิกไม่ได้ แอบเสพอยู่?----------------------ก่อนจะมารับงานที่ โดราดอส นั้น มาราโดน่า สร้างความน่าประหลาดใจไว้ก่อน เมื่อเดินทางไปไกลถึง เบราลุส เพื่อกินตำแหน่งผู้บริหารหรือแชร์แมนของสโมสร ดินาโม เบรสแม้นี่จะเป็นทีมชั้นนำของเบราลุส คว้าอันดับ 4 ลีกสูงสุดในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป แต่ทำไม มาราโดน่า ต้องมาที่นี่ -- เมืองพรมแดนระหว่าง เบลารุส กับ โปแลนด์ ด้วยมีอยู่คืนหนึ่ง มาราโดน่า สร้างความโกลาหลทั่วเมือง ด้วยการขึ้นไปนั่งบนหลังคารถตู้วีไอพีสีดำระหว่างแล่นอยู่ ขณะเดียวกันก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด โชว์แผงอกอวบแน่นและพุงที่ย้อยลงมา พร้อมกับเฮฮาเริงร่าอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแฟนบอลของ เบรส มากมายสันนิษฐานได้เลยว่าคงจะเสพบางอย่างเข้าไปเกินขนาด ถึงกับทำให้สติหายวับไปกับตา แสดงพฤติกรรมบ้าๆ แบบไม่รู้ตัวย้อนกลับมาที่ทำไมต้องมาที่เมืองนี้ ไกลปืนเที่ยงและมีความเสี่ยงอยู่มากแต่ เบราลุส ขึ้นชื่อไม่น้อยในเรื่องเป็นสถานที่ขนถ่ายยาเสพติด รวมทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ รัสเซีย ลูกพี่ใหญ่ ฉะนั้นสหรัฐฯหรือพวกตะวันตก คงไม่อยากจะมายุ่มย่ามให้เกิดปัญหานักน่าสนใจไม่น้อยกว่ากันคือ นี่คือเมืองชายแดนที่ติดกับ โปแลนด์ ฉะนั้นมันค่อนข้างสะดวกในการ "รับของ" ด้วย หากคุณคิดจะเสพจริง คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเกินไปแล้วทีนี้ย้อนกลับไปดูกันว่า คนห่ามๆ บ้าๆ อย่าง มาราโดน่า จะสามารถทำหน้าที่ผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลได้ดีแค่ไหนกันมันก็แค่ตำแหน่งลอยที่การมาในครั้งนี้ของเขา อาจมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง ที่เราคาดไม่ถึง...---------------------------ก่อนหน้านั้นประวัติของ มาราโดน่า ที่พัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีมากมาย จนนับแทบไม่ไหวกันเลยหลักๆ ที่หลายคนจำได้ก็ตอนฟุตบอลโลก 1994 "เสือเตี้ย" ถูกตรวจจับสารกระตุ้นแล้วพบเข้าจนโดนขับออกจากทัวร์นาเม้นต์แล้วแบนไปตามระเบียบแต่ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก เพราะมีพื้นฐานเรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วช่วงไปสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ นาโปลี น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นหรือแรงจูงใจที่ทำให้เขาเข้าสู่วงการสีเทา เพราะเนเปิ้ลส์คือเมืองที่เต็มไปด้วยอันตราย มาเฟีย อาชญากรรม ยาเสพติดเป็นเรื่องธรรมดามีข่าวว่า มาราโดน่า สานสัมพันธ์กับมาเฟียที่นั่นรวมถึงที่เกาะ ชิซิเลีย ที่อยู่ไม่ห่างกันนักและเป็นแหล่งรวมพลมาเฟียผู้ทรงอำนาจมากมายอัยการที่เนเปิ้ลส์เคยออกหมายเรียก