breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

มีแต่ราคา คุณค่าเป็นศูนย์

ในขณะที่ลอนดอนกลายเป็นแหล่งชุมนุมพยัคฆ์ลูกหนัง ในงานใหญ่ประจำปีของฟีฟ่าเมื่อคืนวันจันทร์มีการมอบรางวัลให้กับนักเตะที่ทำผลงานได้เยี่ยมยอดในรอบปีที่ผ่านมา แม้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ 2 แข้งที่ผูกขาดรางวัลนี้ (ตั้งแต่ตอนรวมกันก่อนแยก) ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จะไม่ได้เดินทางมาร่วมด้วย แต่ก็ยังมีชื่อถูกโหวตให้ติด 11 แข้งส่วนนักเตะค่าตัวแพงสุดในโลก 222 ล้านยูโรอย่าง เนย์มาร์ กลับไร้ทั้งชื่อไร้ทั้งตัวตน ไม่มีส่วนร่วมในงานใหญ่สุดของโลกลูกหนังเลยสักนิดเดียว มันขัดแย้งอย่างมากอีกทั้งไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครสนใจ เนย์มาร์ เหมือนส่วนเกิน โลกลูกหนังแทบจะลืมชื่อผู้เล่นมูลค่าประวัติศาสตร์นี้เลยก่อนงานพรมแดงของฟีฟ่าจะเริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง โจอี้ บาร์ตัน จอมห่ามคนหนึ่งของวงการ จัดหนักชุดใหญ่ใส่ซูเปอร์สตาร์แซมบ้าว่าเปรียบไปก็เหมือน คิม คาร์ดาเชี่ยน ของฟุตบอล เพราะพยายามทำตัวให้เด่นดัง แต่ความจริงแล้วไร้ค่า ไม่มีผลงานอะไรให้น่าชื่นชมยกย่องเลยสักนิด เก่งแต่ในยูทิวบ์เท่านั้นเอง พวกการตลาดดีๆนี่เอง...ก่อนตอกหมุดย้ำแผลด้วยประโยคที่ว่า ยังไม่ได้กระผีกของ โรนัลโด้ กับ เมสซี่ หรือนักเตะบางคนด้วยซ้ำเนย์มาร์ ได้ยินเข้าคงเจ็บปวดไม่น้อยเลยเหมือนกัน...----------------------------------แต่ว่าไปแล้วบางทีดาวเตะแซมบ้าอาจจะชาชิน เพราะในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมาเขาเจอกับเสียงถล่มมากมาย จนแทบจะตั้งการ์ดป้องกันไม่ไหวเอาแค่เวิล์ดคัพฉบับหมีขาวที่เพิ่งปิดฉากไปไม่นาน เนย์มาร์ ได้ก่อวีรเวรไว้มากมายหลายช็อตเหลือเกินไล่ตั้งแต่ในรอบแรกที่ดวล เซอร์เบีย เพียงแค่โดน อาเด็ม ลายิช จิ้มนิดเดียวก็กลิ้งหลุนๆ ร้องโอยโอยไม่เป็นท่า ราวกับว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายบุบสลายเสียหายจากนั้นเจอ คอสตาริก้า ก็แสดงความไร้น้ำใจไม่มีสปิริต ถูก จิอันคาร์โล กอนซาเลซ เหนี่ยวเพียงแค่เล็กน้อย แต่แข้งบราซิเลี่ยนกลับ "โอเวอร์แอ็คติ้ง" ร้องจะเอาจุดโทษ ทั้งที่เมื่อย้อนไปดูซูเปอร์สโลโมชั่นทางหน้าจอ มันฟ้องเลยว่าเขาจงใจจริงๆ อ้างอย่างอื่นไปไม่ได้เลยเช่นเดียวกับในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเซิ้ง เม็กซิโก เพียงแค่ มิเกล ลายุน ปรี่มาดึงบอลจากมือและกระแทกไปนิดหน่อย แต่ เนย์มาร์ ดิ้นพล่านๆ เหมือนโดนค้อนปอนด์กระหน่ำลงมาที่ข้อเท้ายังมีอีกในเกมกับ คอสตาริก้า เหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 83 มีผู้เล่นกล้วยหอมเตะบอกออกข้างให้เมื่อทาง เนย์มาร์ ได้รับบาดเจ็บ ตามสปิริตคิดแบบไม่ยากเลย ติอาโก้ ซิลวา เลยแสดงน้ำใจส่งบอลคืนให้เนย์มาร์ เห็นอย่างนั้นเข้าก็เดือดดาล ตะโกนด่าเพื่อนรุ่นพี่ เพราะคิดว่าตนถูกฟาวล์จริงและบราซิลควรได้ครองบอลมาเล่นต่อมีเสียงเล่าจากในแคมป์แซมบ้าว่า บรรยากาศตึงเครียดมาก เพราะ ติอาโก้ เองเสียความรู้สึกกับการกระทำของรุ่นน้อง ซึ่งเล่นอยู่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรเดียวกันอีกต่างหากรักเหมือนน้องเหมือนนุ่ง แต่กลับมาเจออย่างนี้ ติอาโก้ น่าปวดใจไม่น้อย..จากนั้นพอ บราซิล จอดป้ายแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายหลังพ่ายศึกให้ เบลเยี่ยม ทัพนักเตะก็เดินทางกลับมาตุภูมิตามปกติ แต่แฟนจำนวนไม่น้อยที่แห่ไปต้อนรับให้กำลังยังสนามบิน กลับต้องผิดหวังที่ปราศจากเงาร่างของ เนย์มาร์ ซึ่งหลายคนหวังว่าจะได้แชะภาพคู่หรือขอลายเซ็นไอดอลตัวเองมีการเปิดเผยภายหลังว่าทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบิน เนย์มาร์ ก็หลบออกจากประตูด้านหลัง ไม่ยอมปรากฏตัวต่อหน้าสื่อและแฟนบอล ซึ่งเชื่อกันว่าอาจกระดากอายทั้งพฤติกรรมส่วนตัวที่ก่อไว้มาก รวมถึงผลงานไม่เปรี้ยงในบอลโลกด้วยสื่อบราซิเลี่ยนบางเจ้าจี้ให้ เนย์มาร์ ออกมาแถลงหรือแสดงความรับผิดชอบ ขอโทษเนย์มาร์ ทำอย่างนั้นจริง แต่ถูกแฉภายหลังอีกว่ามีการจัดฉากกันขึ้นมาทั้งสิ้นเขาออกมานั่งเก้าอี้ออกสื่อขอโทษขอโพยการกระทำอันน่ารังเกียจต่างๆ ของตัวเองในช่วงบอลโลก ไม่ว่าจะในสนามหรือนอกสนาม ก่อนเรื่องจะปูดภายหลังว่าแท้จริงแล้ว เกรย์ (Grey) บริษัทในเครือของ ยิลเล็ตต์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนส่วนตัวแข้งดัง จัดการเขียนสคริปต์ให้พูดเสร็จสรรพ พร้อมทั้งให้ค่าเสียเวลาอีก 200,000 ปอนด์ด้วยแม้จะไม่มีการยืนยันว่าเรื่องนี้จริงหรือเปล่า แต่อย่างหนึ่งที่สะท้อนได้ก็คือ ไม่ว่าจะสื่อหรือคนบราซิเลี่ยนทั่วไป หาได้ประทับใจในตัว เนย์มาร์ เลย ต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงสุดในโลกก็ตามยังมีอีกหลายคดีของ เนย์มาร์ สร้างเอาไว้ให้โลกด่าจนจมหู ไม่ว่าจะเป็นโชว์ลีลาเลี้ยงบอลโต๊ะเล็กแล้วเจอเด็กแย่ง ก่อนจะไล่อัดน่าเกลียดเพื่อเอาบอลคืนมา เหมือนกับว่าตัวเองเสียฟอร์มเลยต้องย้อนกลับมาเล่นงานหรือการดูถูก แอนโธนี่ ราสส์ตัน กองหลังยังบลัดของ กลาสโกว์ เซลติก ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังโดนทำฟาวล์ก็ลุกขึ้นมาชู 3 นิ้วเยอะเย้ย หมายถึงสกอร์ที่ เปแอสเช นำอยู่ ส่วนหลังจบเกมก็ไม่ยอมจับมืออีก แกล้งเฉไฉไปกอดกับเพื่อนร่วมทีมแทนทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ทำให้ เนย์มาร์ โดนวิจารณ์ว่าเป็น "เด็กโข่ง" ไม่รู้จักโต เอาแต่ใจตัวเอง พยายามที่จะเป็นที่หนึ่ง ดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อจะเป็นผู้ชนะ อยากมีชื่อเสียงโดยไม่สนวิธีการที่ได้มา จนควบคุมอารมณ์และความรู้สึกตัวเองไม่ได้มีการแนะนำว่า เนย์มาร์ ควรใช้จิตแพทย์เข้ามาช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเขาก็เคยพึ่งพาวิธีนี้เหมือนกันแต่ไม่ได้ทำให้ดีขึ้นอย่างใด แถมมาพีกเอามากๆ ในช่วงบอลโลกนี่แหล่ะ !!หนักไปถึงการที่ครอบครัวของเขาโดนหางเลขตามไปด้วย ว่าตามใจลูกชายคนนี้จนเสียผู้เสียคน โอ๋จนราวกับว่าเป็นเทวดาตัวน้อย เข้าข้างเสมอไม่ว่าลูกจะอยู่ในสถานการณ์ใดจากเสียงสะท้อนที่ดังก้องมากๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะปลุกให้ เนย์มาร์ ตื่นขึ้นรับรู้อยู่บ้างเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ติเต้ กุนซือบราซิลยอมเดิมพันมอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติอย่างเป็นทางการให้ เพื่อจะหวังให้แข้งรายนี้เป็นผู้ใหญ่ เลิกอมมืองอแงเสียทีเนย์มาร์ เองก็เด้งรับลูก ยืนยันว่าภาระรับผิดชอบที่แบกอยู่นี้ น่าจะช่วยส่งให้เขามีวุฒิภาวะมากขึ้นเกมลีกเอิงที่ เปแอสเช บุกไปเยือน นีมส์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว มีเด็กน้อยรายหนึ่งวิ่งเข้ามาในสนามเพื่อขอสัมผัส เนย์มาร์ ตัวเป็นๆ ก่อนการ์ด 4-5 คนจะปรี่หาคุ้มกันน่าเหลือเชื่อแทนที่ เนย์มาร์ จะเดินหนี กลับดึงเด็กมาโอบกอด พร้อมทั้งถอดเสื้อให้เป็นที่ระลึกอีกด้วยในโลกที่นิยมความดราม่า เนย์มาร์ ย่อมได้รับคำชมไม่น้อยกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คนทำดีก็ต้องมีเสียงแซ่ซ้องเป็นธรรมดา จะให้ด่าก็กระไรว่ากันในเชิงการตลาดที่ทีมงานของเขาถนัด ถึงเวลาจำเป็นจริงๆ แล้วที่ เนย์มาร์ ต้องเปลี่ยนตัวเอง หากไม่อยากตำต่ำจมลึกไปกว่านี้ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เขาต้องคอนโทรลตัวเองให้ได้ เพื่อไม่ให้มูลค่าดร็อปลงไปที่น่าสนใจกว่าคือ เขาจะเปลี่ยนตัวเองได้จริงหรือไม่? นี่เป็นคำถามที่หลายคนคนอยากรู้ ว่าแท้จริงแล้วเป็นแค่สร้างภาพหรือออกมาจากก้นบึ้งจริงกันแน่..คงมีเพียงแค่เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์เวลาพิสูจน์ม้า การเวลาพิสูจน์คน แต่ถ้าอยากพิสูจน์ดวงชะตาให้ติดต่อมาที่ Sbobet777 เราพร้อมจะช่วยให้เงินในบัญชีของคุณมีค่ามากกว่าศูนย์https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

