breadcrumb symbol ข่าว

หยิบมาเล่า

ชำแหละคืนจับโหด ... กับ 8 กลุ่มที่ทั้งโลกเฝ้ามอง

ตึก .... ตัก ..... ตึก .... ตักเสียงหัวใจเต้นแรงๆ กับการที่ผมได้ดูการถ่ายทอดสดการจับแบ่งกลุ่มรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล ปี 2014 ....ก่อนหน้าการจับสลากจะเริ่มนั้นปรากฏว่ามีกระแสออกมาต่างๆมากมายว่าจะมี "กรุ๊ปออฟเดธ" เกิดขึ้นแน่ๆ ทีมที่ตัวเองเชียร์อาจจะของแข็ง หรือโอกาสต่างๆที่สื่อหลายสำนักวิเคราะห์กันเป็นเรื่องเป็นราวครับ ผลสรุปออกมาแล้วมีดังนี้ครับกลุ่ม เอ : บราซิล, โครเอเชีย, เม็กซิโก, แคมเมอรูนกลุ่ม บี : สเปน, เนเธอร์แลนด์, ชิลี, ออสเตรเลียกลุ่ม ซี : โคลัมเบีย, กรีซ, ไอเวอรี่ โคสต์, ญี่ปุ่นกลุ่ม ดี : อุรุกวัย, คอสตาริก้า, อังกฤษ, อิตาลีกลุ่ม อี : สวิตเซอร์แลนด์, เอกวาดอร์, ฝรั่งเศส, ฮอนดูรัสกลุ่ม เอฟ : อาร์เจนติน่า, บอสเนีย-เฮอเซโกวิน่า, อิหร่าน, ไนจีเรียกลุ่ม จี : เยอรมันนี, โปรตุเกส, กาน่า, สหรัฐอเมริกากลุ่ม เอช : เบลเยี่ยม, แอลจีเรีย, รัสเซีย, เกาหลีใต้เอาล่ะเรามาลอง "คิด วิเคราะห์ แยกแยะ" กันดีกว่ากลุ่มไหนน่าสนใจกันบ้างบี, ดี และ จี คือ 3 จาก 8 กลุ่มที่ต้องบอกเลยว่าน่าดูสุดๆ แต่ละทีมนี่น่าชะเชือดเฉือนกันแบบ แฟ่บ .... แฟ่บ .... แฟ่บ กันทุกแมตช์อย่างแน่นอนอย่าลืมนะครับว่าในกลุ่ม บี สเปน กับ เนเธอร์แลนด์ นี่คือคู่ชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลกปี 2010 นะครับเพราะฉะนั้นการมาเจอกันตั้งแต่รอบแรกนั้นมันไม่ใช่งานง่ายเลยเมื่อต้องมาเจอกับคู่ต่อกรอีก 2 ทีมที่พร้อมจะกลายร่างเป็นม้ามืดได้เสมอทั้ง ชิลี และ ออสเตรเลียด้านกลุ่ม ดี นี่มีทีมชาติที่ มวลมหาประชาชนชาวไทย เป็นแฟนบอลทีมนี้อย่าง "ปฏิเสธไม่ได้" ? อย่าง อังกฤษ รวมอยู่ด้วย ..... แน่นอน คอสตาริก้า ชื่อชั้นอาจจะดูต่ำต้อยกว่าทีมที่เหลือฉะนั้นน่าจะตัดทีม "กล้วยหอม" ทีมนี้ออกไปได้เลยแต่ ..."จอมโหด" อุรุกวัย กับ "อัซซูรี่" อิตาลี สองทีมนี้ไม่ธรรมดา ..... อุรุกวัย นี่แชมป์โคปา อเมริกา ครั้งล่าสุดนะครับและได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอล คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ อย่างที่หลายๆคนได้รับชมฟอร์มการเล่นไปแล้วด้วยอีกต่างหาก .... เช่นเดียวกับทีมดินแดนรองเท้าบูธ ที่ถึงแม้ว่าในลีกชื่อดังอย่าง กัลโช่ เซเรีย อา จะถูกค่อนขอดว่าถอยหลังลงคลองเรื่อยๆแต่ในนามทีมชาตินั้นสามารถสร้างเซอร์ไพรซ์ได้อย่างสม่ำเสมอ (เซอร์ไพรซ์ในที่นี้อาจรวมถึงการตกรอบแรกด้วยเช่นกัน อิอิ)ฤๅ "สิงโตคำราม" จะตกรอบแรก ?????และในกลุ่ม จี ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นอะไรที่คล้ายคลึงกับ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" มากที่สุดด้วยชื่อชั้นทั้ง เยอรมันนี ... โปรตุเกส .... กาน่า และ สหรัฐอเมริกาโค ตะ ระ อภิมหาดาวเตะในตอนนี้อย่างที่ เซป แบลตเตอร์ หรือแม้แต่ มิเชล พลาตินี่ ก็ปฏิเสธไม่ได้อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะต้องนำ "ฝอยทอง" ลั่งกลองรบกับ "อินทรีเหล็ก" .... ไหนจะต้องเจอกับตัวเป้งแห่งทวีปของตนเองอย่าง "ดาวดำ" กาน่า แห่ง กาฬทวีป ที่มีเสาหลักอย่างสองพี่น้อง อายิว หรือจะ มิเชล เอสเซียง, เควิน ปริ๊นซ์ บัวเต็ง รวมถึง อซาโมอาห์ กียาน ที่เคยระเบิดฟอร์มในฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งนั้น และ "ลุงแซม" สหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้สยบเม็กซิโกได้อยู่หมัดจนเป็นเต้ยในโซน คอนคาเคฟ ณ ช่วงเวลานี้สำเร็จอูยยยยยย ซี๊ดดดดสสสสส์ กันไปสิ4 ปีเวียนบรรจบไปไวเหลือเกิน .... อีกไม่กี่อึดใจเรากำลังจะได้รับชมสังเวียนอันร้อนระอุที่คนทั่วโลกต่างจับจ้องแค่จับสลากยัง "ทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ขนาดนี้ แล้วตอนลงสนามบรรเลงลีลาการฟาดแข้งกันจริงๆล่ะก็จะมันส์ขนาดไหนสมกับที่เป็น "เทศกาลของคนทั้งโลก" จริงๆเค.เค.pic : zimbio, fifa

ปัญหาแบบ "ไก่ๆ"