มาราโดน่า มาสอบสวนเพราะสงสัยว่าพัวพันกับมาเฟียและยา แต่สุดท้ายหลักฐานไม่เพียงพอที่จะมัดได้ว่าไปแล้วในเมืองแห่งนี้เขาไม่ต่างจากผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครก็ห้ามแตะต้องเป็นอันขาด โดยเฉพาะเมื่อพา นาโปลี ครองยุทธจักรลูกหนังอิตาลี ด้วยแชมป์กัลโช เซเรีย อาถึง 2 สมัยและหนึ่งในนั้นคือดับเบิ้ลแชมป์ เพราะได้โคปปา อิตาเลียมาเชยชมด้วยนี่คือความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของ นาโปลี สโมสรจากทางใต้ที่ตกเป็นลูกไล่ของพวกฝั่งเหนือมาตลอด เพราะด้อยกว่าทางเศรษฐกิจ ยากจน ผู้คนขัดสนลำบาก แถมอันตรายความเก็บกดต่างๆ นานาของชาวเนเปิ้ลส์ ถูกปลดปล่อยเพราะแชมป์ลีกสูงสุดนี้ ถึงทีพวกเขาจะได้เดินยืดคุยโตบ้าง คงไม่ต้องสงสัยว่า มาราโดน่า จะเกรียงไกรขนาดไหนกันชื่อเสียง ความยิ่งใหญ่ นาโปลี 3 สิ่งนี้น่าจะมีส่วนสำคัญทำให้เขาถลำลึกไปสู่ยาเสพติดนั่นอาจเกี่ยวเนื่องกับการมายัง เม็กซิโก** แล้วพรุ่งนี้มาว่าต่ออีกตอนครับ.. **ชีวิตของ มาราโดน่า นี่ช่างโลดโผนซะเหลือเกิน เราควรจะใช้ชีวิตให้คุ้มแบบเขา เราขอแนะนำ Sbobet777 ที่จะทำให้คุณได้สนุกและตื่นเต้นในทุกๆวัน ติดต่อเราได้ที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

ผีคืนฟอร์มหรือว่าม้าลายแกร่งเกินไป ?

เป็นค่ำคืนแห่งการกุมขมับกันอีกแล้วครับสำหรับแฟนๆของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุดเปิดบ้าน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รีสอร์ท แอนด์ สปา โดนทาง ยูเวนตุส บุกมาเชือดนิ่มๆ 1-0เกมนี้เราได้เห็นอะไร ? เห็นความแตกต่างของทั้งสองทีมแน่นอนอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าทำไม "ปีศาจแดง" นัดนี้มันดูไม่เหมือนกับปีศาจตัวที่เราเห็นมาตลอดในช่วงหลังเช่นเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หรือไม่ก็ เชลซีนับตั้งแต่เป่านกหวีดเริ่มครึ่งแรก "ม้าลาย" เป็นฝ่ายครอบครองเกมเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด เอาจริงๆไม่คิดว่ามันจะเด็ดขาดถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำ พวกเขาพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่นวดซ้ายทีขวาทีในแดนกลางกลายเป็นว่า มิราเล็ม ปยานิช กับ แบรส มาตุยดี้ กินนิ่มเลยครับ พวกเขาทั้งคู่สามารถสร้างสรรค์เกมให้กับทีมและทำลายเกมของ "ปีศาจแดง" ได้อยู่หมัดมันเป็นช่วงครึ่งเวลาแรกที่ผมได้เห็นนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้ง 11 คนตั้งรับในแดนของตัวเองอีกครั้ง"ถ้าหากคุณอยากจะอธิบายเกมง่ายๆสั้นๆนะ ด้วยความสัตย์จริงมันคือการพบกันระหว่างผู้ชายกลัดมันเล่นกับเด็กตัวน้อยๆ" ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้กล่าวเอาไว้แบบถึงพริกถึงขิงกับการทำหน้าที่เป็นคอมเมนท์เตเตอร์ให้ 'BT Sport'ใช่ครับ มันดูเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถกระตุ้นหรือยกระดับตัวเองขึ้นมาสร้างโอกาสหวาดเสียวอะไรกับ ยูเวนตุส ได้เลยแม้แต่น้อยแถมลูกที่เสียเข้าใจครับ เข้าใจว่ามันเป็นจังหวะซ้ำสองแต่ผู้เล่นระดับ เปาโล ดีบาล่า ก็ไม่ควรจะได้ซ้ำแบบเหน่งๆโดยไร้ตัวประกบแบบนั้น ความผิดพลาดในการประกบตัวนิดเดียวพวกเขาโดนลงโทษในทันทีนี่ยังดีนะครับที่วันนี้ ดาบิด เด เคอา องค์ลงประทับร่างอีกครั้งไม่อย่างนั้นเผลอๆครึ่งแรก "ม้าลาย" อาจจะนำถึง 2 หรือ 3 ลูกด้วยซ้ำไปแถมช่วงต้นครึ่งหลังดูแล้ว ยูเว่ กะมาปิดเกมแน่ๆแต่ เด เคอา ก็เซฟลูกยิงของ โรนัลโด้ ได้แบบสุดติ่งจริงๆ ในส่วนเกมรุกของ "ปีศาจแดง" นั้นโอกาสที่ดีที่สุดกลายเป็นมาจาก พอล ป็อกบา ที่ปั่นไปชนเสาก่อนจะกระดอน วอยเช็ก เชสนี่ ออกไปอย่างน่าเสียดาย จริงๆ ยูไนเต็ด ต้องการลูกอะไรแบบนี้นี่แหละครับกับโอกาสน้อยครั้งแต่มาแบบผีจับยัดเพียงแค่ว่าคราวนี้โชคร้ายไปหน่อยเท่านั้นยูเวนตุส ทำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างยอดเยี่ยมและสมควรแล้วที่จะมีเป้าหมายในการคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้ภายหลังจากผิดหวังมาหลายต่อหลายครั้งมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ยังคงพิสูจน์ตัวเองได้อย่างต่อเนื่องกับการวางแทคติค การแก้เกมต่างๆ เขาขึ้นแท่นเป็นนายใหญ่ระดับเก๋าของวงการลูกหนังไปแล้วเรียบร้อยเพราะดูได้จากครึ่งหลัง ยูไนเต็ด พยายามแล้วนะครับ พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่เพียงแต่ว่ามันไม่สามารถเจาะแนวรับของ "ม้าลาย" ได้เลยแถมในวันนี้ มูรินโญ่ ไม่รู้เฮียแกนึกอะไรไม่เปลี่ยนตัวสำรองลงสนามเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งก็เข้าใจได้ล่ะครับว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนจะสามารถพลิกเกมได้เลยเมื่อมองไปที่รายชื่ออันเดรียส เปเรย์ร่า, เฟร็ด, อันเดร์ เอร์เรร่า คือพวกลงมาเชิง 'ปิดเกม' ซะมากกว่าส่วน ตาฮิธ ชอง ไอ้หนูหัวฟูที่มีชื่ออยู่ในทีมวันนี้ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้กับสถานการณ์ที่ต้องเจอกระดูกตัวพ่อทั้ง คิเอลลินี่ และ โบนุชชี่ส่วน เอริค ไบยี่, มัตเตโอ ดาร์เมียน และ เซร์คิโอ โรเมโร่ คงไม่น่าจะได้ลงอยู่แล้วหากไม่มีใครบาดเจ็บหลังจากจบเกม มูรินโญ่ ก็ให้สัมภาษณ์แบบตรงๆเหมือนกันว่าทีมของเขามีศักยภาพที่แตกต่างอย่างมากกับ ยูเวนตุส"พวกเขาอยู่ในศักยภาพที่แตกต่างจากเราทั้งในเรื่องของความคงเส้นคงวาและประสบการณ์ในการจัดการสิ่งต่างๆ มันเป็นเกมที่ยากสำหรับเรา" มูรินโญ่ รับสภาพในทีมของตัวเองข้อความนี้สามารถบ่งบอกอะไรได้บ้าง ? มันสามารถสื่อได้ถึงการเสริมตัวที่ไร้ศักยภาพของทีมในช่วงตลาดหน้าร้อนได้หรือไม่ ? อันนี้ถ้าหากจะคิดก็คิดได้นะครับเพราะทีมระดับ "ปีศาจแดง" ควรจะมีศักยภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ถ้าหาก มูรินโญ่ ออกมาพูดแบบนี้มันก็น่ากังวลเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้ว ยูไนเต็ด คือทีมในระดับไหนกันแน่ พวกเขายังคงมีเป้าหมายในการไล่ล่าความสำเร็จเหมือนเดิมหรือไม่ ?อันนี้ก็น่าคิดนะครับ น่าคิดจริงๆส่วนถ้าใครชอบคิด วิเคราะห์ และวางแผนการลงทุนต่างๆแต่ยังหาสิ่งที่ไว้ใจไม่ได้ล่ะก็ต้องนี่เลยครับ MYSBOBET ที่เต็มไปด้วยทีมงานมืออาชีพและไว้ใจได้พร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม. ติดต่อได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ละลายพฤติกรรมหรือทำสนองเจ้านาย ?

ในกระบวนแฟนบอลขาโหดของอังกฤษหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "ฮูลิแกน" นั้น มิลล์วอลล์ น่าจะเป็นเบอร์ต้นๆ ที่ครองความฟเป็นใหญ่มาช้านานพวกนี้จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน มีแหล่งซ่องสุมเป็นของตัวเอง มีรอยสักอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ภายใต้ชื่อก๊วนว่า "Millwall Bushwackers" พากย์ไทยก็ประมาณมิลล์วอลล์ไอ้พวกบ้านนอก บอกความเป็นตัวตนของถิ่นฐาน ซึ่งอยู่ชานลอนดอนในย่านที่เสื่อมโทรม ผู้รากมากดีไม่อยากเข้าไปเหยียบศัตรูตัวฉกาจที่เราอาจเคยผ่านตาในหนัง Green Street Hooligans มาบ้างต้องเป็น Inter City Firm หรือแบบกระชับเป็นที่รู้จักกันว่า ICF ซึ่งเป็นอันธพาลลูกหนังทางฝั่งเวสต์แฮมนอกจากนี้ยังมีที่เลื่องชื่อในยุทธจักรฮูลิแกนยังมี Soul Crew ของคาร์ดิฟฟ์ที่เป็นพวกเวลช์ที่ดุดันเหี้ยมเกรียม รวมทั้งยังมี Service Crew กลุ่มแฟนบอลที่สนับสนุนลีดส์ ยูไนเต็ดด้วยและ Yid Army ของ สเปอร์ส ซึ่งเป็นพวกเชื้อสายยิวส่วนใหญ่แต่ที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลยก็คือ Chelsea Headhunters ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นแก๊งของ เชลซี ขาใหญ่ใส่ไม่ยั้งฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงฮูลิแกนของสิงห์น้ำเงินที่เป็นโจษจันอย่างมากในความดิบเถื่อนโหดดุ แม้สโมสรจะวางตัวอยู่ในย่านหรูดูดีของลอนดอน ต่างจาก เวสต์แฮม หรือ มิลล์วอลล์ ที่เป็นแหล่งอาศัยพวกชนชั้นแรงงานรายได้น้อย แต่มันไม่ได้บอกรสนิยมว่าแฟนบอลพวกนี้ต้องหน่อมแน้มไม่กล้าแหยมกับใครตรงกันข้าม เชลซี เฮดฮันเตอร์ พร้อมจะดับเครื่องชนแบบไม่ยั้ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตั้งรับในบ้านหรือต้องยกพลออกไปเยือน ไม่เคยกลัวใครให้เสียยี่ห้อนอกจากรักการต่อสู้เชิดชูศักดิ์ศรีกลุ่มก้อนตัวเองแล้ว