เกือบดีแล้วแต่มันไม่ใช่แนว

กลายเป็นว่าฟอร์ม 3 นัดล่าสุดของ ลิเวอร์พูล มีแต่ทรุดกับทรงซะอย่างนั้นเลยครับมันน่าแปลกใจนิดหน่อยเพราะตอนเริ่มต้นฤดูกาลพวกเขาพุ่งทะยานราวกับไฟที่ไม่มีวันมอดไหม้ และในตอนนี้ด้วยโปรแกรมสุดหรรษาที่แฟนๆคงจะทราบกันดีว่าโหดหินยังไงก็เริ่มทำพิษซะแล้วความพ่ายแพ้ต่อ เชลซี ในศึก คาราบาว คัพ อ่ะโอเค หยวนๆได้ถัดมาก็เสมอในเกมลีก อ่ะ ก็พอรับได้อีกเพราะแบ่งกันไปคนละแต้มสนุกสนานมาล่าสุดที่เพิ่งจบไปหมาดๆนี่กลายเป็นว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะคิดมากหลายตลบไปนิดนึงเพราะแผนการเล่นของ "หงส์แดง" กับ นาโปลี ผมสามารถพิมพ์ได้อย่างเต็มนิ้วเต็มมือว่าพวกเขามาเล่นแบบ 'รถบัส' จริงอะไรจริงแปลกครับ แปลกมากๆ เพราะมันไม่ใช่สไตล์ของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เกมนี้ดูครึ่งแรกไปก็เอื่อยๆ ฝืนๆ ไม่เป็นธรรมชาติซักเท่าไรเลยผู้มาเยือนจาก เมอร์ซีย์ ไซด์ ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่น้อย แดนหน้าที่ว่าสะเด็ดสะเด่าก็เงียบกริบเลยในวันนี้โดยเฉพาะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ดูแล้วความมั่นใจหดหายลงไปอย่างเห็นได้ชัดทรงแบบนี้น่าเป็นห่วงเหมือนกันครับ หัวหอกจากดินแดนแห่งฟาโรห์จำเป็นจะต้องรีบเค้นฟอร์มการเล่นของตัวเองออกมาให้ได้อีกครั้ง ไม่แบบนั้นอาจจะส่งผลกระทบระยะยาวต่อทีมแดนกลางจริงอยู่ที่ นาบี เกอิต้า เจ็บออกไปแต่ช่วงหลังๆ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ได้ขี้เหร่เท่าไร เพียงแต่ว่าแทคติคในเกมนี้ของ คล็อปป์ มันแตกต่างออกไปจากเคยอลิสซง กลายเป็นเกมโชว์เดี่ยวของเขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ หรือปราการหลังดาวรุ่งที่ตอนนี้เชื่อว่า 'เดอะ ค็อป' ไว้ใจมากกว่าเซ็นเตอร์ฮาล์ฟระดับโลก (อิอิ) อย่าง เดยัน ลอฟเรน ไปแล้วก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เจิดจรัสมาเพื่อแต้มเดียวจริงๆครับ เอาตรงๆมีช่วงหนึ่งที่ผมตัดสินใจย้ายไปชมคู่ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ พบกับ บาร์เซโลน่า ก็เออสนุกกว่ามาก มากจริงๆ เกมที่ เวมบลีย์ นี่ระดับ 5 ดาวเลยทีเดียวขุนพล "ไก่เดือยทอง" เล่นแบบผลัดกันรุกผลัดกันรับใส่ บาร์ซ่า ได้อย่างตื่นเต้นและต้องขอชมลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ด้วยว่าทำหน้าที่ของตัวเองได้แบบไม่มีท้อแท้เอาล่ะ กลับมาเรื่องของ ลิเวอร์พูล กันต่อดีกว่าครับเกมนี้สถิติที่ออกมาน่าใจหายสุดๆเพราะ "หงส์แดง" ยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 90 นาทีน่าเป็นห่วงเหมือนกันครับ น่าเป็นห่วงแต่ส่วนหนึ่งก็ต้องชมกุนซือลุคเจ้าพ่ออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ด้วยว่าเก๋าจริงอะไรจริงมีข้อถกเถียงกันอยู่ตลอดว่านายใหญ่ชาวอิตาเลียนรายนี้หมดยุคไปแล้วเพียงแต่ว่าผลงานและผลการแข่งขันรวมถึงแทคติกต่างๆที่ออกมาแฟนๆของ นาโปลี เถียงจนเจ็บคอแน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้นทรงบอลของพลพรรค "อัซซูร่า" ดีขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้พวกเขาก็รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงของ กัลโช เซเรีย อา อยู่จริงอยู่ที่พวกเขาเพิ่งแพ้ในเกมลีกต่อ ยูเวนตุส แบบหมดสภาพแต่การกลับมาเล่นในนัดนี้ต่อหน้าแฟนๆชาว เนเปิ้ลส์ มันก็เหมือนกับว่าเกมดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยคู่กลาง มาเร็ค ฮัมซิค กับ อัลแลน เล่นได้โดดเด่นมากๆ การขาด จอร์จินโญ่ ไปในฤดูกาลนี้ อันเช่ เองก็สามารถแก้หมากวางตัวให้ทีมเดินหน้าต่อไปได้แบบไร้รอยต่อตลอดทั้ง 90 นาที นาโปลี พยายามเดินหน้าเข้าทำให้ "หงส์แดง" อย่างไม่หยุดหย่อน รวมถึงช่วงท้ายเกมที่แม้ว่าสกอร์จะตัน 0-0 มานานพวกเขาก็ขยี้เอาจนได้การเล่นเนือยๆแบบนี้ของ ลิเวอร์พูล นั้นส่วนหนึ่งในความคิดของผมก็เพราะว่าพวกเขามีเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รออยู่ในสุดสัปดาห์นี้ก่อนเบรคทีมชาติการเผชิญหน้ากับ "เรือใบสีฟ้า" ในเกมนี้ค่อนข้างสำคัญเพราะพวกเขามีคะแนนเท่ากันอยู่และถ้าหากใครสามารถเก็บ 3 แต้มได้ก็จะนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆ เท่ๆ นั่นแหละครับความกังวลเข้ามาทำให้สมาธิของนักเตะแต่ล่ะคนดูกลายเป็นว่าเล่นนัดนี้แบบเอาตัวรอดมากเกินไปซักนิด โปรแกรมโหดในช่วงนี้มันกลายเป็นว่าได้ทำลายฟอร์มที่ คล็อปป์ ปลุกปั้นขึ้นมาช่วงต้นฤดูกาลไปจนหมดสิ้น และหลังจากเกมนี้งานช้างงานยักษ์ก็รออยู่แน่นอนเพราะการเจอกับ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อยขุนพล "หงส์แดง" จำเป็นจะต้องกลับเข้าสู่สิ่งที่ควรเป็นให้ได้เร็วที่สุด ควรจะเรียกความมั่นใจกลับมาให้ได้อีกครั้ง และแน่นอนว่าถ้าหากพวกเขาแพ้ให้กับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ล่ะก็อาการอาจจะเข้าขั้นน่าเป็นห่วงมากกว่านี้ส่วนใครที่อยากจะร่วมสนุกแบบไร้ห่วงไร้กังวลไปกับเว็บไซด์ที่ไว้ใจได้ล่ะก็ขอแนะนำ MYSBOBET ที่คุณสามารถไว้ใจได้แน่นอนในทุกๆเรื่อง หากสนใจก็ติดต่อเลย https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