น่าแปลก ...... ?แปลกใจกับฟอร์มการเล่นของทีมที่ถูกจับตามากที่สุดทีมหนึ่งในสังเวียนลูกหนังเมืองผู้ดีอย่าง "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ที่ล่าสุดพวกเขาโดน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถลุงไปยับเยินชนิดที่เงินร้อยล้านที่ลงทุนไปเหมือนกับว่าเอาไปโยนทิ้งเล่นๆลองมาดูกันว่าใน 100 ล้านที่จัดหนักไปเมื่อซัมเมอร์มีใครอะไรยังไงกันบ้าง .... เปาลินโญ่ สนนที่ 17 ล้านปอนด์, นาเซอร์ ชาร์ดลี่ย์ 7 ล้านปอนด์, เอเตียน คาปู 9 ล้านปอนด์, วลาด ชิริเชส 8.5 ล้านปอนด์, คริสเตียน อิริคเซ่น 11.5 ล้านปอนด์, อิริค ลาเมร่า 26 ล้านปอนด์ และ สากรายใหม่แห่งเมืองผู้ดีอย่าง โรแบร์โต้ โซลดาโด้ 26 ล้านปอนด์ แต่ปรากฏว่าตอนนี้ดาวเตะแต่ล่ะรายยังไม่สามารถปรับตัวดั่งที่ อังเดร วิลลาส โบอาส คาดหวังเอาไว้ได้ ....ปัญหาที่สุดแสนจะหนักใจนั่นก็คือเกมรุก ..... ที่ดูเหมือนว่าทั้ง ชาร์ดลี่ย์, อิริคเซ่น, ลาเมร่า และ โซลดาโด้ จะยังปรับตัวให้เข้ากับ พรีเมียร์ลีก ไม่ได้เลยโดยเฉพาะกับ โซลดาโด้ หัวหอกความหวังใหม่ของทีมที่ซัดไปเพียง 4 ประตูเท่านั้น ที่สำคัญเลย ...... 3 ใน 4 ลูกมาจากจุดโทษทั้งหมด ..... ซึ่งก็หน้าแปลกเหมือนกันนะครับว่าอดีตดาวยิงของ บาเลนเซีย รายนี้ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก 11 จาก 12 นัดที่ลงแข่ง มันแสดงถึงความเชื่อมั่นของ โบอาส ที่มีต่อดาวยิง 26 ล้านรายนี้มากๆ ..... มากกว่า เจอเมน เดโฟ ที่จะซัดถล่มทลายในฟุตบอลถ้วยมากแค่ไหนก็เป็นได้แค่ตัวสำรองในเวทีลูกหนังสูงสุดของอังกฤษเท่านั้นรวมไปถึงผู้เล่นในแนวรุกทั้ง อิริคเซ่น, ลาเมร่า หรือ ชาร์ดลี่ย์ ที่ก็ยังไม่ได้ฉายแสงดั่งคำร่ำลือตั้งแต่เข้ามาสู่ทีมใหม่ๆ .... สุดท้ายกลายเป็นว่า อันดรอส ทาวน์เซนด์ ลูกหม้อของทีมจากลอนดอนงัดฟอร์มเด็ดออกมาได้ชนิดที่เขากำลังจะกลายเป็น แกเร็ธ เบล คนใหม่ของทีม ซึ่งฟอร์มของเขาทำให้ติดธง "สิงโตคำราม" ไปแล้วอีกต่างหาก9 ประตูจาก 12 นัดเป็นหลักฐานชั้นยอดสำหรับความล้มเหลวไปแนวรุกช่วงต้นฤดูกาลนี้ของ สเปอร์ส ที่ยังคงปรับจูนกันไม่ติดซึ่งมันเหมือนเอาสายไฟคนละขั้วมาต่อกัน .... นี่แหละครับคือผลของการเปลี่ยน "ยกแผง" ในแนวรุกหากเรามามองดูตัวรุกฤดูกาลก่อนที่ "ไก่เดือยทอง" เป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดในลีกทีมที่ 5 เทียบเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2012-13 ....."เวลา" เท่านั้นคือคำตอบของแนวรุก "ชุดใหม่" ชุดนี้ส่วนในเรื่องแผงหลังนั้นผมคิดว่า "ดี" ในระดับหนึ่งแล้ว การเก็บคลีนชีท 7 จาก 12 นัดเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม "แต่" จุดอ่อนก็มี ...... การเสียสมาธิโดยง่ายของเหล่าแบ๊คโฟร์ของ "ไก่เดือยทอง" นั้นเราเห็นมาแล้วถึง 2 นัดและมันทำให้สกอร์ "ไหล" เกินความจำเป็น .. การแพ้ เวสแฮม ยูไนเต็ด 3-0 และโดน แมนฯซิตี้ ฉีกเป็นชิ้นๆ 6-0 เป็นตัวอย่างที่ดีตอนนี้กุนซือพลังหนุ่มกับมาดสุดเท่อาจจะกุมขมับ ปรับหมากแก้ไข และเราอาจจะได้เห็น "กึ๋น" ของ อังเดร วิลลาส โบอาส หลังจากนี้ ...และแน่นอนว่า "จุดเปลี่ยน" ในฤดูกาลนี้ของ สเปอร์ส อาจจะเกิดขึ้นมาแล้วจากการพ่ายแพ้ 6-0จากนี้ก็คงต้องรอดูว่าเหล่านักเตะของ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส จะสามารถเอานัดนี้ไปเป็นแรงกระตุ้นได้หรือไม่ ....ซึ่งผมเชื่อว่าดาวเตะแต่ละคนนั้นนั้นจะมีความกระหายมากขึ้นแน่นอนเค.เค.pic : zimbio