บางส่วนของแก๊งขาโหดเชลซี ยังฝักใฝ่ลัทธินาซีหรือเป็นพวกขวาจัดแบบสุดขั้ว ไม่ได้ตีกรอบแค่เหยียดเชื้อชาติอย่างเดียวเท่านั้น แต่พร้อมจะเอาเลือดเอาเนื้อให้ถึงตายทันทีถ้ารู้สึกเกลียดขึ้นมาแล้วลัทธินาซีนี่จะเกลียดใครถ้าไม่ใช่ "ยิว"ปูมหลังเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังเป็นฝันร้ายและความเจ็บปวดของชาวยิวทั้งหลาย ที่โดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หวังให้สิ้นซากจากพวกนาซีภายใต้การบงการของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำจอมบ้าคลั่งผู้หลงใหลในลัทธินาซี6 ล้านคนคือจำนวนชาวยิวที่เสียชีวิตจากไฟสงครามและความเหี้ยมโหดจากการรมควัน มันมากมายมหาศาลจนถึงขนาดที่ว่าโลกต้องร้องไห้เป็นสายเลือดไปกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้นกระนั้นก็ตามความสูญเสียในตอนนั้น อาจจะไม่ได้ทำให้ลัทธินาซีสูญหายตายไปจากโลก พวกคลั่งชาติยังคงอยู่และยังมีความคิดเกลียดชาวยิวไม่เปลี่ยนแปลงกองเชียร์เชลซีกลุ่มนี้จัดอยู่ในโหมด antisemitic หรือต่อต้านยิว แต่พวกเขาบอกแค่ว่า "กูเกลียดยิว" ไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรมากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อปีก่อน ในวันที่ สเปอร์ส มาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ปรากฏว่าแฟนบอลสิงห์น้ำเงินกลุ่มนี้ร้องเพลงและตะโกนด่าพวกยิวให้ได้ยินกันเป็นที่รู้กันว่า ยิด อาร์มี่ ไม่น้อยสืบเชื้อสายรากเหง้ามาจากยิวด้วย เรื่องนี้จึงละเอียดอ่อนอย่างมาก ยิ่งเมื่อคุณนำเอาความตายเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 มาพูดถึงในลักษณะเย้ยหยันทาง เชลซี ไม่สบายใจในเรื่องนี้มาก แต่ปราบเท่าไรก็ไม่หมด แบนก็แล้วปรับก็แล้ว แต่ก็เหมือนยุงหน้าฝน ไม่หมดไปง่ายๆฉะนั้นก็เลยผุดไอเดียหาวิธีการเพื่อเอากำจัดให้สิ้นซากด้วยการจะส่งไปอบรมที่ เอาชวิตซ์ ในโปแลนด์..----------------------------ทำไมต้องไปไกลถึงที่โน่นเลย?คำตอบคือ เอาชวิตซ์ คือค่ายกักกันที่ ฮิตเลอร์ ใช้ขังชาวยิวกว่าล้านคน รวมถึงนักโทษเชลยจากสงครามในครั้งนั้นพวกเขาแสดงให้เห็นจิตใจที่แทบจะไร้ความเป็นมนุษย์ด้วยการใช้แก๊สพิษรมควันฆ่าไม่เหลือเลยสักคนเดียวหลังไฟสงครามมอดสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างให้เป็นอุนุสรณ์และพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งได้ขึ้นทะเบียนมรกดกโลก เพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับรู้และย้ำเตือนความทรงจำเมื่อครั้งอดีต เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียอย่างนี้ขึ้นอีกนี่แหล่ะคือ เอาชวิตซ์ ซึ่ง บรูซ บัค ประธานสโมสรของเชลซีหวังจะส่งแฟนบอลตัวเองที่นิยมลัทธิต่อต้านและเกลียดยิวมาอบรมบ่มสันดาน