ผู้ถูกรางวัลปฏิเสธ

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงระหว่างที่ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ตอนนั้นยังไม่มีบรรดาศักดิ์ท่านเซอร์นำหน้า ชวน ไบรอัน ร็อบสัน มาดูเกมระดับเยาวชนของ แมนฯยูไนเต็ด ลงเล่นเพื่อจะได้ช่วยส่องฟอร์มของพวกเจ้าหนูกันหน่อยว่าคนไหนพอจะฝากผีฝากไข้ในอนาคตได้บ้าง.. จังหวะนั้นเองไอ้หนูหัวเหลืองทองรายหนึ่ง โชว์เทคนิคอันเหนือชั้นหลบสามผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนชิพบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างงดงามหมดจด ดวงตา ร็อบโบ้ เบิกโพรงด้วยความทึ่ง พร้อมกับอุทาน บอกกับเจ้านายตัวเองว่า "บอสๆๆ ต้องเก็บเจ้าหนูไว้กับทีมเลยนะ ห้ามปล่อยตัวเด็ดขาด เขาจะเป็นกำลังสำคัญของเราในอนาคตแน่ มันเจ๋งมากจริงๆเลย ช็อตอย่างนี้ผู้ใหญ่ยังทำไม่ได้เลย" เฟอร์กี้ ได้ยินเข้า ก็เอามือลูบคางเหมือนชั่งใจอะไรคิดบางอย่าง แล้วตอบกลับไปว่า "ไอ้หนูคนนี้มาจาก โอลด์แฮม อยู่ใกล้แค่นี้ แต่เรายังไม่แน่ใจว่าจะมีแผนเก็บเขาไว้หรือเปล่านะ..." แต่กัปตันมาร์เวลไม่หยุดแค่นั้น ไล่บี้เจ้านายตัวเองต่อทันที "ไม่ได้นะเจ้านาย ยังไงก็ต้องเก็บไว้ ไม่งั้นเราเสียหายแน่" นั่นทำให้กุนซือสก๊อตติชยิ่งคิดหนักมากขึ้นไปอีกและสุดท้ายเจ้าหนูคนนี้ก็ได้อยู่ยาวกับทีมจนเลิกราแขวนสตั๊ดที่นี่ รวมทั้งขึ้นแท่นเป็นตำนาน แมนฯยูไนเต็ด นำความสำเร็จมาสู่ทีมมากมาย... ----------------------------- ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 21 กันยายน 1994 สโคลซี่ ได้เปิดซิงชุดใหญ่ปีศาจแดงเป็นครั้งแรก เขาเนื้อเต้นระริกด้วยความตื่นเต้นปนประหม่า เมื่อประชุมทีมล่วงหน้า 1 วันแล้วรู้ว่าตัวเองมีชื่อเป็น 11 คนแรกในเกมลีกคัพที่บุกไปเยือน พอร์ทเวล แฟนบอลหลายคนแปลกใจที่เห็นชื่อ พอล สโคลส์ ถูกดันขึ้นมาเป็นตัวจริง สำหรับเด็กจากทีมเยาวชนที่ถูกดันขึ้นมาในยุคโน้นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ เฟอร์กี้ คือมือทองในเรื่องปั้นดินให้เป็นดาวอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่ากลับเป็นผลงานผุดผาดเปล่งปลั่งของเขาต่างหาก 2 ประตูที่เหมาทำไปนั้นช่วยให้ทีมคว้าชัย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป จากนั้นมาชื่อเสียงของ สโคลซี่ ก็ตีวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะนักเตะก้นกุฏิที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์และกองหน้า หรือขยับถอยลงมาเป็นเพลย์เมคเกอร์ อีกทั้งยังชอบที่จะใช้ผลงานในสนามแทนคำพูดมากกว่า.. หลายครั้งที่นักข่าวไปรอเขาที่สนามซ้อม ต้องการจะสัมภาษณ์ แต่กลับไปด้วยความว่างเปล่า เพราะ สโคลส์ ที่รู้แกวจะเผ่นพรวดออกจากทางด้านหลัง ไม่ยอมเปิดปากเปลือยใจอะไรง่ายๆ เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงไม่ค่อยชอบตกเป็นข่าว สโคลส์ ให้เหตุผลกระชับว่าเขาสันโดษและไม่ค่อยอยากจะคุยกับคนที่ไม่คุ้นเคย สำหรับเขาเวลาเป็นเครื่องมือสำคัญในการก่อร่างสร้างมิตร นอกจากนี้ สโคลส์ เชื่อว่าบทบาทหน้าที่ของเขาคือเล่นฟุตบอล ไม่ใช่มานั่งตอบคำถามสื่อ ซึ่งนั่นปล่อยให้คนที่เกี่ยวข้องโดยตรงทำงานน่าจะดีกว่า ชีวิตของเขาเรียบง่ายเหลือเกินในแต่ละวัน จนเป็นวัฏจักร เริ่มตั้งแต่ซ้อมตอนเช้า จากนั้นไปรับลูกที่โรงเรียนในตอนบ่าย เล่นกับพวกเขาตามประสา ดื่มชา พาลูกเข้านอน ปิดท้ายด้วยดูทีวี ก่อนที่ตัวเองจะขึ้นเตียงหลับเอาแรงไว้ซ้อมพรุ่งนี้ต่อ แต่กว่าจะได้ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายเช่นนี้ เขาต้องฝ่าอุปสรรคมาสารพัด เขาเป็นโรคหืดหอบตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเป็นตัวฉุดให้ร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ เพื่อลงเล่นในบางเกม เพราะระบบหายใจติดขัดมีปัญหา เฟอร์กี้ เคยเล่าให้ฟังว่าจำเป็นต้องให้ สโคลส์ พักเป็นพิเศษบางช่วงเวลา หากเห็นว่าเริ่มที่จะกรำศึกมากเกินไป เพื่อถนอมร่างกายไว้ใช้งานให้นานที่สุด นอกจากนั้นเขายังเป็น Osgood–Schlatter disease หรือโรคที่ข้อเข่ามีลักษณะปูดนูนในวัยเด็ก มักจะมีอาการปวดยามที่ต้องวิ่ง คุกเข่าหรือออกแรงกระโดด ซึ่งมันทำให้ สโคลส์ เกือบตัดสินใจหันไปเอาดีทางคริกเก็ตที่ถนัดแทน แน่นอนถ้าคนอื่นมาเจอสถานการณ์เจอโรครารุมเร้าอย่างนี้ อาจต้องล่าถอยยอมแพ้ แต่ สโคลส์ กลับไม่คิดเช่นนั้น.. เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องทะยานไปข้างหน้าต่อ ไม่มีมามัวรีรออะไรอีก ต่อให้ขวากหนามสองข้างทางจะรกกว่าใครอีกหลายคนก็ตาม เฟอร์กี้ เคยบอกว่านอกเหนือจากจินตนาการอันล้ำลึกแล้ว ข้อดีอีกอย่างของ สโคลซี่ คือใจสู้บู๊ไม่ถอย ผิดไปจากรูปร่างที่เคยคิดว่าน่าจะเป็นตัวเหนียวรั้งไม่ให้ไปได้ไกลบนเส้นทางสายนี้อย่างที่ควรจะเป็น หลายคนอาจไม่รู้ว่าเลือดเนื้อในกายของเขามีความเป็นไอริชอยู่ด้วย จากคุณยายที่เป็นไอร์แลนด์และคุณตาที่มาจากไอร์แลนด์เหนือ ดังนั้นเรื่องใจสู้จึงถูกถ่ายทอดส่งต่อมายัง สโคลส์ ด้วย นอกจากนี้เรื่องความจงรักภักดีมีปีศาจแดงแค่ทีมเดียว ก็ยังเหนือกว่าใครทุกคนเช่นเดียวกัน มัสซิโม โมรัตติ อดีตประธานสโมสรอินเตอร์ มิลาน หลงใหลสไตล์การเล่นของกองกลางหัวเหลืองอย่างมากที่สุด ต้องการคว้ามาร่วมทีมให้ได้ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเกี้ยวพาราสี จะหว่านล้อมสักเท่าไร คำตอบก็ยังเหมือนเดิมคือ "ไม่" "เราพยายามอย่างมากที่จะคว้าตัว พอล สโคลส์ มาร่วมทีม เรามอบเช็คเปล่าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และเราพูดคุยกับตัวนักเตะด้วย เขาตอบผมกลับมาว่าอย่างไรรู้เปล่า" "หากคุณอยากให้ผมลงเล่นให้ คุณต้องซื้อสโมสรแห่งนี้ไปเป็นของคุณเอง เขาคือนักเตะที่ไม่มีเอเย่นต์ และ นี่คือเรื่องที่ยากที่สุดหากคิดจะซื้อตัวเขา" นั่นแหล่ะคือ สโคลซี่ ตัวจริง !! ตลอดเวลาการเป็นนักเตะอาชีพเขาให้ผลงานพูดแทน การที่นักเตะอาชีพสักคนจะถูกยอมรับนับถือโดยผู้เล่นระดับพระกาฬในยุคเดียวกัน คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือ - ซีเนดีน ซีดาน บอกว่าความผิดพลาดอย่างหนึ่งของเขาตอนยังค้าแข้งคือไม่ได้เล่นร่วมทีมเดียวกับ สโคลส์ - อันเดรส อีเนียสต้า เล่าให้ฟังว่ามีอยู่วันหนึ่ง แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด กุนซือบาร์เซโลน่าในเวลานั้นบอกไม่ต้องซ้อม แล้วเอาวิดีโอของ สโคลส์ ให้ศึกษาแทน นั่นเป็นวันที่ดาวเตะสแปนิชอิ่มเอมใจอย่างมาก ก่อนจะยก สโคลซี่ เป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา - ก่อนจะปิดฉากค้าแข้ง อันเดรีย ปีร์โล่ เผยว่านักเตะคนเดียวที่เขาต้องการจะเล่นด้วยมากสุด ไม่ใช่ใคร สโคลซี่ คนนี้ไง - มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ผู้พาอิตาลีคว้าแชมป์โลกในปี 2006 พูดสั้นๆ กระชับว่า สโคลส์ คือแข้งคนแรกที่เขาจะซื้อทันทีเมื่อมีโอกาส - โคตรบอลอย่าง ชาบี เอร์นานเดซ เปิดใจว่า 15-20 ปีที่ผ่านไป ไม่มีกองกลางคนไหนสมบูรณ์แบบเท่า สโคลส์ นี่เพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยไม่ต้องไปถาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เจ้านายผู้ปลุกปั้นมากับมือให้เสียเวลา เพราะเราจะได้คำตอบเหมือนเดิมว่า นี่คือหนึ่งในนักเตะที่เยี่ยมยุทธ์สุดตั้งแต่เป็นผู้จัดการทีมมา บางคนหล่นความเห็นว่า เขาควรได้รับรางวัลส่วนตัวเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ แต่กลับถูกมองข้าม ด้วยบุคลิกที่เป็นอยู่ แต่เสียงชื่นชมสดุดีจากนักเตะด้วยกัน ที่สำคัญเป็นนักเตะระดับโลก มันน่าจะยิ่งใหญ่กว่ารางวัลไหนๆ ด้วยซ้ำ 24 ปีก่อน สโคลส์ โผล่มาเล่นชุดใหญ่ แมนฯยูไนเต็ด พร้อมกับความฉงนและคำถามมากมาย วันนี้เราได้รับคำตอบกันเรียบร้อยและคำตอบนี้จะเป็นนิรันดร์อีกด้วย.. และใครที่กำลังมองหาคำตอบอยู่MYSBOBET อาจตอบโจทย์ในสิ่งที่คุณกำลังหาอยู่ก็ได้ ลองหาคำตอบได้เลยที่https://line.me/R/ti/p/@mysbo9หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177