ซึบาสะ VS. เฮียวงะ ในโลกความจริงที่เหมือนการ์ตูน

32 ทีมที่ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลโลกในปีหน้าทุกๆท่านน่าจะทราบกันแล้วว่ามีทีมไหนบ้างที่ได้ไปโชว์ฝีเท้าให้คนกว่าร้อยล้านคนทั่วโลกชม ...มันมีอยู่เกมหนึ่งที่ทำให้ผมค่อนข้างจะติดใจและอยากจะนำมาเปรียบเทียบกับการ์ตูนในสมัยเด็กๆอย่าง "กัปตันซีบาสะ" ที่ผมเชื่อว่ามันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่า ซุป'ตาร์ ค้าแข้งทั่วโลกซึบาสะ แห่งโลกความจริงนั้นหลายๆคนอาจจะนำไปเปรียบเทียบกับ ลีโอเนล เมสซี่ .... แต่ทว่าผมไม่คิดเช่นนั้น ... ในที่นี้ผมอยากนำไปเทียบกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากกว่าด้วยความมุ่นมั่นและไม่มีคำว่าท้อถอยของเจ้าตัวแน่นอนคู่ปรับตลอดกาลของ ซึบาสะ ก็คือดาวยิงตีนระเบิดเจ้าของลูกยิง "ไทเกอร์ ช็อต" อันลือลั่นสนั่นแดนอาทิตย์อุทัยและในบทความนี้ผมนำเสนอให้นำไปเทียบกับ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ที่ได้โชว์ "ไทเกอร์ ช็อต" ในโลกแห่งความจริงให้เราเห็นกันแล้วหลายต่อหลายครั้งครับ ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดเพลย์ออฟทั้งคู่โคจรมาพบกันในแบบไม่น่าจะมาเจอกัน ..... แต่โชคชะตาบางทีก็เป็นอย่างนี้แหละครับ .... ทำให้แฟนๆลูกหนังได้ลุ้นได้นำมาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน .... ไม่เชื่อลองคอกดูหาก โปรตุเกส จับติ้วชน ไอซ์แลนด์ ส่วน สวีเดน โดนไปเจอกับ โครเอเชีย ความสนุกของรอบตัดเชือกนี้อาจจะลดลงและไม่ได้มีข่าวคราวที่ทำให้เรารู้จักตัวตนของทั้งคู่มากขึ้นพระเอกย่อมคือพระเอกครับ และสถานการณ์ของ โรนัลโด้ ตอนนี้ก็ยิ่งกว่าพระเอกเสียอีก ..... ประหนึ่งเหมือน "วันเฉลิม" ที่โดนทารุณมาตลอด 4 ปีจากเจ้าพ่อ "ฟีฟ่า" ที่ได้เผยความคิดเห็นแบบทิ้งดิ่งฆ่าตัวตายไปเมื่อเร็วๆนี้กับท่าทางล้อเลียนพร้อมยกให้ลูกรักเหนือกว่าเนื่องจากว่าลูกรักคนทำตัวเป็น "น้องเด็กดี" มากกว่าก็ว่ากันไป ...แต่สิ่งที่ โรนัลโด้ แสดงให้เห็นออกมานั้นคือไม่สนใจโชว์ผลงานในสนามออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ... มันทำให้ผมนึกถึงคาเรคเตอร์ของ โอโซระ ซึบาสะ จริงๆที่ไม่ว่านอกสนามจะโดนอะไร ยังไง แต่เขาก็มุ่งมั่นที่จะทุ่มเทในสนามเพื่อทีมและ "เพื่อชาติ"มันคือสิ่งที่เขาพิสูจน์แล้วว่าคนเราสามารถ "อยู่เหนือ" คำวิจารณ์ได้ชนิดที่คนวิจารณ์นั้นก็คงได้แต่กลืนน้ำลายตัวเองแหละครับสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในแมตช์นี้ก็คือการที่เราจะไม่ยลฝีเท้าของดาวยิงจมูกโด่งแห่งแดน "ฟรีเซ็กส์" ไปโลดแล่นโชว์เพลงแข้งให้ได้เห็นกันที่บราซิลน่ะสิ ..... อย่าลืมนะครับว่าตอนนี้ ซลาตัน อายุอานามปาไป 32 ปีแล้ว ซึ่งในปี 2018 ที่บอลโลกจะจัดขึ้นที่ รัสเซีย ดาวยิงรายนี้อายุปาไป 37 แล้ว ... และในเกมที่ทั้งคู่มาปะทะแข้งกันนั้นความมันส์ชนิดที่ละสายตาออกไม่ได้ก็มาบังเกิดในนัดที่สองที่บ้านของสวีเดน ..... โรนัลโด้ กลายเป็น ซึบาสะ ของ โปรตุเกส ที่พี่แกล่อกดแฮทริกในบ้านของคู่ต่อสู้ไปโดยที่แต่ละลูกนั้นยอมรับเลยว่าเม่งเก่งอิ๊บอ๋าย ... ไม่ใช่แค่ โรนัลโด้ คนเดียวที่ฉายแสงแววับออกมาได้ในนัดนี้ ซลาตัน ก็เช่นกันนัดนี้เขาก็กดไปสองตุงแถมยังโชว์ฟรีคิกอารมณ์ "ไทเกอร์ ช็อต" ให้เราได้เห็นกันอีกต่างหาก มันกลายเป็นว่าพอผมได้สะดับรับชม (ลองสังเกตุผู้เล่น โปรตุเกส ดูในรูปนะครับว่าโดดไปกลัวไปขนาดไหน)เกมลูกหนังเกมนี้แล้วมันเหมือนว่าผมได้ย้อนเวลากลับไปอ่านการ์ตูนในวัยเด็กอีกครั้งนันคัตซึ ของ ซึบาสะ โคจรมาพบกับ เมวะ ฮิงาชิ ของ เฮียวงะ ในรอบตัดเชือกของเขตเพื่อที่จะหาทีมเข้าไปแข่งขันในระดับประเทศ โอ้โห ... ตามตำราเป๊ะๆพระรองก็กลายเป็นพระรอง และ พระเอก ก็โชว์ผลงานออกมาได้ชนิดที่พระรองต้องยอมรับ (หากสังเกตุกันตอนที่ โรนัลโด้ ยิงประตูที่ 3 ให้กับ โปรตุเกส มีช็อตที่ ซลาตัน ปรบมือให้อยู่)เกมจบ ... ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับ ผู้ชนะ ก็ได้เฉลิมฉลองกันไป .....ทว่าสิ่งที่พอจะเดาได้ก็คือปีนี้รางวัล "บอลทองคำ" หรือ บัล ลง ดอร์ นั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ .... มาเต็มไม่เช่นนั้นหาก ลีโอเนล เมสซี่ ได้อีกสมัยล่ะก็ข้อครหาจะต้องถาโถมเข้ามาแบบไม่หยุดหย่อนแน่ .... เค.เค.pic : captaintsubasa.wikia, zimbio

ความดุดันที่หายไป ?