ละลายพฤติกรรมให้เปลี่ยนไปจากเดิม"แค่คุณลงโทษห้าม มันไม่ได้ช่วยให้พฤติกรรมคนพวกนี้เปลี่ยนไปหรอก"บัค ให้เหตุผลไว้อย่างนี้ หลังที่เคยทำมาแล้ว แต่พวกนี้ก็กลับมาใหม่อีกเชลซี เคยลงดาบแบนพวกนี้นานถึง 3 ปี ซึ่งเอาเข้าจริงก็มีการสืบทอดสานต่อเจตนารมณ์พวกรุ่นใหม่ที่เข้ามาอยู่ในแก๊งอีก ทางออกของ บัค จึงต้องเปลี่ยนความเชื่อความคิดนี้เท่านั้น จึงจะปราบได้บัค หวังว่า เอาชวิตซ์ จะช่วยละลายความรู้สึกที่เกลียดยิวได้ ถ้าจิตใจไม่หยาบกระด้างเกินไป ได้มาเห็นสถานที่ซึ่งชาวยิวเสียชีวิตนับล้านคนด้วยความอำมหิต พวกนี้อาจจะเห็นใจชาวยิวมากกว่าที่จะตั้งแง่รังเกียจแน่นอนมาตรการหรือไอเดียนี้ เกิดคำถามตามมาเช่นกันว่า "มันเกินไปหรือเปล่า?"นอกเหนือไปจากการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็นแล้ว จะส่งคนพวกนี้ไปเพื่อให้เกิดความแตกแยกอีกทำไมมันไม่มีทางการันตีได้เลยว่าแฟนบอลที่โดนลงโทษนี้ จะรู้สึกคล้อยตามหรือเห็นใจชาวยิว เปลี่ยนความรู้สึกจากลบเป็นบวกได้และตรงกันข้ามถ้าไปทำอะไรหรือพูดบางสิ่งที่ไม่สมควรในสถานที่แห่งนี้ล่ะ จะไม่บานปลายไปไกลเลยหรือแล้วทำไม บัค ถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้..-----------------------โรมัน อบราโมวิช สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวที่อาศัยอยู่ลิทัวเนียซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ชื่อตระกูลที่เป็นรากจริงมาจาก "อบรามาวิซิอุส" ก่อนที่จะย้ายมาทางตอนเหนือของรัสเซีย แถบ โวลโกกราด ในภายหลังสายเลือดความเป็นยิวย่อมแล่นพล่านในตัว อบราโมวิช อย่างไม่ต้องสงสัยตอนกลางปีที่ผ่านมา เมื่อเขามีปัญหาเรื่องวีซ่าเข้าอังกฤษ เพราะความสัมพันธ์กับรัสเซียค่อนข้างแย่ ทางรัฐบาลเมืองผู้ดีต้องการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน นั่นทำให้ อบราโมวิช หงุดหงิดมากสุดท้ายเขาเลยโอนไปใช้สัญชาติอิสราเอล เพื่อสะดวกในการเดินทางและเข้าประเทศอื่นฟอร์บส์จัดอันดับล่าสุด อบราโมวิช คือบุคคลที่รวยสุดในอิสราเอลและเป็นอันดับ 11 ของรัสเซีย ทรัพย์สินรวมกว่า 11,000 ล้านยูเอสดอลลาร์ที่สำคัญเขาคือเจ้าของและมีอำนาจมากสุดของ เชลซีทีนี้พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไม บัค ถึงกระตือรือร้นและหาวิธีกำจัดแฟนบอลเชลซีที่ต่อต้านและเกลียดยิวเหลือเกินเพื่อเจ้านายได้อยู่แล้ว..ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งที่เราควรจะมีอยู่ในตัวคือความกระตือรือร้น Sbobet777 เป็นเว็บไซต์ที่กระตือรือร้นและพร้อมจะช่วยให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sb หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99 เราเต็มไปทีมงานมืออาชีพและโปรโมชั่นที่มากมาย