จะมาแก้แค้น แต่เกือบตาย!

โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่าง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งในนัดนี้เป็นการเล่นในบ้านของทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำให้ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล ต้องพกความแก้แค้นมาอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากที่ต้องชอกช้ำด้วยน้ำมือของ เชลซี ที่บุกไปคว้าชัยได้ถึง แอนฟิลด์ และเขี่ยตกรอบศึก คาราบาว คัพ รอบที่สาม ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทั้งสองทีมจัดส่งผู้เล่นลงสนามด้วยขุมกำลังตัวหลักที่เต็มสูบ ต่างจากนัดกลางสัปดาห์ที่ลงฟาดแข้งกัน หลังจากเป่านกหวีดเริ่มเกมได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าทั้งสองทีมเปิดแลกเกมกันทั้งคู่ โดยวิ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวเสียประตู จนเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 เป็นฝ่ายพลพรรค "สิงห์บลู" ที่ได้ออกเฮก่อน 1-0 จากลูกยิงของ "เดอะแบกทีม" อย่าง เอเด็น อาซาร์ ซึ่งเป็นคนเดิมหน้าเดิมกับที่ยิงประตูชัยให้กับ เชลซี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ถึงกับต้องกุมขมับ หลังจากลูกทีมพลาดท่าเสียประตูกันอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ เชลซี เล่นลูกสวนกลับกันเพียงไม่กี่จังหวะเท่านั้น และก่อนหน้าที่จะเสียประตู เหล่าพลพรรค "หงส์แดง" มีโอกาสทำประตูตั้งหลายครั้ง แต่กลับไม่คมพอที่เปิดซิงสกอร์แรกได้ ซึ่ง ลิเวอร์พูล เองก็สมควรได้รับบทลงโทษนี้ ทั้งทั้งที่มีโอกาสลุ้นยิงประตูมากมาย แต่กลับทำไม่ได้เอง จนเป็นเหตุเสียประตูแรกให้กับทางเจ้าบ้านอย่าง เชลซี ในที่สุด และในครึ่งเวลาแรกของเกม สกอร์ก็หยุดไว้เพียงแค่ 1-0 เท่านั้น สำหรับทั้งสองทีม พอเริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกมากขึ้นหวังที่จะทวงประตูตีไข่แตกมาให้ได้ ซึ่งก็บุกแลกเปิดเกมกันอย่างเมามันส์ และมันก็ทำให้ "สิงห์บลู" มีพื้นที่ในการโต้กลับอย่างมากมาย โดยมีจังหวะลุ้นประตูที่สองอยู่ไม่กี่จังหวะ ซึ่งมันก็เป็นจังหวะหวาดเสียวของแฟนบอล ลิเวอร์พูล เหมือนกันว่าทีมรักของตัวเองจะโดนประตูที่สองหรือเปล่า ในช่วงครึ่งเวลาหลัง "หงส์แดง" เป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่าทาง เชลซี แต่ก็ยังไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบจังๆ จนทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องขยับเปลี่ยนตัวสำรองส่ง เซอร์ดาน ชากิรี่ ลงมาแทนที่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ในวันนี้ยังหาสกอร์ของตัวเองยังไม่เจอ ส่วนทาง เชลซี ยังคงต้องการประตูเพิ่มอีก ทำให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจส่ง อัลบาโร่ โมราโต้ ลงมาสร้างความปั่นป่วนน่ากลัวแทนที่ของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลิเวอร์พูล มีโอกาสลุ้นประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ หยอดเข้าไปที่กลางประตูให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ซัดจ่อๆ แต่โชคร้ายที่ยิงไปตรงตัวแนวรับของ เชลซี ทำให้อดได้ปประตูตีเสมอ ซึ่งเป็นจังหวะแบบที่น่าจะได้ประตูแล้วแท้ๆ แต่ เชลซี ยังรับกันเหนียวแน่นพอ ผสมกับมีความโชคดีและดวง ทำให้รอดจากการเสียประตู เกมทีท่าว่าจะไม่ดีขึ้น คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนหมากอีกครั้ง โดยตัดสินใจส่ง นาบี เกอิต้า กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงมาเปลี่ยนเกม และก็ไม่ทำให้โค้ชต้องผิดหวัง หลังจากลงสนามมาเพียงแค่ 2 นาทีครึ่ง ซูเปอร์ซัพอย่าง สเตอร์ริดจ์ จัดการตะบันส่องไกลจากบริเวณนอกเขตโทษ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอได้เป็น 1-1 ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ก็ทำอะไรกันไม่ได้ ทำให้จบเกมทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปคนละหนึ่งแต้ม และในนัดนี้ทำให้ "หงส์แดง" รอดจากความตายเอาไว้ได้ ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ต้องโดนย้ำแค้นเป็นนัดที่สองติดต่อกัน แต่เป็นฝ่าย "สิงโตน้ำเงินคราม" ต่างหากที่ต้องเสียใจ เพราะทีมของตัวเองกำลังจะชนะอยู่แล้ว แต่ดันมีลูกปาฏิหาริย์ของ สเตอร์ริดจ์ ที่ยิงแบบนึกว่าผีจับยัดเข้าไป ทำให้หมดหวังที่จะได้ 3 แต้ม ไปในที่สุด ซึ่งทำให้ในตอนนี้อันดับตารางพรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะว่าคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะเหนือ ไบรท์ตัน ได้อย่างสบายๆ ทำให้ขึ้นไปรั้งเป็นจ่าฝูง มีคะแนนถึง 19 แต้ม เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ 19 แต้ม แต่ลูกได้เสีย "เรือใบสีฟ้า" ดีกว่า และสำหรับใครที่อยากลุ้นสนุกไปกับฟุตบอลแบบนี้ เราขอแนะนำ Sbobet777 ที่มีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะความสนุกหรือความเพลิดเพลิน ติดต่อได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

เล่นไล่โค้ชใช่ไหมวะเนี่ย!?