การเข้ามาของ เป๊ป กวาดิโอล่า สู่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ... หลายๆคนคงตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะสามารถทำให้ทีมดังจากแดนใต้ทีมนี้ซัด กระหน่ำ ยิงกระจาย ตูม ตูม ตูม ด้วยตัวผู้เล่นที่เต็มไปด้วยความสามารถระดับโลก ...ฟรองค์ ริเบรี่, อาเยน ร็อบเบน, มาริโอ มานซูคิช, โทนี่ โครสต์, โธมัส มุลเลอร์ คือแนวรุกที่น่าสยดสยองมากที่สุดในปีที่ผ่านมาของ "เสือใต้" พร้อมๆกับการคว้า มาริโอ เกิร์ทเซ่ เข้ามาอีกทำให้ดูเหมือนว่าอะไร อะไร ก็สวยงามไปหมดในแนวรุก ที่ถูกคาดการว่าจะร้อนแรงสุดๆแต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ...แนว รุกของ บาเยิร์น ที่ฟอร์มสุดสะเด่า หฤโหดที่สามารถโขยกประตูคู่แข่งได้ถึง 98 ประตูในฤดูกาลที่แล้วของพวกเขาบัดนี้กลับลดลงอย่างนั้นหรือ ???ลอง เทียบกับฤดูกาลที่แล้วที่ จุ๊ปส์ ไฮน์เกส ทำไว้ครับ 7 นัดเท่านั้นปีที่แล้ว "เสือใต้" กระทุ้งไป 21 ประตูเน้นๆและเสียไปแค่ 2 ลูกจิ๊บๆ ส่วนในปีนี้ 7 นัดยิงไป 14 ลูก เท่านั้น .....ห่างกัน 7 ลูกเลยนะครับแต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไรนักของ บาเยิร์น .... นั่นก็คือแผงหลังครับ ...แผงแบ๊คโฟร์ของ "เสือใต้" นี่ "แข็งโป๊ก" จริงๆ รวมไปถึงนายด่านคนสุดท้ายอย่าง นอยเออร์ ที่ยิงผ่านมือของเขาเข้ายากสุดๆ ... (แม้จะมีความผิดพลาดมือลื่นให้เห็นบ้างก็ตาม อิอิ)การ เสียประตูน้อยที่สุดในลีกจากการที่โดนคู่แข่งกระทุ้งไปเพียง 7 เม็ด เป็นเรื่องพิสูจน์แล้วว่า พวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหนในเกมรับ เช่นเดียวกับ แทคติกในเกมรับของ กวาดิโอล่า ที่ไม่ได้ลดหย่อน ไปจากเดิมเพียงแต่ว่าตอนนี้ต้องรอเวลาให้กับการปรับจูน "อะไรใหม่ๆ" ในเกมรุก อีกซักพัก และอีกอย่าง เป๊ป อาจจะไม่ได้สอนรูปแบบการเล่น "ติกี้ ตาก้า" อันเลื่องชื่อสมัยเขาคุม บาร์เซโลน่า ให้กับ บาเยิร์น หรอกครับผมเชื่อว่ามันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น เพียงแต่ตอนนี้ต้องการเวลา .... เวลาที่จะแสดงออกมาเท่านั้นตอนนี้คงต้องดู "เสือใต้" เล่นเน้นชัวร์ และขาดความดุดันไปก่อน เท่านั้นเองอีกนิดน่าเค.เค.pic : eurosport

รุ่นสู่รุ่น "ตราหมี" กับโรงงานผลิต "ดาวยิง"

หยิบมาเล่า by เค.เค.รุ่นสู่รุ่น "ตราหมี" กับโรงงานผลิต "ดาวยิง"ด้วยฟอร์มการเล่นอันน่าสยดสยองในฤดูกาลนี้ทำให้ผมอดที่จะพูดถึงทีมอย่าง "ตราหมี" แอตเลติโก้ มาดริด ไม่ได้จริงๆ และการนำทีมภายใต้กุนซือ "หน้าแก่" อย่าง ดิเอโก้ ซิมิโอเน่ นั้นผลงานก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด ....ซิมิโอเน่ เข้ามาคุมปีแรกก็จัดด้วยแชมป์ ยูโรป้า ลีก ทันทีนะครับ ..... ผลงานใช่ย่อยที่ไหน แต่ ... บทความนี้ผมไม่ได้พูดถึงในตัวกุนซือชาวอาเจนไตน์คนนี้แต่อย่างใด แต่ผมอยากที่จะขอพูดถึงดาวยิงระดับพระกาฬทั้งหลายแหล่ที่ผลัดเวียนกันเข้ามาสร้างชื่อและออกจากทีม "ตราหมี" ไปแบบไม่ขาดสายชนิดที่ว่าแฟนๆยังถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน แห่งนี้ไม่เคยเหนื่อยใจกับการพังประตูของทีมเลยแม้แต่น้อย ...แน่นอนว่าเราน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วสำหรับดาวยิงแก้มแดงสนนราคา 50 ล้านอย่าง เฟร์นานโด ตอเรส ที่เป็นเด็กปั้นลูกหม้อของทีมและสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองด้วยการอยู่กับทีมมาตั้งแต่เยาวชนในปี 1995 จนวันสุดท้ายในปี 2007 ที่เขาเลือกที่จะเดินตามฝันไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในวันที่ ตอเรส จากไปเสมือนว่าทีมที่ใช้สัญลักษณ์ประจำเมือง "หมีกินผลต้นมาโดรนโย่" ทีมนี้จะรู้ล่วงหน้าโดยเขาซื้อดาวยิง "มะขามป้อม" อย่าง เซร์จิโอ อเกวโร่ หรือ กุน เข้ามาตั้งแต่ปี 2006 แล้วซึ่ง กุน ก็เหมือนก็ซึมซับความเป็นดาวยิงของ ตอเรส เพียงฤดูกาลเดียวที่เล่นด้วยกัน หลังจากนั้นดาวยิงลูกเขยมาราโดน่า ก็โชว์ทดแทนได้เป็นอย่างดีมันไม่ใช่แค่ กุน น่ะสิ .... เสีย ตอเรส ไป เอ้า ... มีตังแล้วนะครับขาย ตอเรส ไป 25 ล้านปอนด์ พวกเขาก็ตัดสินใจซื้อดาวยิงที่เปลี่ยนจากสากกลายเป็น "หอก" อย่างเต็มตัวที่สเปนอย่าง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน มาจาก บียาร์เรอัล ทันทีสนนราคาราวๆ 18 ล้านปอนด์ในปี 2007-08 กุนสอยไป 19 ลูกและ ฟอร์ลัน ก็จัดให้ 16 ลูก ในลีกส่งผลให้ "ตราหมี" ครองอันดับที่ 4 ไปครองได้ แหม่ ..... เสีย ตอเรส ไปแต่ไม่เสียใจเลยจริงๆแต่มันยิ่งกว่านั้นครับในปีถัดว่า ฟอร์ลัน ระเบิดฟอร์มการเล่นด้วยการยิง 32 ประตูใน 33 นัดให้กับ "ตราหมี" เล่นเอาแฟนๆลืม "ลูกหม้อ" หน้าแดงๆไปเลยทีเดียวงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเป็นธรรมดา จากผลงานที่ทีมตกลงไปถึงอันดับที่ 7 รวมกับเวลาที่ผ่านมาทั้ง กุน ทั้ง ฟอร์ลัน อาจจะคิดว่า "ถึงเวลา" ที่จะต้องหาความท้าทายใหม่ๆในปี 2011 ทั้งคู่ตัดสินย้ายออกจากทีมจากเมืองหลวงแห่งสเปนพร้อมๆกัน ... เล่นเอาแฟนๆห่อเหี่ยว .... แต่ก็แปปเดียวเท่านั้น ?!?!การย่างเท้าก้าวเข้ามารอง ราดาเมล ฟัลเกา มันเป็นอะไรที่เหมือนกับว่าในตำแหน่งนี้ของพวกเขามัน "พัฒนา" ไปสู่ความเป็นระดับโลกมากยิ่งขึ้น ... 67 นัด 52 ประตูคือสถิติการยิงของ ฟัลเกา ที่ทำไว้กับทีม แอตเลติโก้ มาดริด .... 2 ฤดูกาลเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ความสำเร็จนั้นมากมาย โคปป้า เดอ เรย์, ยูโรป้า ลีก และ ยูฟ่า ซูปเปอร์ คัพ คือ 3 โทรฟี่ที่ฟัลเกาประสบความสำเร็จกับ "ตราหมี"มาถึงปัจจุบัน ..... ดิเอโก้ คอสต้า กำลังเป็นที่จับตามองและทีมชาติมหาอำนาจในโลกลูกหนังกำลังแก่งแย่งชิงตัวกันอย่างขมักเขม้นทั้ง สเปน และ บราซิล (ล่าสุดเลือกเล่นให้ สเปน แล้ว)10 นัด 11 ประตูคือสถิติใน "ตอนนี้" (วันที่ 29 ตุลาคม) ของ คอสต้า ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการย้ายออกไปรับทรัพย์ของ ฟัลเกา ที่มุ่งหน้าไป โมนาโก นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อทีมดังจากเมืองหลวงทีมนี้เลยแม้แต่น้อยเอ้อ .... นี่ยังไม่ได้พูดถึงการคว้า ดาวิด บีย่า ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นเดียวกันในปีนี้มาจาก บาร์เซโลน่า แบบสุดคุ้มอีกต่างหากนี่ถือเป็นการสั่นสะเทือนและส่งสัญญาณให้อีกทีมระดับ "ราชา" ระดับ "เศรษฐี" ในเมืองเดียวกันอย่าง เรอัล มาดริด ให้รู้ด้วยว่า ..... "ราชัน" กำลังจะถึงเวลาที่ต้องยอม "หมี" ตัวนี้บ้างแล้วจากรุ่นสู่รุ่นมีสลับเปลี่ยนผลัดหมุนเวียนตั้งแต่ เฟร์นานโด ตอเรส, มาติย่า เคซมัน (เล่นคู่กับ ตอเรส), เซร์จิโอ อเกวโร่, ดิเอโก้ ฟอร์ลัน, ราดาเมล ฟัลเกา และล่าสุดคือ ดิเอโก้ คอสต้า ..... จะบอกว่าทีมทีมนี้คือทีมที่ปลุกปั้น "ดาวยิง" ให้กลายเป็น "เพชรฆาต" ก็ไม่ผิดและที่สำคัญดูเหมือนว่าปีนี้จะไม่ใช่แค่ในตำแหน่งศูนย์หน้าด้วยซ้ำที่จะกลายเป็น "เพชรฆาต" แต่มันคือ "หมี" ตัวนี้ต่างหากที่กำลังร้อนระอุและตื่นมาจากการหลับไหลแบบเต็มตัวพร้อมที่จะดาหน้าตะปบทุกๆทีมในลีกแล้วต่างหาก !!เค.เค.pic : real-madrid-ista.blogspot, angeltreats-blog.blogspot, jamiebarwick.wordpress, bleacherreport, fourfourtwo, paradisealley1.blogspot, zimbio