วันนี้น้ามูนำทีมบุก 'ขุนค้อน' เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถึงสนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ด้วยความหวังว่าวันนี้แหละจะกู้หน้าเก็บ 3 แต้มมาครองให้จงได้กรรมการเป่าปี๊ดเริ่มเกมได้ไม่ถึง 5 นาที พลพรรคปีศาจแดงก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม หลังจากโดนซาบาเลต้าตัดบอลเข้ามาให้ ฟิลิปเป้ แอนเดอร์สัน ชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่าย จนขุนค้อนขึ้นนำไปก่อน 1-0ตามประสาของคนมองโลกในแง่ดีก็คงจะคิดว่า 'เอาวะแค่ลูกเดียว'เกมดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนเกือบจะหมดครึ่งแรก ทันใดนั้นเอง...กองหลังที่โดนวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องในเรื่องของความเฟอะฟะอย่างลินเดเลิฟก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาวิ่งประกบผู้เล่นของเวสต์แฮมมาในจังหวะที่ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ นั้นกำลังง้างยิงพอดี ผลสรุปคือแมนฯยูฯโดนเพิ่มเป็น 2-0จังหวะนี้ลินเดเลิฟถึงกับต้องอุทานว่า 'อะไรๆก็กู' วิ่งตามประกบเฉยๆก็ยังผิด คนอะไรมันจะซวยขนาดนั้นสถิติที่ผ่านมาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้คือหากเสียประตูก่อนนี่แทบจะไม่มีโอกาสพลิกกลับมาชนะเลยครึ่งหลังเปลี่ยนลินเดเลิฟออก(ตามคาด) แล้วเอา มาร์คัส แรชฟอร์ด มาเติมเกมบุก ซึ่งลงมาได้ไม่นานเขาก็ทำประตูได้จริงๆแต่พลพรรค เร้ด เดวิลส์ ยิ้มได้ไม่ถึง 3 นาที ก็ต้องกลับมาน้ำตาตกอีกครั้ง จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาโดนตอกเสาเข็มถึง ลอนดอน สเตเดี้ยม ไป 3-1 ประตูวันนี้เท่าที่ดู นักเตะของน้ามูนี่ได้ค่าเหนื่อยแล้วไม่เอาอะไรแล้ว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลากเลื้อยได้มั่วตั้วไปหมด ส่วน ป็อกบา ที่มีดราม่ากับมูรินโญ่มาอย่างต่อเนื่องก็ยังสร้างจังหวะให้เพื่อนไม่ได้ มันไม่สมกับค่าตัวและค่าเหนื่อยที่เขาได้รับลูกากูนี่กองหน้าตัวจริงหรือเอาลงให้ครบๆไป 11 คนก็ไม่รู้ จังหวะ 1-1 ไม่ผ่านใครเลย เหมือนลงไปหลบหลังกองหลังของฝ่ายตรงข้ามตอนนี้ตัวความหวังของแมนฯยูฯเหมือนจะเหลือแค่ ลุค ชอว์ และ เฟลไลนี่....เฟลไลนี่กลายเป็นความหวังก็คิดดูแล้วกัน! ส่วนคนอื่นๆนี่ไม่ขอพูดถึงแล้วกันเพราะเหมือนไม่มีใจเล่นกันแล้วจริงๆทุกวันนี้ เด เคอา ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเซฟไปเถอะ เล่นรอเสียอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีหวังที่ทีมจะฮึดกลับมาพลิกชนะเหมือนยุคป๋าได้เลยแมนฯยูคงเข้าสู่ช่วงยุคมืดจริงๆหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงยิ่ง ซีเนดีน ซีดาน มีข่าวจะย้ายมาคุมแมนฯยูฯด้วย เวลาของมูรินโญ่คงจะจบลงเร็วๆนี้อย่างไม่ต้องสงสัยหากอนาคตของคุณกำลังมืดมัวและไม่สามารถหาทางออกให้ชีวิตได้แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำ Sbobet777 ที่มีพร้อมทุกอย่างรวมถึงข้อเสนอเด็ดมากมายติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

อาทิตย์อัสดง

เด็กหัวหินเป็นถิ่นมีหอยโดยกำเนิด.. พ่อชื่อ "ตารวย" ที่รักเกมลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น "เจ้าแบ็ก" อาทิตย์ ดาวสว่าง จึงถูกเคี่ยวเข็ญหล่อหลอมให้ซึมซับ ก่อนจะฉายแววขึ้นมาอย่างน่าสนใจ นอกจากตัวเขาแล้ว ยังมีพี่ชายชื่อ "เจ้าบอล" ที่มาเอาดีด้านนี้ด้วย แค่ชื่อลูกชายคนโตก็รู้ว่า "ตารวย" นั้นโปรดปรานฟุตบอลแค่ไหน แถมคนแถวนั้นยังรู้ด้วยว่าแกหลงใหลการได้ - เสียในเกมลูกหนังอีกต่างหาก แม้จะไม่ร่ำรวยสมชื่อเป็นแค่ช่างทำกรอบพระ แต่ "ตารวย" ก็พา "เจ้าแบ็ก" ลูกชายคนเล็ก ไปคัดฝีเท้าหรือเรียนฟรีตามคลินีกสอนฟุตบอลเสมอ หลายต่อหลายครั้งที่ต้องยอมปิดร้าน พาลูกจับรถทัวร์ขึ้นลงกรุงเทพ-หัวหินเป็นประจำ "ตารวย" เชื่อว่าฟุตบอลจะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตนและลูกชายให้ดีขึ้น นอกจากความชอบแล้วความสามารถของ "เจ้าแบ็ก" ก็ยังเกื้อหนุนอีกต่างหาก ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว... กระทั่ง "เจ้าแบ็ก" ได้เซ็นสัญญากับทีโอที เป็นนักเตะอายุน้อยสุดในไทยลีก แค่ 16 ปี ยังเป็นเด็กกะโปโลไม่ประสีประสาอะไร แว๊นมอไซด์ส่องสาวไปตามเรื่องอยู่เลย แต่จากพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้ อาทิตย์ เลยมีพัฒนาการ ฉาดฉายแรงกล้าดั่งชื่อของตน ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กระทั่งปี 2011 หรือวัยแค่ 19 กะรัต เมืองทอง ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยก็กระชากตัวไปร่วมทีมด้วย จุดแข็งนอกจากฝีเท้าที่เด่นในแนวรับแล้ว จิตใจที่กล้าบ้าบิ่น เข้าบอลแบบสุดตัวไม่กลัวเจ็บ ทำให้เขาได้ใจโค้ชและแฟนบอลอยู่บ่อยๆ เปรี้ยงปร้างมากเมื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ปี 2015 แถมยังควบคุมอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ตอบโต้การเล่นสกปรกของแข้งอินโดนีเซีย จนเป็นที่ชื่นชมของชาวไทยทั้งประเทศในเวลานั้น กูรูหลายเสียงพึมพัมไปในทิศทางเดียวกันว่า "ไอ้หนูคนนี้จะยิ่งใหญ่แน่นอน" นั่นคือ "ด้านสว่าง" ของ อาทิตย์ ดาวสว่าง แล้ว "ด้านมืด" ล่ะ -- มากมายจนนับกันแทบไม่หวาดไม่ไหว !! - เมษายน 2016 ถูกกล่าวหาว่าอนาจรพรากผู้เยาว์กับหญิงสาววัย 17 ปี จนโดนฟ้องร้องออกสื่อใหญ่โต ถึงขนาด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต้องลงมาสั่งการสอบสวนเอง ก่อนทางบอร์ดเมืองทองฯ ต้นสังกัด ต้องออกแถลงข่าวพร้อมลงดาบตัดเงินเพื่อให้หลาบจำ - มิถุนายน 2016 "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสาวสวยของการท่าเรือ ซึ่งยืมตัว "เจ้าแบ็ก" มาใช้งาน ออกมาเปิดเผยว่าคุยกันเรียบร้อยแล้ว นักเตะพร้อมกลับตัวกลับใจ - พฤษภาคม 2017 "เจ้าแบ็ก" ที่ย้ายไป เชียงราย ยูไนเต็ด แล้วโดนสาวคนสนิทออกมาแฉว่ายืมเงิน 230,000 บาท แล้วเชิดหนีไม่ยอมใช้คืน ร้อนถึง "บิ๊กฮั่น" มิตติ ติยะไพรัช ท่านประธานต้องจัดการเคลียร์หนี้ให้ - เมษายน 2018 แฟนสาวออกมาโพสต์แฉ "เจ้าแบ็ก" ในโซเชี่ยลว่า ติดเหล้า เมากลับบ้านเช้า เล่นพนันบอล โกหกพกลม พูดจาหยาบคาย จากที่เคยบอกว่าจะเปลี่ยนตัวเอง สุดท้ายก็กลับมาเหมือนเดิมอีก - เมษายน 2018 มิตติ ติยะไพรัช ในฐานะบิ๊กบอสออกมาบ่นอย่างเหลืออด ที่นักเตะในสังกัดตกเป็นข่าวฉาวอีก แม้จะพยายามปกป้องตลอดแล้วก็ตาม - กันยายน 2018 รองโฆษกตำรวจแห่งชาติแถลงไล่ออกจากราชการตำรวจยศ ส.ต.ต. หลังขาดงานเกิน 15 วันและไม่มีการแจ้งหัวหน้าหรือมารายงานตัว ถือเป็นการผิดวินัยร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่ นอกจากนี้ยังมีการสอบคดีเก่าๆ ที่ค้างอยู่อีก ซึ่งงานนี้ ผบ.ตร.ลงมาเล่นเองเลย ด้วยวัยเพียงแค่ 25 ปี แต่ อาทิตย์ ผ่านประวัติคดีร้ายแรงมาอย่างโชกโชนจนน่าตกใจ "เจ้าแบ็ก" ใช้ชีวิตด้วยความประมาทมาก คิดว่าเงินเดือนจากการเป็นนักเตะอาชีพที่ไม่น่าน้อยกว่า 2 แสนบาทต่อเดือนมันจะยืนยาวไปตลอด ไม่สนใจว่าร่างกายจะทรุดโทรมผุพังจากการดื่มอย่างหนักไม่แจ้งไม่เลิก จนผู้คนในวงการเปลี่ยนนามสกุลให้ว่า "ยันสว่าง" แม้จะมีเสียงว่ากล่าวตักเตือนจากคนใกล้ตัว รวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหลาย แต่นั่นช่วยยับยั้งได้แค่ชั่วคราว สุดท้ายด้านมืดของเขาก็ถูกกระชากออกมาอีก สลัดหนีไม่พ้น ก่อนหน้านี้ที่ทำผิดมา ยังมีคนอุ้มชูดูแลปกป้องไม่ปล่อยให้เดินอย่างเดียวดาย ด้วยเชื่อกันว่า "เจ้าแบ็ก" ยังน่ามีอนาคตที่ทอดยาวอีกไกลบนถนนสายนักเตะอาชีพ หากเปลี่ยนตัวเองได้ เขาเอาชนะแค่เกมในสนามได้ แต่เกมนอกสนามกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เหมือนเดิม การโดนไล่ออกจากราชการนี่ นอกเหนือไปจากเป็นความผิดร้ายแรงแล้ว ประวัติยังด่างพร้อย มีมนทิลติดชีวิตไปจนตาย น่าเศร้ากว่าคือมียศมีเครื่องแบบของผู้พิทักษ์สันติราษฎ์แท้ๆ แต่กลับปฏิบัติตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้ภูมิใจในศักดิ์ศรี ไม่ได้ภาคภูมิในสิ่งที่ตัวเองได้รับเลย เพราะความสามารถในเชิงลูกหนังนี่แหล่ะ ที่ช่วยเกื้อหนุนให้ "เจ้าแบ็ก" ได้ติดยศเป็นตำรวจ แทนที่จะพึงเข้าใจว่า เลิกเล่นบอลเมื่อไรก็ยังมีอาชีพรองรับ นับวันตำแหน่งก็ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ชีวิตก้ไม่น่าจะลำบากปากกัดตีนถีบอะไร ครั้นจะไปโทษชีวิตในวัยเด็กที่หล่อหลอมมาอย่างนี้มันก็ไม่น่าจะใช่อีก ตอนนี้เขาเติบใหญ่พอที่จะรู้ดีชั่วแล้ว ชนิดไม่ต้องให้ใครมาพร่ำสอนก็ได้ แค่ลองนึกย้อนไปวันเก่าๆ ตอนที่ "ตารวย" กระเตงลูกชายคนสุดท้องมาเมืองหลวง ด้วยความหวังว่าจะเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้าดูแล้วกัน ในวันที่ อาทิตย์ สวมยูนิฟอร์มทีมชาติไทยสร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั้งประเทศ "ตารวย" ภาคภูมิอย่างมาก เดินยืดอาดๆแถวบ้านมีแต่เสียงชื่นชมถึงลูกชายตัวเอง อะไรจะมีความสุขมากไปกว่านี้ สำหรับคนเป็นพ่อแม่ เช่นเดียวกันในวันที่ "เจ้าแบ็ก" สร้างเรื่องราวฉาวโฉ่โจษจันไปทั่ว "ตารวย" คงอกตรมขมขื่นและจะกล้าเดินยืดออกไปไหนได้อีก หัวอกคนเป็นบุพการีที่เห็นลูกตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมปวดร้าวเสมอ แต่ในเมื่อ "เจ้าแบ็ก" เลือกทางเดินของเองแล้ว ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตามมา โวยวายตีโพยตีพายไปก็เท่านั้น ไม่มีอะไรดีขึ้น เมื่ออาทิตย์มืดมิดไร้แสงส่องสว่างอีกครั้ง จะมีใครยื่นมือมาช่วยให้กลับมาฉายฉานได้อีกหรือ? ถึงอาทิตย์จะอัศดง แต่เว็บไซต์นี้เป็นแสงสว่างเจิดจ้าสำหรับคุณแน่นอนกับ Sbobet777 ที่มีพร้อมทุกอย่างรวมถึงข้อเสนอเด็ดมากมาย บริการรวดเร็ว ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@777sbo หรือ 08-44-9990 77, 88 , 99

ริโอ เฟอร์ดินานด์ 'อ่อนแอเพื่อคนข้างหลัง'

เรื่องราวของชายที่เป็นมากกว่านักฟุตบอล เรื่องราวของลูกผู้ชายตัวจริง เรื่องราวของคำว่า 'พ่อ'ปกติเราจะเห็นแค่บ้านหลังใหญ่ๆ รถสปอร์ตสวยๆ ทุกอย่างในชีวิตของนักฟุตบอลนั้นดูเหมือนจะดีกว่าพวกเราในทุกๆด้าน บางครั้งมันก็ยากที่เราจะจินตนาการถึงชีวิตแย่ๆของบุรุษลูกหนังเหล่านี้ มันยากที่จินตนาการและรู้สึกถึงชีวิตภายนอกผืนหญ้า เพราะพวกเขาโลดแล่นอยู่ในสนามฟุตบอลที่ไกลจากพวกเราไปนับพันกิโลแต่ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมันก็ไม่สำคัญ ไม่มีใครจะวิ่งหนีกงล้อชีวิตได้... ชะตาของอดีตตำนาน 'เร้ด เดวิลส์' อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ไม่ต่างกันรีเบ็คก้า เอลลิสัน คือชื่อของภรรยาเขา พวกเขาพบกันเมื่อตอนที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ค้าแข้งอยู่กับ 'ขุนค้อน' เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แล้วเธอเป็นฟิตเนสเทรนเนอร์อยู่ที่นั่นทั้งคู่คบกันมาแบบเงียบๆ จนแต่งงานกันในปี 2009 และมีโซ่ทองคล้องใจ 3 คนคือ ลอเรนซ์, เทต, เทียโดยในปี 2013 นั้นคุณหมอได้ตรวจพบมะเร็งในเต้านมของรีเบคก้า แต่เธอก็รักษาตัวจนอาการดีขึ้น...เวลาผ่านไปราว 18 เดือน มะเร็งก็กลับมาอีกครั้ง รอบนี้มันหนักกว่าเดิมเพราะมันลุกลามไปในกระดูก รอบนี้มันใช้เวลาเพียงแค่ 10 สัปดาห์เท่านั้นก่อนที่จะพรากลมหายใจสุดท้ายไปจากชีวิตของเธอวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2015 คือวันที่เฟอร์ดินานด์ทำใจได้ยากที่สุด มันไม่ได้ยากแค่เพราะเขาเพิ่งจะเสียภรรยาไปด้วยโรคมะเร็ง สิ่งที่ยากกว่านั้นคือการกลับบ้านไปบอกลูกๆทั้ง 3 คนว่า "พรุ่งนี้พวกหนูจะไม่ได้เจอหน้าแม่อีกแล้วนะ"การทำใจและรับมือกับความสูญเสียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งเป็นคนที่เย็นชาอย่าง เฟอร์ดี้ ด้วย...เด็กหนุ่มที่ไม่เคยเห็นพ่อและแม่กอดกันเลยสักครั้งการจากไปของเธอมันทำให้เขาเปลี่ยนแปลงนิสัยใหม่เป็นคนละคน จากชายที่เคยมีแนวความคิดที่ว่า 'การแสดงออกทางความรู้สึกมันทำให้ดูอ่อนแอ' แต่ในวันนี้เขาต้องยอมทำตัวให้เปราะบางและอ่อนแอเพื่อช่วยให้ลูกๆเข้มแข็งขึ้นจากที่เมื่อก่อนนั้นเขาเป็นคนไร้อารมณ์เลยก็ว่าได้ โดยเมื่อครั้งที่เขาเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น..ระหว่างที่กำลังเซ็นสัญญาอยู่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถึงกับต้องหันไปถามแม่ของเขาว่า "นี่เขามีความสุขไหมที่ได้ย้ายมาอยู่กับเรา" มันไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจ เพราะจริงๆมันคือวันที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิต แต่ที่เขาเลือกที่จะไม่ยิ้มเพราะในใจนั้นคิดว่าอะไรที่กำลังไปได้ดีมักจะไม่จีรังไปตลอดเมื่อก่อนเขามีความคิดต่อคนที่ฆ่าตัวตายว่าเป็นคนขี้ขลาด แต่หลังการจากไปของภรรยาเพียงไม่นาน เขาก็เข้าใจคนเหล่านี้มากขึ้น เขายังคงไม่เห็นด้วยกับการกระทำอยู่ดี เพียงแต่เขาเข้าใจว่าทำไมหลายๆคนถึงตัดสินใจอย่างนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาไม่มีคำตอบให้ชีวิต เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป มันเป็นเรื่องเดียวที่เขาและลูกๆจะต้องผ่านไปด้วยกัน นั้นจึงทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเขาเริ่มทำสารคดีและเขียนหนังสือเกี่ยวกับการรับมือกับความเศร้าและการสูญเสีย โดยเขาเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเขากับลูกๆได้ความสูญเสียก็เหมือนวันที่ฝนตกหนัก ทุกคนรับมือกับมันไปในรูปแบบที่ต่างกัน บางคนก็รอให้ฝนหยุดตกถึงจะออกไปข้างนอก บางคนก็ใช้ร่มเป็นตัวช่วย ส่วน ริโอ เฟอร์ดินานด์ต้องวิ่งฝ่าฝนไปโดยไม่สนใจว่ามันจะเปียกเพื่อลูกๆของเขาเป้าหมายในการรับมือกับความสูญเสียคือการยอมรับและก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน บางคนผ่านฝนไปได้ก็เจอแต่ความว่างเปล่า บางคนผ่านฝนไปก็เจอกับรุ้งกระทบแดดที่สุดแสนงดงาม สิ่งสำคัญคือการหาวิธีในการฝ่าพายุฝนไปให้ได้ตอนนี้ชีวิตของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เขากลับมาทำงานอีกครั้ง เขาเริ่มออกเดตอีกครั้งหลังจากที่ไม่กล้าแม้แต่จะถอดแหวนแต่งงาน....เขาและลูกๆคือร่มของกันและกัน"การได้ร้องไห้มันทำให้ผมรู้สึกว่ายังมีชีวิต" - ริโอ เฟอร์ดินานด์หากคุณยังไม่มีร่มสำหรับวันที่ฝนตกเราขอแนะนำ MYSBOBET รับรองว่าอนาคตของคุณจะไม่มืดหม่นอีกต่อไป https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177ปล. เพื่อนๆคนไหนอยากติดตามการเดินทางของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ก็ลองไปหาดูกันนะครับ โดยสารคดีชุดนี้มีชื่อว่า Rio Ferdinand: Being Mum and Dadhttps://www.youtube.com/watch?v=8ZwmEGXvfKEhttps://www.youtube.com/watch?v=_XFHYjksMfg

หัวใจของ "ชากิรี่"