เล่มเดียวสะเทือนวงการ

เล่มเดียวสะเทือนวงการ"My Autobiography" ...... คือชื่อหนังสือของบรมกุนซือแห่งวงการลูกหนังที่ใครๆหลายคนต่างยกให้เป็นที่สุดของที่สุดคนหนึ่งที่พอรีไทร์ไปแล้วก็ออกหนังสือประวัติชีวิตส่วนตัวให้ใครๆหลายคนได้อ่านกัน .... แต่ทว่าตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าไอ้หนังสืออันเนี๊ยย .... อารมประหนึ่งรายการ แฉแต่เช้า ไปซะงั้น ข่าวคราวหนังสือของ "เฟอกี้" นั้นมีออกมาได้ทุกๆวันตั้งแต่วันแรกที่เขาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละข่าวนั้นก็ แซ่บจริงๆ ซึ่งผมเชื่อว่าเรื่องแต่ละเรื่องนี่หลายๆคนรอคอยและอยากรู้ความจริงว่า ทำไม และ ทำไม .... เอาจริงๆผมว่ามันออกจะ "น่าเบื่อ" นะครับ ... คือมันเป็นข่าวที่ไม่น่าจะมาทำเป็นข่าว ... เพราะว่ามันคือหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนออกมายาวเหยียดโดย "เซอร์ อเล็กส์ เฟอร์กูสัน" เป็นคนที่เขียนขึ้นมา ..... และแน่นอนว่ามันคงจะไม่มีแต่เรื่องแย่ๆที่สื่อทั้งหลายแหล่ต่างประโคมขึ้นมายาวเหยียดขนาดนี้แถมยังมีสะกิดติ่งไปถึง "กัปตันเจิด" สตีเวน เจอร์ราร์ด แห่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่เป็นคู่รักคู่แค้นกันอีกด้วย ทั้งในเรื่องของ มาร์ค บอสนิช ที่โดนแฉว่ามาสายในการฝึกซ้อมวันแรก, เรื่องของ "โคตรกัปตัน" อย่าง รอย คีน กับสาเหตุที่ "ป๋า" ต้องขายออกไป, เรื่องของ เดวิด เบคแฮม และอีกมากมายที่มันทะยอยเป็นข่าวมาเรื่อยๆจนกลายเป็นว่าผม "เอียน" ไปซะแบบนั้นอะไรคือสิ่งที่ต้องการ ? .... การตลาด ?? แน่นอน นั่นอาจจะเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่จะทำให้ยอดขายหนังสือนั้นออกมาทะลุล้นเป้า ..... บอกเลยว่าได้ไปเต็มๆ เนื่องจากว่าข่าวล่าสุดนี่คือแฟนๆของ "ป๋ากี้" มายืนรอต่อคิวยาวนาน 35 ชั่วโมง เพื่อซื้อหนังสือพร้อมลายเซ็นจากปูชนียบุคคลรายนี้แบบเป็นๆ ที่แมนเชสเตอร์ นั่นแหละครับ ผมคิดว่ามันประสบความสำเร็จแล้วในแง่ของการตลาด ..... อะไรแบบนี้ และผมก็คิดอีกเช่นกันว่ามันคงจะไม่มีแต่เรื่องแย่ๆในหนังสือหรอกครับ ..... เรื่องดีๆก็มีมาบ้างแต่เรากลับไม่สนใจ รึเปล่า ?? อย่างเรื่องของ ยาป สตัม ที่ป๋าก็เขียนในหนังสือเช่นกันว่าเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิตการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ...... ฉะนั้นในหนังสือเล่มนี้มันมีอะไรมากมายหลายอย่างแน่นอน และผมคิดว่ามันครบทุกรสชาติ ครบทุกมุมมองในสิ่งที่เป็น "เฟอร์กี้" ครับ ซึ่งนั่นคือความคิดของ ป๋า ที่ ป๋า เขียนลงไปตามทีตนเองเห็นเท่านั้น และตอนนี้มันก็กลายเป็นกระแสอย่างมาก โดยมีกุนซือหลายๆคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะ แบรนเดน ร็อดเจอร์ส ที่ลูกทีมของเขาโดนเหนาะๆสองรายทั้ง เจอร์ราร์ด และ จอแดน เฮนเดอร์สัน เอาล่ะครับ ตามกำหนดการวางขายในประเทศไทยนั้นข่าวออกมาแล้วว่า เนชั่น บุคส์ ได้สิทธิ์ในการนำมาแปลและจะวางขายราวๆ มีนาคม ปีหน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดรอถึงวันนั้นดีกว่า วันที่จะได้อ่านเต็มๆเล่มดีกว่ามาอ่านกระปิดกระปอยที่ข่าวไหลมาเทมาแบบนี้เยอะ ..... เค.เค.pic : zimbio, independent, telegraph, sfgate, bbc, getty images

ใครจะอยู่ใครจะไป ใครต้องการอะไร เช็คดูที่นี่ !