"การที่เขาไม่ได้ลงเล่นอย่างที่ควรมันเป็นความผิดของผมเอง เขาพยายามทำทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะมุ่งมั่น ทำงานหนักในการซ้อมหรือแม้กระทั่งการมีส่วนร่วมในห้องแต่งตัว เพื่อนทุกคนรักเขา" "แต่เชื่อเถอะว่าเวลาของเขาจะมาถึง นั่นคือสิ่งที่แน่นอนสุด" เจอร์เก้น คล็อปป์ พูดถึง เซอร์ดาน ชากิรี่ ไว้ประมาณนี้ ก่อน ลิเวอร์พูล จะเผชิญหน้ากับ เซาธ์แฮมป์ตันที่แอนฟิลด์ ตั้งแต่ย้ายมาจาก สโต๊ค ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ตัวรุกร่างบึ้กยังไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงเป็น 11 คนแรกเลย ท่ามกลางความเร่าร้อนของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ในขณะที่ โม ซาลาห์ อาจจะฟอร์มดิ่งไปบ้าง แต่อานิสงส์จากซีซั่นที่แล้วไม่มีใครกล้าปฏิเสธเขาแน่ นั่นคือความชอบธรรมที่มากพอจะทำให้ ชากิรี่ เป็นได้แค่อะไหล่อยู่ข้างสนามมาตลอด เขาเปิดซิงในเกมนัดแรกที่ต้อน เวสต์แฮม 4-0 โดยลุกมาจากม้าสำรองในนาทีที่ 82 เท่ากับว่ามีเวลาไม่ถึง 10 นาที จากนั้นต้องรออีก 20 วันถึงจะได้ลงอีกในเกมเชือด เลสเตอร์ 2-1 และอยู่ในสนามแค่ราว 20 นาทีเท่านั้น ก่อนจะได้ลงคลายเส้นอีก 5 นาทีศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแมตช์คว้าชัยโคตรระทึกเหนือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นับนิ้วดูแล้ว ตั้งแต่ฤดูกาลรูดม่านเปิด ชากิรี่ เพิ่งจะเล่นไปประมาณ 35 นาทีเท่านั้น ด้วยชื่อชั้นดีกรีต่างๆ แล้ว ถือว่าน้อยมากเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาย่อมผิดหวังเป็นธรรมดาตามประสาแข้งอาชีพที่อยากจะลงเล่นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเมื่อครั้งเป็นเด็กช่างปั้นหม้อยังเป็นกระดูกสันหลังของทีมอีกต่างหาก แต่ ชากิรี่ ไม่เคยคิดแม้กระทั่งจะยอมแพ้ แค่นี้สิวๆ มากสำหรับคนที่ผ่านความยากลำบากมามากมาย กว่าจะก้าวมายืนตรงจุดนี้ได้ ทุกคนรู้ดีว่าเขาคือชาวสวิส แต่มันแค่ในความหมายอาศัยและเล่นให้สวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น เพราะเนื้อแท้ของเขาคือลูกครึ่งโคโซโวกับแอลเบเนีย----------------------------- ชากิรี่ เกิดที่เมืองกิลัน ทางตะวันออกของโคโซโวในยุคที่ยังไม่แยกออกมาจากยูโกสลาเวียเดิม แต่ในปี 1991 ที่เขาลืมตาดูโลก สงครามกลางเมืองกำลังคุกรุ่นอย่างหนัก พวกเซิร์บไล่ฆ่าล้างโคตรบรรดามุสลิมทั้งหลายไม่ว่าจะในเขตบอสเนียฯหรือโคโซโว ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นพ่อแม่ต้องหอบลูกทั้ง 3 คนหนีสงครามและความอดอยากข้ามไปขอลี้ภัยที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยไปปักหลักอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับบาเซิ่ล พ่อของ ชากิรี่ พูดสวิส-เยอรมันไม่ได้สักนิด เลยต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นพนักงานล้างจานในร้านอาหาร ก่อนที่จะขยับขยายไปเป็นคนงานก่อสร้าง ส่วนแม่เป็นพนักงานทำความสะอาดตึกสำนักงานในเมือง โดยมีเขาและพี่ทั้งสองคนคอยไปช่วยบ้างในยามว่าง แม้จะอยู่ในประเทศที่ศิวิไลซ์ แต่ค่าครองชีพที่สูงมากๆ มันทำให้ ชากิรี่ เป็นเหมือนพลเมืองชั้นสอง ของเล่นดีๆ เสื้อผ้าสวยๆ หรือลูกฟุตบอลมาตรฐานล้วนเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมถึง พ่อของเขาต้องส่งเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งที่หาได้ไปจุนเจือครอบครัวที่โคโซโว วาระพิเศษเดียวของ ชากิรี่ ต้องรอให้วันเกิดเวียนมาถึงนั่นแหล่ะ จึงจะได้รับของขวัญบ้าง แม้มันอาจจะไม่ใช่ของที่เขาฝันอยากได้ก็ตาม แค่การได้ปล่อยพลังลมเป่าเทียนที่ปักอยู่บนเค้กก้อนเล็กๆ คลอด้วยเสียงร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด แค่นี้ก็ช่วยเติมเต็มความสุขให้กับเด็กชายคนหนึ่งที่ข้ามพรมแดนหนีความตายมาได้แล้ว กระนั้นก็ตามแม้จะลำบาก แต่ ชากิรี่ มีโอกาสและสามารถเข้าถึงมันได้ อาศัยความสามารถฟุตบอลเป็นใบเบิกทาง ช่วยสร้างชีวิตให้ดีขึ้นตามลำดับ ชากิรี่ เริ่มต้นบนเส้นทางแข้งอาชีพกับบาเซิ่ล ก่อนฟอร์มเข้าฝักได้ย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค , อินเตอร์ มิลาน , สโต๊ค กระทั่งมาอยู่ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นล่าสุด เงินทองที่หาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเขาแบ่งให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่ เพราะผ่านความยากลำบากมาด้วยกันตลอด เขาจึงรู้รสชาดของมันเป็นอย่างดี คนใกล้ตัวเขาจะไม่อดอยากยากเข็ญอีกต่อไป ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมาไม่นาน เกมรอบแรก สวิตเซอร์แลนด์ ต้องมาเจอกับ เซอร์เบีย ซึ่งพวกเซิร์บนี่แหล่ะที่เคยรุกรานไล่ฆ่าชาวมุสลิมในโคโซโว จนพี่น้องร่วมชาติของเขาต้องล้มตายไปหลายหมื่นคน เมื่อ ชากิรี่ ซัลโวประตูชัยช่วยให้ทัพสวิสพลิกกลับมาเข่น 2-1 จึงฉลองด้วยท่า "อินทรีแห่งไบแซนไทน์" อันเป็นสัญลักษณ์ของโคโซโว เพื่อเป็นการตอกย้ำเลือดในการของเขายังเดือดพล่านตามรากเหง้า แม้จะต้องมาเล่นให้ประเทศที่ต้องมาพึ่งใบบุญก็ตาม "ผมถูกสอนให้สู้ ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งน่ารังเกียจ คุณต้องผ่านมันไปให้ได้" ดาวเตะมะขามข้อเดียวเคยเล่าช่วงหนึ่งของชีวิตตนไว้เช่นนี้ มันจึงสะท้อนถึงบุคลิกได้เป็นอย่างดี ตอนตัดสินใจย้ายมาสวมยูนิฟอร์มลิเวอร์พูล เขารู้อยู่เต็มอกแล้วว่า มันยากมากๆ ที่จะเบียดแทรกลงเป็น 11 คนแรก แต่ ชากิรี่ ไม่สนใจ เขาเชื่อว่าถ้ามุ่งมั่นและสู้มันอย่างเต็มที่ สักวันโอกาสต้องมาถึง กระทั่งวันเสาร์ที่ผ่านมาเปิดแอนฟิลด์ต้อนรับ เซาธ์แฮมป์ตัน เจ้านายก็ทำตามที่พูดไว้ส่งเขาลงเป็นตัวจริง ก่อนจะมีส่วนร่วมใน 2 ประตู โดยเฉพาะตุง 3 ซึ่งปั่นฟรีคิกชนคาน ก่อน ซาลาห์ จะซ้ำดาบสองเข้าไป แม้จะได้เล่นแค่ 45 นาที เพราะเจออาการบาดเจ็บตามรังควาน จนโดนเปลี่ยนออก แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการแสดงให้เห็นเลือดนักสู้ของ ชากิรี่ แล้ว... ถ้าไม่ยอมแพ้ คุณก็ไม่แพ้ -- นี่น่าจะเป็นนิยามของ ชากิรี่ จริงๆ หัวใจสู้ไม่ถอยมาพร้อมกับการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่เสมอ ลองมาดู MYSBOBET รับรองคุณจะได้รับบริการที่รวดเร็วทันใจ ลองมาแอดกันได้เลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทรที่ 08-0003-1188 / 08-0003-1177

มีปัญหาอะไรกันแน่

หมดเรื่องจะบ่น หมดเรื่องจะพิมพ์ออกมาด่าแล้วล่ะครับในตอนนี้สำหรับฟอร์มของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าพวกเขาต้องมาแพ้ต่อ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ คาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รีสอร์ท แอนด์ สปามันก็วนลูปเหมือนๆเดิมนั่นแหลครับกับการที่ "ปีศาจแดง" ได้ประตูออกนำไปก่อนซึ่งประตูออกนำนั่นน่ะเล่นกันซะสวยงามเชียว จังหวะจบสกอร์ของ ฆวน มาต้า ก็ปลิดชีพอย่างแท้จริงอ่ะ พอได้ประตูนำก็เล่นลอยละล่องไปมา มีโอกาสกลับทำไม่ได้เองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรเมลู ลูกากู ที่นับวันยิ่งเล่นไม่คู่ควรกับค่าตัว 75 ล้านปอนด์คืออย่างที่ทราบกันว่า ลูกากู มีปัญหาในเรื่องการยิงทีมใหญ่ทว่าเรื่องตบทีมเล็กกระซวกทีมกลางนี่ขอให้บอกพี่แกยิงได้หมดอ่ะ แต่สุดท้ายวันนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีปัญหากับทีมในทุกระดับอีกทั้งตัวอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด นี่ไปๆมาๆก็ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เลยจริงๆ วันๆดีแต่เต้นไม่ซ้อมบอลรึไงอันนี้ไม่ทราบได้ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ เองถามว่าผิดมั้ย ก็ผิดนั่นแหละครับ ภายหลังจากที่พวกเขาโดนตีเสมอ 1-1 พี่แกทะลึ่งแก้เกมแบบสุดคลาสสิคด้วยการส่ง มารูยาน เฟลไลนี่ กับ เฟร็ด ลงสนามมาแทน อันเดร์ เอร์เรร่า และ เจสซี่ ลินการ์ดโดยมี อเล็กซิส ซานเชซ แข้งแนวรุกนั่งตาละห้อยอยู่ข้างสนามจริงอยู่ที่ว่า อเล็กซิส ตอนนี้ฟอร์มก็ไม่ได้สุนัขรับประทานไปมากกว่า ลูกากู หรือ ลินการ์ด แต่ด้วยชื่อชั้น ชื่อชั้นของ อเล็กซิส และประโยชน์ที่น่าจะพอหาได้บ้างกลับกลายเป็นว่าไม่ได้รับโอกาสลงสนามใบแดงของ เซร์คิโอ โรเมโร่ มันสุดวิสัยมั้ย ? ก็นิดนึงนะครับเพราะมือกาวชาวอาร์เจนไตน์รายนี้กะจังหวะออกมาไม่ดี แต่ก็นั่นแหละครับผู้รักษาประตูมือสองส่วนใหญ่ก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับจังหวะของเกมแบบนี้ปัญหาก็คือแนวรับของ ยูไนเต็ด ทำไมถึงกลายเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตาม แฮร์รี่ วิลสัน แบบนั้นฟะ ? อีกทั้งตอนก่อนโดนไล่ออกจะเห็นได้ว่า โรเมโร่ บ่น ฟิล โจนส์ อย่างออกนอกหน้าเพราะจังหวะดังกล่าวพี่แกทะลึ่งเติมเกมบุกแล้วลงมาไม่ทันทำให้ช่องแนวรับว่างและกลายเป็น เอริค ไบยี่ กับ ดิโอโก ดาโลต์ ต้องวิ่งไล่ตามอย่างที่เห็นกันตอนนี้รูปเกมขนาดว่าจะช่างหัวมันเขียนน้อยๆแล้วนะครับ สุดท้ายก็กลายเป็นบ่นยาวเหยียดซะอีก ฟอร์มมันไม่ดีมาต่อเนื่องแต่กลับมีอะไรได้บ่นให้ทุกนัดนี่ยอมในมันสมองของ มูรินโญ่ เลยจริงๆสิ่งที่ผมอยากเขียนถึงหรือพูดคุยกับทุกๆท่านนั้นเป็นเรื่องระหว่าง มูรินโญ่ กับ พอล ป็อกบา ซะมากกว่าเพราะในวันอังคารก่อนเกมการแข่งขันกับ ดาร์บี้ มีข่าวประโคมมาตลอดว่า มู ปลด ป็อก ออกจากตำแหน่งรองกัปตันทีมไปแล้วสื่อต่างๆเริ่มรายงานและสื่อแรกคือ 'The Sun' สำนักข่าวจอมแฉซึ่งเอาจริงๆผมไม่เชื่อด้วยซ้ำแต่ไปๆมาๆ 'BBC' สำนักข่าวแห่งความไว้ใจได้รายงานเองก็เอาละ มันต้องมีอะไรแน่ๆสุดท้ายท้ายสุด มูรินโญ่ ยืนยันออกมาจากปากของตัวเขาเองขณะให้สัมภาษณ์หลังจบเกมการแข่งขันกับ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ "ความจริงก็คือผมได้ตัดสินใจไม่ให้ พอล เป็นรองกัปตันทีมอีกต่อไป แต่มันไม่ได้มีการทะเลาะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน""การตัดสินใจปลด พอล ออกจากตำแหน่งรองกัปตันเป็นคนเดียวกันกับคนที่ตัดสินใจให้ พอล เป็นรองกัปตัน นั่นก็คือผมเอง ผมเป็นผู้จัดการทีม ผมสามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ มันไม่ได้มีการทะเลาะ ไม่ได้มีปัญหา ผมเพียงแค่ตัดสินใจและผมไม่ขออธิบายในเรื่องนี้"คำให้สัมภาษณ์มันอาจจะดูเผด็จการไปหน่อยก็จริง เพียงแต่การย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนั้นมันจะเชื่อได้จริงเหรอ ?จะว่าแปลกมันก็แปลก ประหลาดก็ประหลาด เพราะถ้าไม่มีปัญหาแล้วจู่ๆจะทะลึ่งถอดตำแหน่งทำไม เอาตรงๆเหอะมันเป็นรองกัปตันด้วยซ้ำไปไม่ใช่กัปตัน เพราะคนที่เป็นกัปตันทีมเนี่ยคือคนที่ไม่ค่อยพูดอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซียส่วนหนึ่งอาจจะเพราะว่าคือนักเตะอย่าง ป็อกบา ด้วยล่ะมั้งครับที่ตกเป็นเป้าสนใจในทุกๆเรื่องเพียงแต่ว่าปัญหา ปัญหามันคืออะไรระหว่างสองคนนี้ ยังจำกันได้มั้ยครับหลังเกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ ยูไนเต็ด เสมอไป 1-1 แล้ว ป็อกบา สัมภาษณ์สะกิดแทคติก มูรินโญ่"เราเล่นในบ้านและเราควรจะทำดีมากกว่านี้ในเกมที่พบกับ วูล์ฟ" "เมื่อเราเล่นในบ้านเราควรเปิดเกมรุก บุกมันเข้าไป นี่มัน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นะเราจะต้องเปิดหน้าแลก ผมคิดว่าทุกๆทีมกลัวทั้งนั้นแหละเมื่อพวกเขาเห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นแบบเดินหน้าแล้วฆ่ามัน""นี่คือความผิดพลาดของเราเอง""เราควรจะเปิดเกมรุกและไล่เพรสเหมือนกับที่เราทำในเกมกับ ท็อตแน่ม, ลิเวอร์พูล, เชลซี และ อาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อเราเล่นแบบนั้นมันดูง่ายขึ้นสำหรับเราด้วย""ทำไมเราถึงไม่บุกเหรอ ? ผมตอบคุณไม่ได้หรอกเพราะผมเป็นนักฟุตบอล มันไม่ใช่ผม ผมไม่ใช่ผู้จัดการทีม ผมไม่สามารถพูดอะไรแบบนี้ได้แต่มันชัดเจนว่าเราควรจะมีตัวเลือกในการเล่นมากกว่านี้""แต่ผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรเยอะเพราะผมคือนักฟุตบอล นี่คือวิธีที่ผมคิดเท่านั้น เราควรทำได้ดีกว่านี้ ใช่ เราจะต้องเดินหน้าต่อไป"นี่คือบมสัมภาษณ์ของ ป็อกบา ที่แน่นอนว่ามันลูบเหลี่ยมลูบคม มูรินโญ่ แบบชัดๆอย่างโจ่งแจ้งเมื่อนักเตะระดับนี้แถมเป็นรองกัปตันพูดแบบนี้ออกสื่อ ผู้จัดการทีมคงไม่อยู่เฉยแน่นอนซึ่งผมคิดว่ามันอาจจะเป็นบทลงโทษของ มูรินโญ่ เพื่อสงบปากสงบคำ ป็อกบา และพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือผู้จัดการทีม เขาเป็นคนวางแทคติก เขาคือคนที่ใหญ่ที่สุดของสโมสรแต่ครับแต่ จำได้มั้ยช่วงที่ มู โดนกระแฟนไล่บ่อยๆแกจัดตัวเอาใจแฟนพร้อมแทคติกบ้าระห่ำเดินหน้าใส่แหลกเพียงอย่างเดียวจนได้ใจอยู่ช่วงนึงแม้จะแพ้ก็ตามพอทีมกลับมาคงเดิม มู ก็แทคติกเดิมเพื่อ ?เอาใจแฟนเอาหน้ารอดงั้นเหรอครับ ? หรือว่ายังไง ? หรือว่าต้องการให้แฟนๆเข้าข้าง ?ในตอนนี้ ป็อกบา ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นแบบนั้นไปแล้วเพราะการที่เขาออกมากระตุ้นบอกว่าอยากเห็นทีมเล่นเกมบุก ใช่ นั่นคือสิ่งที่แฟนๆต้องการ ตอนนี้ก็คือ ป็อกบา กำลังหาพวกเป็นแฟนๆอย่างนั้นเหรอ ?มันเป็นการปะทะดันออกสื่อโดยสองคนจากสโมสรเดียวกันและมีแฟนๆเป็นตัวประกันไปแล้วครับผมอาจจะคิดแง่ร้ายมากเกินไปนะ แต่ถ้าหากมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ดีเลย ไม่ดีมากๆกับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยไฟสุมภายในแบบนี้ถ้าใครเริ่มกังวลกับสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นล่ะก็มาครับ มารู้จักกันสิ่งดีๆกันกับ MYSBOBET ที่มีอะไรดีๆงามๆมาให้อยู่เสมอหากสนใจล่ะก็ติดต่อเลยที่ https://line.me/R/ti/p/@mysbo9 หรือโทร 08-0003-1188 / 08-0003-1177