สกู๊ปพิเศษ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปใครจะอยู่ใครจะ ใครต้องการอะไร เช็คดูที่นี่ ! เดินทางมาถึงนัดสุดท้ายแล้วสำหรับศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป ... ที่วันนี้มีคิวลงฟาดแข้งกันเกือบทุกคู่ และที่สำคัญต้องลุ้นกันแบบวินาทีต่อวินาทีกันเลยทีเดียว สถาณการณ์ของแต่ละกลุ่มแต่ละทีมเป็นอย่างไรบ้าง โอกาสเข้ารอบเป็นอย่างไร มาเช็คกันเลยกลุ่ม เอ 1. เบลเยี่ยม 25 แต้ม ** เข้ารอบไปแล้ว2. โครเอเชีย 17 แต้ม 3. เซอร์เบีย 11 แต้มเบลเยี่ยม ลอยลำเข้ารอบไปแล้วด้วยการเป็นทีมอันดับที่ 1 ของกลุ่มด้วยผลงานที่สุดยอด เช่นเดียวกับกับทีมอันดับที่ 2 อย่าง โครเอเชีย ที่ก็น่าจะได้เตรียมตัวไปเล่นในรอบ เพลย์ออฟแน่นอนแล้วเช่นกันเนื่องจากว่า โครเอเชีย มีแต้มห่างจากอันดับที่ 3 อย่าง เซอร์เบีย 6 แต้มกลุ่ม บี1. อิตาลี 21 แต้ม ** เข้ารอบไปแล้ว2. บัลแกเรีย 13 แต้ม 3. เดนมาร์ก 13 แต้ม4. เช็ก 12 แต้ม5. อาร์เมเนีย 12 แต้มกลุ่มนี้สนุกในการแย่งอันดับที่ 2 เนื่องจากว่าตอนนี้ อิตาลี เข้ารอบไปแล้วคงจะไม่พูดถึงอะไรมาก แต่ทว่าทีมอย่าง บัลแกเรีย และ เดนมาร์ก มี 13 แต้มเท่ากันส่วน เช็ก และ อาร์เมเนีย ก็ยังมีโอกาสพวกเขามี 12 แต้ม และในนัดสุดท้ายปรากฏว่า บัลแกเรีย จะตัดกันเองกับ เช็ก ซึ่งก็ต้องรอลุ้น เดนมาร์กที่จะเจอกับ มัลต้า ส่วน อาร์เมเนีย อาจจะกร่อยหน่อยเนื่องจากพวกเขาเจอกับ อิตาลีกลุ่ม ซี1. เยอรมันนี 25 แต้ม **เข้ารอบไปแล้ว2. สวีเดน 20 แต้ม 3. ออสเตรีย 14 แต้มแบเบอร์ไปแล้ว 2 ทีม เยอรมันนี เต็งจ๋าที่ไม่พ่ายใครเลย ส่วน สวีเดน ก็มีแต้มนำห่าง ออสเตรีย ค่อนข้างเยอะซึ่งทีมจากแดน "ฟรีเซ็กส์" นัดสุดท้ายต้องเจอกับ เยอรมันนี พวกเขาจะพ่ายไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยๆต้องมี 1 แต้มเพื่อเป็นการการันตีว่าตนเองนั้นจะเป็น 1 ใน 8 ทีมของอันดับที่ 2 ที่ดีที่สุดเพื่อรับสิทธิ์ไปเล่นรอบ เพลย์ออฟ นั่นเองกลุ่ม ดี1. เนเธอร์แลนด์ 25 แต้ม **เข้ารอบไปแล้ว2. ตุรกี 16 แต้ม 3. โรมาเนีย 16 แต้ม 4. ฮังการี่ 14 แต้มกลุ่มนี้ก็เป็นอีกกลุ่มที่ต้องแย่งชิงอันดับที่ 2 กันและดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไปเข้าข้าง โรมาเนีย ซะแล้วเมื่อนัดสุดท้าย ตุรกี ต้องเจอกับ เนเธอร์แลนด์ นั่นเอง ส่วน โรมาเนีย ต้องเจอกับหมูตู้อย่าง เอสโตเนีย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ทั้งสองทีมอย่างเผลอและพลาดท่าแพ้ทั้งคู่แล้วกัน ฮังการี่ ที่เจอกับ อันดอร่า นั้นจ้องตาเป็นมันอยู่กลุ่ม อี1. สวิตเซอร์แลนด์ 21 แต้ม ** เข้ารอบไปแล้ว2. ไอซ์แลนด์ 16 แต้ม3. สโลวีเนีย 15 แต้มสวิตฯ ลอยลำเข้าไปบราซิลแล้วแน่นอน ไอซ์แลนด์ กับ สโลวีเนีย นี่แหละที่กำลังลุ้นกันอย่างสนุกซึ่งปรากฏว่า สโลวีเนีย ดันทะลึ่เจอกับ สวิตฯ ในนัดสุดท้ายและ ไอซ์แลนด์ ต้องไปเยือน นอร์เวย์ ทั้งคู่งานไม่ง่ายแน่ ดูๆแล้วต้องลุ้นกันนาทีต่อนาทีเลยทีเดียวกลุ่ม เอฟ1. รัสเซีย 21 แต้ม ** เสมอ ก็เข้ารอบ2. โปรตุเกส 18 แต้ม ** ลุ้นให้รัสเซียแพ้ และตัวเองต้องยิง 8 ลูกขึ้นไปถึงเข้าีรอบ3. อิสราเอล 13 แต้มหมดหวังไปแล้วกับการทะยานขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่มสำหรับ โปรตุเกส ถึงแม้ว่าในนัดสุดท้ายพวกเขาชนะและรัสเซียแพ้ก็ตาม เนื่องจากว่าประตูได้เสียของรัสเซียนั้นบวกถึง 15 แต่ โปรตุเกส บวก เพียง 8 เท่านั้นกลุ่ม จี1. บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวิน่า 22 แต้ม ** ชนะ ก็เข้ารอบ2. กรีซ 22 แต้ม ** ลุ้นให้ บอสเนียฯ แพ้ แล้วตนเองชนะอย่างเดียวเท่านั้น3. สโลวาเกีย 12 แต้มกลุ่มนี้ยังคงหลงเหลือเป็นกลุ่มเดียวที่ยังไม่ชัวว่าใครจะได้ไปฟุตบอลโลกในปีหน้าเนื่องจากว่า บอสเนียฯ และ กรีซ มีคะแนนเท่ากันอยู่ แต่ประตูได้เสียของ บอสเนียฯ บวกอยู่ 23 กรีซบวกเพียง 6 เท่านั้น ซึ่งหากทั้งคู่ชนะได้ในนัดสุดท้ายก็จะเป็นทาง บอสเนียฯ ที่ได้ตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกปีหน้าทันทีกลุ่ม เอช1. อังกฤษ 19 แต้ม ** ชนะอย่างเดียว2. ยูเครน 18 แต้ม ** ต้องชนะแล้วลุ้นให้ อังกฤษ เสมอ ไม่ก็แพ้3. มอนเตรเนโกร 15 แต้มนี่ก็ยังเป็นอีกกลุ่มที่ยังหาบทสรุปไม่ได้ว่าใครจะได้ตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายปีหน้า อังกฤษ และ ยูเครน กำลังขับเคี่ยวกันมันส์หยดแต่ดูเหมือนว่า "สิงโตคำราม" จะงานหนักไม่น้อย นัดสุดท้ายเจอกับ โปแลนด์ และ ยูเครน งานสบายเจอกับ ซาน มาริโน่ เพราะฉะนั้นนัดนี้ อังกฤษ จะแพ้ หรือ เสมอ ไม่ได้ต้องชนะสถานเดียวกลุ่ม ไอสเปน 17 แต้ม ** เสมอเท่านั้นก็เข้ารอบฝรั่งเศส 14 แต้ม ** ลุ้นให้ สเปน แพ้ และตัวเอาชนะมากกว่า 4 ลูกฟินแลนด์ 9 แต้มเหมือนจะชัวแล้วในกลุ่มนี้เนื่องจากว่าในนัดสุดท้ายนั้น สเปน ต้องการเพียงแค่เสมอกับ จอร์เจีย ในบ้านของตนเองก็สามารถเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้แล้ว และ ฝรั่งเศส อาจจะต้องเล่นในรอบเพลย์ออฟอีกปีทั้งหมดก็คือ สถานการณ์ ของแต่ละกลุ่มที่ยังคง "ความสนุก" และได้ลุ้นกันในนัดสุดท้ายเกือบทุกกลุ่ม ใครจะเข้ารอบ ใครจะต้องเพลย์ออฟ อดใจรอกันซักนิดนะครับเค.เค.pic : foxsportsasia, eurosport, theguardian, haveeru, channelnewsasia, uefa, mirror, sport-onthebox

สุดท้ายก็ต้องพึ่ง ... คนเดิม

สุดท้ายก็ต้องพึ่ง ... คนเดิมเอาเข้าแล้ว .... มั้ยล่ะ ??ดาวเตะที่ค่าตัวสูงลิบลิ่ว 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านปอนด์อย่าง แกเร็ธ เบล นั้น ..... กำลังถูกจดๆจ้องๆว่า "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด จะโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส หลอกขาย ....หลอกชนิดที่เรียกว่า .... หงายเงิบสุดๆการตัดสินใจขาย เมซุต โอซีล และ กอนซาโล่ อิกวาอิน ออกไปจากทีม มันอาจจะได้เงินมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่าตัวของ เบล ก็จริง แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นมันตรงกันข้ามแทบทั้งสิ้น ....อย่าลืมนะครับว่า "ปีกพ่อมด" รายนี้แทบจะไม่ได้ลงเล่นช่วง พรีซีซั่น ให้กับ "ไก่เดือยทอง" เลย เนื่องจากเจ้าตัว กระสัน เหลือเกิน กระสันอยากจะย้ายมาอยู่ที่สเปน ..... อ๊ะๆ ... เหตุผลที่ เบล ไม่ได้ลงเล่นในช่วง พรีซีซั่น ให้กับ สเปอร์ส เลยข่าวก็ออกอยู่โครมๆนะครับว่า เบล มีอาการ "บาดเจ็บ" จึงไม่สามารถลงสนามได้นั่นเอง ... ซึ่งดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บนี้จะเป็นการบาดเจ็บเรื้อรัง ..... ซะอย่างนั้นแต่คนมันอยากได้นี่ ยังไงก็จะเอา ??.... สเปอร์ส จะเรียกว่าย้อมแมวขายงั้นเหรอ ? ทั้งๆที่ อังเดร วิลลาส โบอาส นายใหญ่แห่ง ไวท์ ฮาร์ทเลน ไม่อยากจะเสียขุนพลรายนี้ไปแบบชนิดที่เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสีย เบล ให้ใคร ...สุดท้ายก็เป็นทาง มาดริด ที่ดื้อดึงและคว้าตัว "ปีกหน้าลิง" รายนี้ไปได้สำเร็จ แบบที่สาบานเลยสิว่าไม่รู้มาก่อนว่า เบล มีอาการบาดเจ็บอยู่ ????การลงประเดิมสนามนัดแรกในสีเสื้อ "ราชัน" ด้วยการกระทุ้งประตูได้ในทันทีทำให้หลายๆคนอาจจะคิดว่า "ไอ้หน้าลิง" รายนี้มีเค้าที่จะคุ้มค่าตัวเสียเต็มประดา .... แต่แหม้ ไม่ทันไรในนัดต่อมาขาซ้ายกระตุกจนเล่นไม่ได้ซะอย่างนั้นอนิจจา ตอนนี้ เบล ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ไป 132 นาที เท่านั้นและดูเหมือนว่าอาการล่าสุดของ เบล จะเป็นโรค "หมอนรองกระดูกเคลื่อน" ดีไม่ดีอาจจะต้องถึงกับขึ้นเขียงผ่าตัด ..... เฮ้อ .. 100 ล้าน ...สุดท้ายและท้ายที่สุด ..... ในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมามีสิ่งที่ทำถูกอยู่อย่างสองอย่างเท่านั้น นั่นก็คือการคว้า อิสโก้ มาแบบไม่คิดหน้าหลัง ซึ่งไอ้หนูรายนี้จะเป็นอนาคตที่ร้อนแรงให้กับทีมได้แบบไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับการรั้งตัวโคตรดาวเตะเอาไว้ด้วยค่าเหนื่อยที่สมควรจ่ายอย่าง .. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ .... คิดถูกแล้วล่ะครับที่ "ราชัน" จะเก็บดาวเตะชาวโปรตุเกส รายนี้เอาไว้กับทีมต่อไปเรื่อยๆ ..... เพราะว่า โรนัลโด้ ยังคงเป็นที่พึ่งพาได้เสมอ ..... ถึงแม้ว่าการย้ายมา "ราชันชุดขาว" นั้นจะประสบความสำเร็จ "น้อยเหลือเกิน" เมื่อเทียบกับทีมเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเค.เค.pic : zimbio

"หมาป่าแห่งกรุงโรม" หอนทีสะเทือนถึง "ตูริน"

หยิบมาเล่า by เค.เค."หมาป่าแห่งกรุงโรม" หอนทีสะเทือนถึง "ตูริน"ยอดเยี่ยมแบบไร้ที่ติ .... คงเป็นคำพูดที่จะบ่งบอกถึงทีมดังแห่งกรุงโรมอย่าง โรม่า ได้เป็นอย่างดีในตอนนี้ ..... จากการเก็บชัยชนะติดต่อกัน 7 นัดในศึก กัลโช่ เซเรีย อาอะไรมันจะขนาดนั้นครับเฮีย ไม่รู้พี่จะไปคึกอะไรขนาดนั้นแถม 2 ใน 7 นัดนั้นพวกเขายังจัดการตะปบ อินทรี ดิ้นแด่วๆ และล่าสุดก็เพิ่งไปฆาตกรรมถลกหนังงูออกมาทำกระเป๋าแบบ "ชิคๆ" รวมไปถึงการที่ "หมาป่าแห่งกรุงโรม" สามารถยิงประตูได้เยอะที่สุดในลีคตอนนี้ถึง 20 ประตู และยังเสียประตูน้อยที่สุดในลีกอีกเช่นกันด้วยการเสียไปเพียงประตูเดียว .... เท่านี้ก็บ่งบอกอะไรได้หลายๆอย่างของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีมที่เคยผงาดคว้า สคูเด็ตโต้ ในปี 2000-01 ซึ่งผู้ที่เข้ามาปลุกให้ "หมาป่า" ตัวนี้ที่หลับไหลไม่มีแชมป์ใดๆติดมือมาเลยนับตั้งแต่ปี 2007-08 ที่พวกเขาได้ โคปป้า อิตาเลีย มาครอง ...ชื่อของ รูดี้ กาเซีย เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นแน่นอนหลังจากที่เขานำทีมได้ดีขนาดนี้ .... ซึ่งในอดีตเขาก็เคยทำอะไรแบบนี้มาแล้วด้วยการพาทีม "ตราหมา" ลีลล์ ทะลึ่งพรวดคว้าแชมป์ ลีก เอิง ได้ในปี 2010-11แต่ กาเซีย ก็ใช้เวลาปลุกปั้น ลีลล์ มานานตั้งแต่ 2008 ปีที่เขาได้ขึ้นแท่นเป็นนายใหญ่ของ ลีลล์ นั่นเองกับ โรม่า มันอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย ที่เมื่อเขาเข้ามารับตำแหน่งกุมบังเหียนของ "หมาหลับ" ทีมนี้ก็จัดการเปลี่ยนแปลงทีมทันทีการออกไปของ มาร์เท่น สเคลเทเลนเบิร์ก, มาควินยอส, อิริค ลาเมร่า และ ปาโบล ออสวัลโด้ อาจจะสร้างความมึนงงให้กับใครหลายคนว่าขายออกไปยังไง .... แต่ กาเซีย ก็ทำเอาประหลาดใจกว่าด้วยการฉก เควิน สตรู๊ทมัน เข้าก๊วนได้แบบที่ทีมบางทีมที่เป็นแชมป์ 20 สมัยจากอังกฤษแอบงงเล็กน้อยทั้งๆที่ทางฝั่งโน้นเป็นข่าวตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล .... แหม่ไมค่อน, มอร์แกน เด ซานติส, แชร์วินโญ่ คืออะไร ... กาเซีย เอามาทำไม คนนึงก็ฟูลแบ็คเจ้าประจำโรงพยาบาล คนนึงก็นายประตูแก่แล้ว อีกคนนึงฟอร์มก็สากกระเบือตอนอยู่กับปืนใหญ่ ...กลับกลายเป็นว่า เด ซานติส และ แชร์วินโญ่ ทะลึ่งพรวดแสดงผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี ... จะติดก็แต่ ไมค่อน นี่แหละที่ตอนนี้ดันติดใจโรงพยาบาลแห่งใหม่เข้าซะแล้ว .... ทั้งๆที่การมาเล่นที่ โรม่า ทำให้เขากลับไปติดทีมชาติบราซิล ได้อีกครั้งหลังจากหายไปนานสิ่งที่อยู่ในตัว กาเซีย มันคืออะไรกัน ? ..... ที่ทำให้ผู้เล่นทุกคนของทีมลงเล่นแบบเต็มที่และเล่นกันอย่างเป็นระบบในทุกๆนัดแบบนี้ .... โดยเฉพาะสองขาใหญ่ประจำกรุงโรม ประหนึ่งเหมือนลูกพี่ของทีม บางอารมณ์อาจจะมีอิทธิพลมากกว่าโค้ชด้วยซ้ำฟรานเชสโก้ ต๊อดติ และ ดานิเล่ เด รอซซี่ ที่กลับมาอยู่ในฟอร์มคงเส้นคงวา โดยเฉพาะกับ ต๊อดติ ในวัย 37 ปี ไม่รู้แกไปคึกมาจากไหน 7 นัดซัดไป 3 ตุงบวกกับอีก 6 แอสซิส สาบานเถอะว่าอายุ 37 แล้วไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตามแต่ แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้ กาเซีย กำลังจะกลายเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อกรุงโรม และดีไม่ดีอาจจะทำให้ "เมืองประวัติศาสตร์" เมืองนี้กลับมาคึกคักด้วยงานเฉลิมฉลองบางอย่างหลังจบฤดูกาลก็เป็นได้ ???ปากก็บอกไปสิว่าหวังแค่ติดไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก เท่านั้น แต่เชื่อเห๊อะ .... ฟอร์มขนาดนี้ สาบานเลยว่าไม่คิดถึง แชมป์ ???ผมเชื่อว่าตอนนี้ กาเซีย เริ่มที่จะมีคิดบ้าง แต่หนทางมันอาจจะยาวไกลเกินไปหน่อย ..... รออีกซักพักเถอะครับ รอให้ผ่านพ้น 15 นัดไป หาก "หมาป่า" ตัวนี้ยังดุอยู่ ก็ไม่แน่นะ เอ้อ ... การกลับมาเห่าหอนแบบกึกก้องครั้งนี้จากกรุงโรม .... มันอาจจะทำให้ ม้าลาย ที่ ตูริน เหงื่อตกก็เป็นได้เค.เค.pic : zimbio